ไฟลามทุ่งอีก! นักศึกษาแม่ฟ้าหลวงชุมนุมแน่น พร้อมชู 3 นิ้ว-เปิดไฟฉายขับไล่เผด็จการ

ไฟลามทุ่งอีก! นักศึกษาแม่ฟ้าหลวงชุมนุมแน่น พร้อมชู 3 นิ้ว-เปิดไฟฉายขับไล่เผด็จการ
S! News (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

ที่ลานอาคารพลเอกสมเภา ชูศรี หรืออาคารอี 4 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย วันนี้ (28 ก.พ.) นักศึกษาจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและทำความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตย โดยมีกิจกรรมหลากหลายเช่นการเขียนข้อความเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยและต่อต้านเผด็จการ  มีการขึ้นป้ายรณรงค์ประชาธิปไตย การแสดงดนตรีและบทกวีโดยพบว่ามีนักศึกษาร่วม 1,000 คนเดินทางไปร่วมกิจกรรมจนเนืองแน่น

กลุ่มแกนนำนักศึกษาจากสำนักวิชานิติศาสตร์ นำทั้งหมดเข้าสู่กิจกรรมด้วยการผลัดเปลี่ยนกันปราศรัยทางการเมือง โดยระบุว่า นักศึกษาไม่อาจจะอยู่นิ่งเฉยต่อไปอีกแล้ว เพราะมีจิตใจรักประชาธิปไตยเหมือนกัน แต่เมื่อมองจากประวัติศาสตร์กว่า 80 ปีพบว่าประชาธิปไตยของประเทศไทยกลับไม่ก้าวหน้าไปถึงไหนจึงสงสัยว่าเกิดสิ่งใดขึ้น ครั้งนี้จึงมีโอกาสได้แสดงออกซึ่งต้องขอขอบคุณคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยซึ่งพวกเราก็ไม่รู้ว่าท่านคิดสิ่งใดอยู่แต่ก็ให้โอกาสพวกเราในครั้งนี้แล้วในที่สุด

จากนั้นคณะนักศึกษาไผลัดเปลี่ยนกันแสดงความคิดเห็นทางการเมืองซึ่งส่วนใหญ่มีความเห็นไปในแนวทางเดียวกันคือเรียกร้องประชาธิปไตย บางคนเล่าประวัติศาสตร์ของครูครอง จันดาวง ผู้ถูกประหารชีวิตในอดีต และพากันตะโกนว่า "เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ" หลายรอบ รวมทั้งต่างยืนยันว่าพวกตนไม่ใช่คนเสื้อเหลืองหรือเสื้อแดงในอดีตแต่คือผู้เรียกร้องในยุคปัจจุบัน

จากนั้นช่วงท้ายมีกำหนดร่วมร้องเพลงเพื่อมวลชนโดยมีการเปิดไฟโทรศัพท์สว่างไสวทั่งบริเวณ  ก่อนที่ทั้งหมดจะร่วมกันแสดงสัญญาลักษณ์ด้วยการชูมือ 3 นิ้วร่วมกัน

ก่อนหน้านี้ สภานักศึกษามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เคยออกแถลงการณ์กรณีการยุบพรรคอนาคตใหม่ที่ผ่านมาว่าพรรคการเมืองคือการรวมตัวของผู้คนที่มีอุดมการณ์หรือความคิดที่เหมือนกัน เป็นสถาบันการเมืองที่มีความสำคัญในระบอบประชาธิปไตย เนื่องจากประชาชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงเจตนารมณ์ของตนเพื่อกำหนดทิศทางของประเทศไทยได้ แต่การที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคการเมืองทำให้ประชาชนตั้งคำถามว่าเจตนารมณ์เหล่านี้จะหายไปหรือไม่ และเป็นการไม่เคารพสิทธิของประชาชนผู้ให้การสนับสนุนพรรคการเมืองนั้นหรือไม่ ดังนั้นสภานึกศึกษา มฟล.จึงมีความเห็นว่าเพื่อสถาปนาไว้ซึ่งอุดมการณ์ความคิดของประชาชน พรรคการเมืองย่อมไม่อาจถูกลบล้างได้โดยกระบวนการใดๆ ก็ตาม จึงเห็นควรปรับแก้กฎหมายไม่ให้มีการยุบพรรคการเมือง เพื่อให้อุดมการณ์อันเป็นไปตามบทบัญญัตืทั้งหลายของรัฐธรรมนูญเหล่านั้นยังคงดำรงอยู่ต่อไป