Sanook คลุกข่าวเช้า 16 มี.ค. 63 ย้ายด่วนอธิบดีค้าภายใน เปิดทางสอบกักตุนหน้ากาก

Sanook คลุกข่าวเช้า 16 มี.ค. 63 ย้ายด่วนอธิบดีค้าภายใน เปิดทางสอบกักตุนหน้ากาก

สวัสดีครับ ขอต้อนรับเข้าสู่การอัปเดตเรื่องราวข่าวสารในยามเช้าแบบนี้กันนะครับ วันนี้เป็นวันจันทร์ที่ 16 มีนาคม 2563 ก็รวดเร็วมากนะครับมาถึงช่วงกลางเดือนนี้กันแล้ว และแน่นอนว่าวันนี้ใครที่หวังจะเสี่ยงโชคจากสลากกินแบ่งรัฐบาลหรือลอตเตอรี่ก็จะได้ลุ้นผลรางวัลกันในช่วงบ่ายๆ นะครับ

ก่อนจะไปที่เรื่องเนื้อหาสาระ ขอแนะนำกันอีกซักครั้งกับเทคโนโลยี Text to Speech ที่สามารถแปลงเนื้อหาจากตัวหนังสือเป็นเสียงที่ระบบ AI จะอ่านให้ฟังนะครับ เพียงแค่เลื่อนขึ้นไปมองหาสัญลักษณ์รูปลำโพงแล้วลองกดฟังกันได้เลยครับ

เริ่มกันที่เรื่องราวในแวดวงการเมืองกันก่อนเลย เมื่อวานนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 80/2563 เรื่อง ให้ข้าราชการมาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี โดยเป็นการให้ นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ไปปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเหตุผลที่ระบุไว้ในคำสั่งก็คือ "เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในการบริหารจัดการของรัฐบาลภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยกรณีมีประเด็นทางสังคมเกี่ยวกับการกักตุนและจำหน่ายหน้ากากอนามัย ซึ่งสมควรมีการตรวจสอบเพื่อให้เกิดความชัดเจน ถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรม" 

  • ศาสตรา ส.ส.พลังประชารัฐ แชร์โพสต์เชิงตำหนิประชาชนโง่ ถูกถล่มจนต้องขอโทษ

ขณะที่อีกเรื่องหนึ่งที่กลายเป็นประเด็นถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์กันค่อนข้างเยอะก็คือ การที่ นายศาสตรา ศรีปาน ส.ส.แบบเขต จ.สงขลา ได้โพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า เป็นข้อความของชาวเน็ตท่านหนึ่ง แสดงความคิดเห็นเพื่อตอบโต้วลี ผู้นำโง่เราจะตายกันหมด เรื่องการแก้ปัญหาโควิด-19 ซึ่งมองว่ายังไม่เห็นว่าส่วนไหนเป็นความโง่ของรัฐ ที่เห็นเป็นความโง่ของประชาชนล้วนๆ ก่อนที่ในเวลาต่อมาเจ้าตัวจะแก้ไขข้อความด้านบน โดยระบุว่า "ข้อความนี้เป็นของชาวเน็ตท่านหนึ่ง ผมเอามาแชร์เพื่อสะท้อนความคิดของคนคนหนึ่ง ให้เป็นอีกมุมมองครับ"

จนในเวลาต่อมาหลังจากถูกผู้คนในโลกออนไลน์แสดงความไม่พอใจที่ ส.ส. โพสต์ข้อความคล้ายกับเป็นการดูถูกประชาชน นายศาสตรา จึงต้องโพสต์ข้อความขอโทษ และระบุว่าไม่ได้มีเจตนาดูถูกประชาชน และเห็นประชาชนมีความสำคัญที่สุด ซึ่งก็ยังมีชาวเน็ตอีกหลายคนที่ไม่ให้อภัยในความผิดพลาดครั้งนี้ และเข้ามาคอมเมนต์ต่อว่าอีกหลายพันข้อความเลยทีเดียว

  •  คนไทยตื่นตัวสู้โควิด-19 หวั่นระบาดหนักขึ้น

มาต่อกันที่สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 (COVID-19) กันบ้าง เมื่อวานนี้กระทรวงสาธารณสุขแจ้งจำนวนผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นอีก 32 คนส่งผลให้บ้านเรามีจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 สะสมทั้งสิ้น 114 ราย ทะลุหลักร้อยไปเรียบร้อย ในจำนวนนี้ยังรักษาอาการอยู่ 76 ราย กลับบ้านแล้ว 37 ราย เสียชีวิต 1 ราย

โดยผู้ป่วยรายใหม่นั้นเป็นกลุ่มที่มีความสัมพันธ์กับสถานที่ต่างๆ ดังนี้ 

กลุ่มที่ 1 เชื่อมโยงกับสนามมวย จำนวน 9 ราย

กลุ่มที่ 2 เชื่อมโยงกับสถานบันเทิง จำนวน 8 ราย  

กลุ่มที่ 3 ทำงานสัมผัสกับกลุ่มนักท่องเที่ยว จำนวน 3 ราย     

กลุ่มที่ 4 ผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศ จำนวน 7 ราย

กลุ่มที่ 5 เป็นผู้สัมผัสเจ้าของร้านอาหารที่ติดเชื้อ จำนวน 2 ราย

กลุ่มที่ 6 อยู่ระหว่างดำเนินการสอบสวนโรค จำนวน 3 ราย

และยังอยู่ระหว่างรอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ จำนวน 51 ราย

แต่ถึงแม้ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ป่วยเฝ้าระวังจากการที่เป็นผู้ใกล้ชิดกับผู้ป่วยรายก่อนหน้านี้ก็ตาม แต่ประชาชนจำนวนหนึ่งก็ยังคงเกิดความกังวลว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดจะขยายวงกว้างออกไปมากขึ้น เหมือนอย่างที่เจอในประเทศอื่นๆ เช่น อิตาลี เกาหลีใต้ เป็นต้น จึงทำให้เห็นภาพว่ามีผู้คนพากันออกไปจับจ่ายซื้อหาอาหารและของใช้จำเป็นเพื่อตุนไว้เตรียมตัวรับมือกับวิกฤติการระบาดที่อาจจะรุนแรงขึ้นในอนาคต

  • อิตาลีอ่วม! ยอดผู้ป่วยโควิด-19 พุ่งในวันเดียว 3,590 ราย ตาย 368 ศพ

ขณะที่สถานการณ์ในต่างประเทศนั้น ที่อิตาลีกลายเป็นประเทศที่เผชิญกับวิกฤติโควิด-19 อย่างหนักหน่วง เพราะภายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาพบผู้เสียชีวิตถึง 368 ราย มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นถึงกว่า 3,500 คน ส่งผลให้มีตัวเลขผู้ป่วยที่กำลังรักษาตัวอยู่ในเวลานี้สูงกว่า 2 หมื่นคน ซึ่งสูงที่สุดของโลกแซงหน้าจีนไปแล้ว

ขณะที่เยอรมนีเล็งจะปิดพรมแดนที่เชื่อมต่อกับฝรั่งเศส ออสเตรีย และสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนที่สหรัฐอเมริกา เพิ่งมีรายงานข่าวในช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า ธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด มีมติลดดอกเบี้ยนโยบายเหลือ 0-0.25% จาก 1-1.25% ซึ่งเป็นการลดมากที่สุดครั้งหนึ่ง เพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือโรคโควิด-19 (COVID-19)

ยังคงต้องติดตามสถานการณ์กันแบบใกล้ชิด และอย่าลืมดูแลรักษาสุขภาพ ปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขกันนะครับ สำหรับวันนี้ขอตัวลาไปก่อน พบกันใหม่พรุ่งนี้ครับ