จบแล้วจ้า! ส.ส. มีมติ "ไว้วางใจ" นายกฯ-5 รมต. "ประวิตร" ได้คะแนนสูงสุด 277 เสียง

จบแล้วจ้า! ส.ส. มีมติ "ไว้วางใจ" นายกฯ-5 รมต. "ประวิตร" ได้คะแนนสูงสุด 277 เสียง
Voice TV

สนับสนุนเนื้อหา

วันนี้ (28 ก.พ.) เมื่อเวลา 9.30 น. นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เปิดประชุมสภาฯ เพื่อเตรียมลงมติในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ทั้งนี้ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมนั้น นายชวนได้เปิดโอกาสให้ ส.ส.ได้อภิปรายปรึกษาหารือเป็นการทั่วไป 

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ฝ่ายค้านจะขอใช้สิทธิไม่ร่วมสังฆกรรมและไม่ขอเข้าร่วมลงมติในครั้งนี้ เพราะเห็นว่าเป็นการดำเนินการโดยมิชอบภายหลังผู้เสนอญัตติของฝ่ายค้านไม่ได้อภิปรายสรุปญัตติตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ ซึ่งถือว่าการอภิปรายยังไม่เสร็จสิ้นกระบวนการ  

ด้าน นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (ประธานวิปรัฐบาล) กล่าวว่า ตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ ให้สิทธิในการให้ผู้เสนอญัตติได้อภิปรายสรุปไว้แล้ว ถ้าไม่ใช้สิทธิดังกล่าวก็เป็นสิทธิของฝ่ายค้าน ส่วนพรรคร่วมฝ่ายค้านจะเข้ามาร่วมหรือไม่ก็แล้วแต่ดุลยพินิจของแต่ละคน 

ขณะที่ นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า อยากฝากไปถึงนายกฯ สิ่งที่เปราะบางของประเทศ คือ การไม่รักษากติกามารยาท แม้ว่าเราจะยังไม่มีพรรคอยู่ แต่เรารักษากติกาบ้านเมือง อยากให้รัฐบาลใส่ใจการแก้ไขปัญหาไวรัสโคโรนา และอยากฝากให้รัฐบาลระมัดระวังในการใช้อำนาจบริหารประเทศภายหลังเกิดเหตุการณ์ชุมนุมของนักศึกษา

"ใครทำอะไรไว้ ย่อมต้องรับผิดชอบ พรรคผมไม่เคยเล่นการเมืองแบบปาหี่ครับ" นายคารม กล่าว

ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่หลายคนได้พร้อมใจกันแต่งกายในชุดดำเพื่อไว้ทุกข์ โดยนายจุลพันธ์ โนนศรีชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ขอแต่งกายชุดดำเพื่อไว้ทุกข์ให้กับการประชุมสภาฯ ที่ไม่ได้ดำเนินการให้เป็นไปตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ

นายชวน กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ความคิดเห็นอาจแตกต่างกันได้แต่ต้องไม่กระทำฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังมากที่สุด การลงมติครั้งนี้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ 

หลังจากนั้น ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ลงมติญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล โดยมี ส.ส. ที่แสดงตนเข้าร่วมองค์ประชุม 322 คน โดยผลการลงคะแนนไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ได้แก่ 

  • พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ไว้วางใจ 49 ไว้วางใจ 272 งดออกเสียง 2
  • พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จำนวนผู้เข้าประชุม 329 คน ไม่ไว้วางใจ 50 ไว้วางใจ 277 งดออกเสียง 2
  • นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี จำนวนผู้เข้าประชุม 328 คน ไม่ไว้วางใจ 54 ไว้วางใจ 272 งดออกเสียง 2
  • พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จำนวนผู้เข้าประชุม 328 ไม่ไว้วางใจ 54 ไว้วางใจ 272 งดออกเสียง 2
  • นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จำนวนผู้เข้าประชุม 329 ไม่ไว้วางใจ 55 ไว้วางใจ 272 งดออกเสียง 2
  • ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรววเกษตรและสหกรณ์ จำนวนผู้เข้าประชุม 331 ไม่ไว้วางใจ 55 ไว้วางใจ 269 งดออกเสียง 

หลังทราบผลการลงมติดังกล่าว นายชวน กล่าวปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยที่ 2 โดยระบุว่า ขอบคุณที่ร่วมทำงานฝ่ายนิติบัญญัติทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล เราออกกฎหมายบังคับคนทั้งประเทศ จึงต้องเป็นแบบอย่างเคารพกฎหมาย เป็นตัวอย่างการทำงาน ขอบคุณทุกฝ่ายที่เหน็ดเหนื่อย ขอบคุณสื่อมวลชนและพี่น้องประชาชนที่ติดตามงานของคนที่เลือกมาซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการช่วยติดตามภารกิจของ ส.ส.

แต่เหนือสิ่งอื่นใดขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นระบบที่มีประสิทธิภาพและดีที่สุดที่จะเลือกได้ และสามารถทำงานเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนได้โดยกลไกที่เรามีอยู่ พร้อมกับแจ้งว่าจะเปิดสมัยประชุมสภาครั้งหน้าในเดือนพฤษภาคม