#ช้างเผือกจะไม่ทน นักศึกษา มช. ชุมนุมต้านอยุติธรรม "ต้อม ยุทธเลิศ" ร่วมม็อบ

#ช้างเผือกจะไม่ทน นักศึกษา มช. ชุมนุมต้านอยุติธรรม "ต้อม ยุทธเลิศ" ร่วมม็อบ
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รวมตัวกันเพื่อทำกิจกรรม เขียนจดหมายเพื่อต่อต้านความอยุติธรรม เพื่อเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในการเรียกร้องประชาธิปไตย โดยภายในงานได้มีการจัดกิจกรรมต่างๆ อาทิ การพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการเมือง การร่วมกันเขียนจดหมายเพื่อต่อต้านความอยุติธรรม การแสดงละครสะท้อนการเมืองไทย รวมถึงการอ่านกวี เพื่อไว้อาลัยประชาธิปไตยที่มรณะภาพ

ส่วนจำนวนนักศึกษานั้น อยู่ที่ประมาณ 1,000 คน หลายคนยังแชร์ภาพและคลิปในโซเชียลมีเดีย พร้อมติดแฮชแทกในโลกออนไลน์ "#ช้างเผือกจะไม่ทน" ซึ่งเป็นแฮชแท็ก หลักของการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษาในเชียงใหม่

นายอนุวัน เขมาชะ ที่มาร่วมกิจกรรมด้วย เผยว่า การมาชุมนุมวันนี้เป็นการมาร่วมกันแสดงจุดยืน เพื่อประชาธิปไตยและการได้มาของอำนาจที่ไม่เป็นประชาธิปไตยของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งยังเคยฉีกรัฐธรรมนูญด้วย

ผู้ร่วมชุมนุมรายนี้ กล่าวว่า ที่ผ่านมา พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา บอกว่า คืนความสุขให้ประชาชน แต่ว่า 5 ปีที่ผ่านมา ประชาชนถูกกดขี่ข่มเหงด้วยมาตรา 44 ณ เวลานี้ จึงเป็นเวลาสมควรแล้วที่ประชาชนทุกท่านควรออกมาแสดงจุดยืนทางการเมือง เพื่อประชาธิปไตย เพื่อที่จะไม่ถูกอำนาจฝ่ายเผด็จการ หรืออำนาจมืด ซึ่งเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้

ไม่ใช่แค่นั้น ยังมองว่า รวมไปถึงรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็มาโดยวิธีการร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้ พลเอกประยุทธ์ กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีรอบที่ 2 ซึ่งนี่คือการได้มาด้วยวิธีการเสียมารยาท จึงเป็นที่มาของการรวมตัวกันเพื่อแสดงจุดยืนของประชาชนในวันนี้

หลังจากนั้นในช่วงสุดท้ายของการชุมนุมผู้ที่เข้ามาร่วมกิจกรรม ได้มีการแสดงออกถึงพลังด้วยการเปิดแฟลช แสงไฟจากมือถือแล้วชูขึ้นและร่วมกันร้องเพลงประจำมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ชื่อเพลงร่มแดนช้าง ก่อนที่จะเลิกกิจกรรมกันอย่างสงบ

ต้อม-ยุทธเลิศ สิปปภาค ผู้กำกับหนังชื่อดังมาร่วมกิจกรรมการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ด้วย

ขณะเดียวกันก็มีทั้งตำรวจ และทหารนอกเครื่องแบบมาสังเกตุการณ์ในช่วงที่มีการทำกิจกรรมด้วย ทั้งยังมีการรายงานว่า ผู้บริหารมหาวิทยาลัยพยายามเรียกแกนนำไปเจรจาด้วย และในบางช่วงของการจัดกิจกรรมก็มีปัญหาเรื่องของกระแสไฟฟ้าที่ใช้กับเครื่องเสียง ซึ่งแกนนำนักศึกษาเองก็ไม่แน่ใจว่าจะเป็นความพยายามตัดไฟของทางเจ้าหน้าที่หรือไม่ แต่ก็ได้แก้ปัญหาโดยการใช้โทรโข่งมีการปราศรัยแทน