แม่วัย 14 จับลูกชายขวบเดียวแขวนคอ รอจนขาดใจตาย ซ่อนศพแล้วออกไปเที่ยวต่อ

แม่วัย 14 จับลูกชายขวบเดียวแขวนคอ รอจนขาดใจตาย ซ่อนศพแล้วออกไปเที่ยวต่อ
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

แม่วัย 14 ทะเลาะกับที่บ้าน จับลูกชายวัย 1 ขวบแขวนคอประชด เล่านาทีสังหาร ขาดใจตายต่อหน้าต่อตา

(25 มี.ค.63) เมื่อเวลา 06.00น. ร.ต.อ.ชาญชัย ภูล้นแก้ว รอง.สว.(สอบสวน) สภ.เซกา อ.เซกา จ.บึงกาฬ ได้รับแจ้ง จาก น.ส.ชรินทร์ทิพย์ อายุ 21 ปี ว่าพบเด็กเสียชีวิตอยู่ที่บ้าน หมู่ที่ 5 บ้านเหล่าหนองยาง ต.ซาง อ.เซกา จึงรายงานให้ พ.ต.อ.ธงรงชัย ไล้ทองดี ผกก.ทราบ รุดไปตรวจที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.ท.สุรัตน์. พินิจมนตรี รอง ผกก. ป. พ.ต.ท.อรุณ รักสัตย์ รอง ผกก.สส.พ.ต.ท.ณัฐพล.โอฆะพนม สวป.ร.ต.อ.กูลรัตน์ บุญยืน รอง สวป พญ.โชติกา สิงหกุล แพทย์ รพ.เซกาและสมาคมกู้ภัยเทพารักษ์เซกา

ที่เกิดเหตุมีประชาชนที่มามุงดูต่างวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา และที่บริเวณหลังห้องน้ำของบ้านปูนชั้นเดียว พบศพเด็กทารกเพศชายทราบชื่อต่อมา คือ น้องต้นข้าว อายุประมาณ 1 ขวบ สภาพศพถูกรถเข็นเด็กทับร่างเอาไว้ โผล่ออกมาให้เห็นเป็นขาด้านซ้าย ศพเริ่มส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ เมื่อนำรถเข็นที่ทับร่างออก พบกับภาพที่น่าเวทนา เมื่อศพเด็กชายผู้เคราะห์ร้ายไม่ใส่เสื้อผ้า ร่างเปลือยเปล่าโดยมีมดแดงกัดและไต่ไปทั่วร่าง คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 วัน

น.ส.ชรินทร์ทิพย์ เจ้าของบ้าน เล่าให้ตำรวจฟังว่า เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา เด็กหญิงเอ (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ซึ่งเป็นคนรู้จักกันได้อุ้มน้องต้นข้าว มาขอนอนพักอาศัยชั่วคราวด้วย โดยอ้างว่าทะเละกับแม่มาจึงหนีออกจากบ้าน จึงไม่มีที่จะพาลูกชายหลับนอน ตนเห็นแล้วสงสารจึงบอกให้เข้าไปนอนพักบ้านหลังเกิดเหตุ เพราะบ้านหลังดังกล่าวก็ว่างไม่มีใครอยู่  แต่พอตกตอนดึกมีรถจักรยานยนต์วิ่งเข้ามารับ ด.ญ.เอ ตนจึงร้องถามว่าจะไปไหนเอาลูกชายไปด้วยไหม ได้คำตอบว่าเอาไปด้วย จนมาถึงวันนี้ได้กลิ่นเหม็นเน่ามาจากหลังบ้านเดินไปดู จึงพบศพเด็กชายดังกล่าว ขณะเจ้าหน้าที่กำลังชันสูตรศพอยู่นั้น เป็นจังหวะที่ ด.ญ.เอ แม่ของเด็กชายผู้เสียชีวิตเดินเข้ามาดูเหตุการณ์ จึงควบคุมตัวไว้สอบสวน

จากการสอบสวนเบื้องต้น ด.ญ.เอ ให้การว่า เมื่อหลายวันก่อนตนเองได้ขี่รถจักรยานยนต์ของพ่อเลี้ยงออกไปหาเพื่อน และนอนพัก 3 คืน ทิ้งลูกไว้กับแม่ดูแล พอกลับมาบ้านพ่อเลี้ยงได้ทำร้ายตนโดยตบที่ใบหน้าแล้วก็ปาก 2-3 ที เสียใจและน้อยใจจึงหอบลูกหนีออกจากบ้านมาขอพักอาศัยที่บ้านเกิดเหตุ ก่อนจะตัดสินใจฆ่าลูกในไส้ด้วยน้ำมือของตนเอง ก็นั่งร้องไห้คิดอยู่นานกว่า 2 ชั่วโมงว่าจะเอาอย่างไรดีกับชีวิตตนและลูก จากนั้นจึงตัดสินใจนำเชือกไนลอนผูกเป็นบ่วงมัดติดกับแปบ้าน ก่อนจะอุ้มลูกน้อยขึ้นไปใช้บ่วงรัดคอลูกชาย แล้วปล่อยมือเห็นลูกชายดิ้นอยู่สักพักก่อนจะแน่นิ่งขาดใจตายไปต่อหน้าต่อตา แล้วเดินเข้าไปในบ้านครุ่นคิดอยู่ประมาณ 20 นาทีจึงกลับไปดูลูกอีกครั้ง เห็นว่าเสียชีวิตแน่แล้วจึงเอาลูกชายที่เป็นศพแล้วออกจากบ่วง แก้บ่วงออกจากแปบ้านไปทิ้ง และนำผ้าห่มมาห่มศพลูกก่อนจะนำไปไว้หลังบ้านข้างน้องน้ำและใช้รถเข็นเด็กทับร่างไว้อีกที จากนั้นโทรศัพท์ให้เพื่อนมารับ ไปเปิดห้องพักนอนที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 3 กิโลเมตร

ด.ญ.เอ เล่าต่อไปว่าวันต่อมาย้อนกลับมาดูศพลูกชายอีกที พร้อมกับมาเก็บเอาเสื้อผ้าไปเที่ยวต่อกับเพื่อน และวันนี้ก่อนถูกจับกุมได้ย้อนกลับมาบ้านเกิดเหตุดูศพลูกชายอีกที จึงถูกควบคุมตัวไว้ได้ดังกล่าว ยอมรับว่าที่ก่อเหตุฆ่าลูกชายเพราะเกิดจากความน้อยเนื้อต่ำใจที่โดนแม่ด่าและพ่อเลี้ยงทำร้าย ด้วยความคิดไม่ตกประกอบกับโมโหหาทางออกไม่ได้ จึงก่อเหตุดังกล่าว

ด้านนางเพ็ญประภา อายุ 40 ปี แม่ของเด็กหญิงเอผู้ก่อเหตุสลด เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีเรื่องทะเลาะกันจริง และพ่อเลี้ยงได้ตบหน้าไป 2 ที ทำให้เด็กหญิงเอไม่พอใจ พาลูกหอบหนีมาอยู่บ้านหลังนี้กับเพื่อน ที่ผ่านมาก็เกิดเรื่องแบบนี้ประจำ เวลาหนีออกจากบ้านก็จะเอาลูกไปด้วย บางทีก็เอาไปไว้กับเพื่อน และพ่อแท้ๆ ของเขาที่ทำงานก่อสร้างอยู่ในบึงกาฬ หนีไป 2-3 วันก็กลับมาบ้าน แม่ก็ให้อภัยทุกครั้ง และเมื่อรู้ว่าลูกไปพักอยู่กับใครที่ไหนก็จะตามไปดูด้วยความเป็นห่วง บางทีก็หนีไปเฉพาะตัวคนเดียว ส่วนลูกชายก็ทิ้งให้แม่เลี้ยงดู คราวนี้ไม่คิดว่าลูกสาวจะฆ่าลูกชายตัวน้อยๆ ของตัวเองได้ลงคอถึงเพียงนี้