เมื่อสนามฟุตบอลหญ้าเทียมช่วยสานฝันเด็กไทย ความเชื่อที่ไม่หยุดยั้งของ คิง เพาเวอร์

เมื่อสนามฟุตบอลหญ้าเทียมช่วยสานฝันเด็กไทย ความเชื่อที่ไม่หยุดยั้งของ คิง เพาเวอร์

“เฮ้ย ไปดูโกล์กัน”...

เสียงเจื้อยแจ้วจากเด็กผู้ชายคนหนึ่งแว่วมาจากทางด้านหลัง สายตาพลันจับจ้องไปที่เจ้าแก๊งตัวน้อย 4-5 คนที่วิ่งไปสัมผัสกับประตูฟุตบอลขนาดเท่าของจริงที่ตั้งตระหง่านอยู่บนสนามหญ้าเทียมขนาด 7 คนใหม่เอี่ยมอ่องบนพื้นที่สวนศรีเมือง จังหวัดระยอง แถมยังสไลด์ตัวไปบนพื้นหญ้าสีน้ำเงินเข้มที่โรยคาร์บอนเอาไว้อย่างไม่กลัวเข่าถลอก

แน่นอนว่าสายตาของเด็กกลุ่มนั้นเต็มไปด้วยประกายวิบวับ รอยยิ้มเปื้อนใบหน้า นึกย้อนกลับไปในวัยเด็กที่หลายคนอาจจะคุ้นชินกับสนามปูนและลูกฟุตบอลพลาสติก แต่สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าคือสนามฟุตบอลหญ้าเทียมตามมาตรฐานสากลที่เด็กๆ (หรือแม้แต่ผู้ใหญ่) สามารถมาเล่น มาฝึกซ้อม หรือแม้แต่มารับแรงบันดาลใจที่จะทำให้พวกเขาก้าวไปสู่ความฝันที่วาดเอาไว้

อีกครั้งที่กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ บริษัทของคนไทยที่เชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทย ภายใต้โครงการ คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย เดินทางไปส่งมอบสนามฟุตบอลหญ้าเทียม ณ สวนศรีเมือง จังหวัดระยอง ในโครงการ “100 สนามฟุตบอล สร้างพลังเยาวชนไทย” ที่ดำเนินเข้าสู่ปีที่ 4 ซึ่งก่อนหน้านี้ คิง เพาเวอร์ ส่งมอบไปแล้วถึง 60 สนาม และตั้งเป้าในปีนี้เพิ่มเติมอีก 20 สนาม รวมไปถึงการส่งมอบห้องน้ำชุมชนมาตรฐานสากลด้วยอีกเช่นกัน

ในส่วนของพิธีการก็เป็นไปตามขั้นตอน โดยได้รับเกียรติจากทั้ง คุณยุทธพล องอาจอิทธิชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง, คุณอภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ และ นายวรวิทย์ ศุภโชคชัย นายกเทศมนตรีเมืองระยอง ขึ้นกล่าว มีการส่งมอบโมเดลสนามฟุตบอลหญ้าเทียมโดยการใช้พารามอเตอร์ของเทศบาลเมืองระยองบินมาส่ง การแสดงสุดน่ารักจากน้องๆ โรงเรียนในระยองที่เรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดและรอยยิ้มจากทุกคนภายในงาน รวมไปถึงแมตช์การแข่งขันสุดพิเศษระหว่างทีมพนักงาน คิง เพาเวอร์ กับ ทีม VIP เทศบาลระยอง ที่ได้นักแสดงหนุ่ม ไมค์-ภัทรเดช สงวนความดี มาร่วมบรรเลงเพลงแข้ง พร้อมกำลังใจขนานใหญ่จากเหล่าแฟนคลับ

แต่สิ่งที่เรามองเห็นมากกว่าการแข่งขันฟุตบอลนัดกระชับมิตรแมตช์ดังกล่าว ก็คือบรรยากาศโดยรอบของสนามต่างหาก

สนามฟุตบอลหญ้าเทียมแห่งนี้รายล้อมไปด้วยตาข่ายที่ถูกขึงไว้ ป้องกันลูกฟุตบอลจะกระโจนไปสู่ถนนด้านนอก รวมไปถึงผู้คนที่สัญจรออกกำลังกายอยู่บริเวณนั้น ภาพที่เราเห็นในเย็นวันนั้นก็คือ เด็กๆ ต่างมาเกาะขอบตาข่ายมุงดูรุ่นใหญ่เขาเตะบอลกัน

บ้างก็ตะโกนเชียร์ บ้างก็แซวนักพากย์ บ้างก็พากย์เสียเอง บ้างก็เอาแต่ยืนมอง...

แต่เราเดาว่า ในใจของเด็กๆ คงอยากลงมาสัมผัสกับลูกฟุตบอล กับสนามฟุตบอล... ที่พวกเขาอาจไม่เคยมีโอกาสได้สัมผัสมาก่อน

“ภาพแรกที่ผมเห็นคือมีเด็กผู้ชายกลุ่มหนึ่งยืนออกันอยู่ที่หน้าประตูทางเข้าสนามฟุตบอล เห็นจังหวะที่กำลังจะก้าวเข้ามา ผมเดาซีนนั้นออกเลยว่า เดี๋ยวมันจะต้องเป็นการวิ่งกรูกันลงมาแบบไม่ได้นัดหมาย” ฟลุค-ธีรยุทธ บัญหนองสา นักพากย์ฟุตบอลชื่อดังของเมืองไทยที่มารับหน้าที่พิธีกรในงานวันนั้นกล่าวถึงสิ่งที่เขาได้เห็นกับตา และพูดกับเราต่อว่า “แล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ”

ภาพที่ ธีรยุทธ ได้เห็น ทำให้เขานึกย้อนไปถึงอดีตไม่ต่างจากเราแม้แต่น้อย และนี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการถือกำเนิด เจ ชนาธิป คนใหม่, มุ้ย ธีรศิลป์ คนต่อไป หรือแม้กระทั่งคนที่จะมาสืบทอดตำแหน่งแบ็กซ้ายต่อจาก อุ้ม ธีราทร ก็ตาม เพราะเขามองว่า สนามฟุตบอลหญ้าเทียมในลักษณะนี้จะทำให้เด็กๆ มีโอกาสได้ฝึกฝน และได้แสดงศักยภาพทางด้านฟุตบอลได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น

ธีรยุทธ บัญหนองสาธีรยุทธ บัญหนองสา

"โอย... ถ้าเป็นรุ่นของพี่นะ ความฝันที่จะเป็นนักฟุตบอลอาชีพนี่หลับไปสามตื่นก็ยังเป็นไปไม่ได้” นักพากย์ฝีปากฉมังกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “แต่ทุกวันนี้มันไม่ได้ไกลเกินกว่าฝันแล้วครับ พรสวรรค์ติดตัวเป็นเรื่องหนึ่ง แต่พรแสวงคือสิ่งสำคัญ ขอแค่ไม่ละทิ้งในความฝัน ความพยายาม และวินัยก็พอ” ธีรยุทธ กล่าวปิดท้าย

เราไม่อาจทราบได้ว่า กว่าจะก้าวไปไกลถึงลีกระดับเอเชียอย่าง เจลีก ของเหล่านักฟุตบอลทัพช้างศึกหลายๆ คน พวกเขาต้องผ่านอุปสรรคขวากหนามใดๆ บ้าง แต่อย่างน้อยสนามฟุตบอลหญ้าเทียมแห่งนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของเด็กน้อยสักคนที่มุ่งมั่นอยากใส่รองเท้าสตั๊ดไปเหยียบลีกญี่ปุ่นดูสักครั้ง

หรือไม่แน่... เด็กคนนั้นอาจสวมสตั๊ดลงไปฟาดแข้งในเวทียุโรปในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าก็เป็นได้... ใครจะรู้

 

#KingpowerThaipowerพลังคนไทย
#WeBelieveInThaiPower
#เชื่อในพลังคนไทย