อนันดา เผยสะเทือนใจป่าพรุควนเคร็งนับพันไร่ไหม้วอด! หลังกระทรวงทรัพย์-UN ควงลงพื้นที่

อนันดา เผยสะเทือนใจป่าพรุควนเคร็งนับพันไร่ไหม้วอด! หลังกระทรวงทรัพย์-UN ควงลงพื้นที่

อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม นักแสดงชื่อดัง ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของป่าพรุควนเคร็ง จ.นครศรีธรรมราช พร้อมกับเจ้าหน้าที่จากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเจ้าหน้าที่จากโครงการพัฒนาแห่งองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็นดีพี) ที่ไหม้เสียหายนับพันไร่ เมื่อกลางปีที่แล้ว

"พอมาเห็นป่าพรุที่เป็นต้นเสม็ดไหม้เป็นแบบ... เป็นพันๆ เป็นหมื่นๆ ไร่เนี่ย อันนั้นหนะก็ตกใจ" อนันดา กล่าวผ่านคลิปของ ยูเอ็นดีพี

"ต้องบอกว่ามันสวยแบบ... แปลกๆ พูดไม่ถูกอะ เหมือนแบบ มันมีความเหงา มันมีความเงียบอะไรบางอย่างอยู่อะไรอย่างเงี้ย แต่เราไม่เคยรู้มาก่อนว่ามันเป็นผลของไฟไหม้"

ป่าพรุควนเคร็งกินพื้นที่ 7 อำเภอ ของจังหวัดภาคใต้ 3 จังหวัด คือ จ.นครศรีธรรมราช จ.พัทลุง และ จ.สงขลา แต่เมื่อกลางปี 2562 กลับเผชิญกับไฟไหม้ครั้งใหญ่ จนสร้างความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ และวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ที่พึ่งพาป่าพรุแห่งนี้ในการดำรงชีวิต

นายธีรชษฐ์ ทองแก้ว และนายบุรี มีรอด ที่อาศัยในพื้นที่แบะพึ่งพาแหล่งอาหารจากป่าพรุนี้ กล่าวกับนักแสดงรายนี้ว่า พวกตนได้รับผลกระทบอย่างมากจากไฟป่า เพราะต้องเดินทางไกลจากเดิมเพื่อหาผึ้ง หาตัวต่อ มดแดง และอาหารป่าอื่นๆ จากพื้นที่ที่ยังไม่ถูกไฟไหม้ ที่อยู่ห่างออกไปจากเดิม

นอกจากนี้ อนันดา และเจ้าหน้าที่รัฐและเจ้าหน้าที่ยูอ็นดีพี ยังสำรวจวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นด้วย พบว่าบางคนยังชีพด้วยการประมงจากแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ของป่าพรุแห่งนี้ด้วย โดยจะเห็นว่ามีการจับปลาหลายชนิดเป็นอาหาร ที่มีชุกชุม แต่ผลจากไฟไหม้ป่าครั้งนั้นทำให้ปลาหายไปบ้าง

ผศ.ดร. กอบศักดิ์ วันธงชัย ที่ปรึกษาโครงการ กล่าวว่า ป่าพรุควนเคร็งมีความสำคัญมากในการกักเก็บคาร์บอนและผลิตอากาศบริสุทธิ์ และกล่าวอีกว่า ต้นพรุแต่ละต้นจะมีความหนา 7 เซนติเมตร ต้องใช้เวลาถึง 100 ปี แต่ต้นพรุจำนวนมากในป่าแห่งนี้หนาถึง 3-4 เมตร เท่ากับว่าป่าอยู่ที่นี่มานานนับพันหรือนับหมื่นปี การที่ป่าโดนไฟไหม้ครั้งใหญ่ที่ผ่านมา ทำให้คาร์บอนที่เก็บไว้ในต้นไม้และดินถูกปลดปล่อยออกสู่อากาศ ที่ทุกคนใช้หายใจ