อนาคตใหม่ เดือด! สงสัยบางพรรคฮั้วรัฐบาล อภิปรายจนเกินเวลา ทำอดซักฟอกแก๊งลุง

อนาคตใหม่ เดือด! สงสัยบางพรรคฮั้วรัฐบาล อภิปรายจนเกินเวลา ทำอดซักฟอกแก๊งลุง
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

หลังจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ได้จบลงเมื่อช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. ที่ผ่านมานั้น

ปรากฏว่ามีควันหลงตามมาพอสมควร โดยเฉพาะประเด็นที่พรรคฝ่ายค้านใช้เวลาในการอภิปรายหมดไปตามข้อตกลงแล้ว แต่ดูเหมือนยังมีผู้ที่ต้องการอภิปรายเหลืออยู่อีก

ขณะที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วย ส.ส. ในสังกัดอดีตพรรคอนาคตใหม่ เดินออกจากห้องประชุม หลังจากที่ประชุมไม่สามารถตกลงเรื่องของเวลาในการอภิปรายได้ เพื่อลงมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน

โดยนายพิธา กล่าวว่า ทำไมต้องมีการปิดกั้นกันขนาดนี้ ซึ่งพวกตนก็เข้าใจว่าเรื่องของเวลาเป็นเรื่องสำคัญ แต่ที่ผ่านมาสมาชิกของอดีตพรรคอนาคตใหม่เป็นพรรคเดียวที่อภิปรายอยู่ในกรอบเวลา ถึงแม้จะเป็น ส.ส.สมัยแรก ก็เข้าใจดีว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นกลไกสำคัญในการตรวจสอบรัฐบาล ตั้งใจจะไม่ให้มีพื้นที่ในการตรวจสอบกันเลยหรือ และนี่คือเหตุผลที่ต้องเดินออกจากห้องประชุมเพื่อลงมาแถลงข่าว ซึ่ง ส.ส.หลายคนได้เตรียมตัวมาหลายเดือน เพื่อทำหน้าที่ในการอภิปราย

ทางด้าน นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ส.ส.กทม. อดีตพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติยุบพรรคอนาคตใหม่ ได้ทำลายความหวังของประชาชน 6.3 ล้านคน ทำให้เกิดกระแสไม่พอใจในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในมหาวิทยาลัย นั่นคือความเจ็บปวดที่รู้สึกว่าทำไมประเทศนี้ถึงไม่มีความยุติธรรม และไม่ใช่เพียงแค่ในมหาวิทยาลัย แต่ความไม่พอใจได้กระจายไปทั่วประเทศ และแม้ว่าจะถูกยุบพรรคแต่เรายังคงมีความเหนียวแน่นในการตั้งใจที่จะทำงานในฐานะตัวแทนประชาชนอย่างดีที่สุด โดยไม่ได้ทิ้งอุดมการณ์

และตลอดการอภิปรายที่ผ่านมา ตนเข้าใจว่าวิปทั้งสองฝ่ายได้มีการตกลงกันในเรื่องของเวลา ซึ่งพวกตนก็เคารพกติกามาโดยตลอด แต่ข้อเท็จจริงคือมีการบีบเวลาของพวกเราโดยพรรคฝ่ายค้านกันเอง แต่ตนก็ไม่อยากคิดแบบนั้น ซึ่งพรรคเพื่อไทยที่บอกว่าเป็นพรรคที่ยึดมั่นในความเป็นประชาธิปไตย แต่ไม่มีการรักษาเวลา ทำให้พรรคอนาคตใหม่เสียโอกาส ซึ่งประชาชนกำลังรอฟังอยู่ แต่ตนก็ไม่อยากเชื่อและคิดว่ามีการเจรจาระหว่างฝ่ายค้านบางพรรคกับฝ่ายรัฐบาล

เช่น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ควรจะมีลำดับการอภิปรายอยู่ลำดับที่ 2 แต่ก็มีการวิ่งเต้นให้เลื่อนชื่อไปไว้เป็นคนสุดท้าย วันนี้มีการปิดปากตัวแทนประชาชนที่เข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวแทนประชาชน ซึ่งพวกเราได้ทำหน้าที่กันอย่างเต็มที่แล้ว ประท้วงบ้าง หารือบ้าง แต่ก็ไม่มีการเปิดโอกาสให้พวกเรา ซึ่งพวกเราได้เจรจาให้รัฐบาลให้โอกาสพวกเราแล้ว แต่รัฐบาลไม่มีน้ำใจ และพวกเราต้องเจ็บปวดในการทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร และคิดว่าวันนี้อารมณ์ความรู้สึกนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่พวกเราเท่านั้น เพราะเมื่อพวกเราถูกปิดปาก ก็เหมือนประชาชนที่เลือกเรามาถูกปิดปากเช่นกัน

เช่นเดียวกับ นายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีต ส.ส. และอดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ก็ทวีตข้อความถึงประเด็นดังกล่าวว่า ส.ส.อดีตอนาคตใหม่ได้เวลาทั้งหมด 11 ชั่วโมง ส.ส.ทุกคนก็ใช้เวลาตามกำหนด แต่ ส.ส. ฝ่ายค้านพรรคอื่นใช้เวลาเกินไปหลายชั่วโมงจึงมากินเวลาไป โดย ส.ส.มีเวลาอภิปรายตามที่กำหนด เกินมา 5-10 นาที ก็ยังพอเข้าใจได้ แต่เกินมา 1-2 ชั่วโมง ถือว่าเสียมารยาท ไม่เคารพ ส.ส. คนอื่นที่รออภิปรายอยู่ ส.ส. ทุกคนมีศักดิ์เท่าเทียมกัน ไม่ใช่เห็นว่าเป็น ส.ส. หน้าใหม่ จะทำอะไรก็ได้ เราเหลืออีก 4 คน 210 นาที แต่โดนขโมยเวลาไปจนเหลือ 20 นาที พวกเราเตรียมข้อมูลการอภิปรายกันอย่างหนัก ใช้เวลาหลายเดือน ส.ส. หน้าใหม่มีความตั้งใจ สังเคราะห์ข้อมูล เชื่อมโยง ซ้อมอภิปราย ทีมงานเบื้องหลังช่วยค้นคว้า ทำสไลด์ แผนภาพให้คนเข้าใจง่าย แต่เจอ ส.ส. บางคนอภิปรายกินเวลาไปเยอะ ไม่เคารพคนอื่น ไม่ทำตามข้อตกลง จนหมดโอกาสอภิปรายในสภา

ทั้งนี้ นายปิยบุตร ระบุว่า สุดท้ายเมื่อไม่ได้โอกาสในการอภิปรายในสภา กลุ่ม ส.ส. อดีตอนาคตใหม่จึงออกมาอภิปราย ณ จุดแถลงข่าวที่อาคารรัฐสภาแทน