พ่อเด็กหญิง ป.1 ถูกรุ่นพี่ 3 คน รุมข่มขืน ช้ำใจซ้ำเมียหอบเงินชดใช้หายไปกับสามีใหม่

พ่อเด็กหญิง ป.1 ถูกรุ่นพี่ 3 คน รุมข่มขืน ช้ำใจซ้ำเมียหอบเงินชดใช้หายไปกับสามีใหม่
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

ความคืบหน้ากรณีเด็กหญิง ป.1 ถูกกลุ่มเด็กชายชั้น ป.4 – 6 จำนวน 3 คน รุมอนาจาร พ่อเด็กหญิงลั่นดำเนินคดีให้ถึงที่สุด-ช้ำใจเมียหอบเงินชดใช้จากคู่กรณี 9 หมื่น หายไปกับสามีใหม่ 

จากกรณีมีพ่อของเด็กนักเรียนหญิงวัย 7 ปี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา นำลูกสาวเข้าร้องเรียนต่อมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็ก และสตรี เพื่อขอความเป็นธรรม เนื่องจากบุตรสาวถูกรุ่นพี่เป็นเด็กชายชั้น ป.4 – 6 จำนวน 3 คน ทำอนาจารภายในห้องน้ำของโรงเรียนช่วงหลังเลิกเรียน และมีการถ่ายคลิปโพสต์เผยแพร่ลงในโลกโซเชียล โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา 

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (20 ก.พ.) ช่วงเช้าที่ผ่านมา นายโชค (นามสมมุติ) พ่อของเด็กหญิงชั้น ป.1 ได้พาลูกสาวเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พันตำรวจเอก ประสิทธิ์ เปรมกมล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรครบุรี เพื่อให้ดำเนินคดีกับรุ่นพี่เด็กชายคู่กรณีทั้ง 3 รายแล้ว

ขณะที่ช่วงสายวันเดียวกันนี้ นายกฤตพล ชุติกุลกีรติ ศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์เสมารักษ์ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมา ได้ลงพื้นที่โรงเรียนที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น พร้อมกันนี้จะได้รายงานข้อเท็จจริงไปให้ทางกระทรวงศึกษาธิการรับทราบต่อไป

นายโชค (นามสมมติ) พ่อของเด็กหญิงชั้น ป.1 ที่ถูกเด็กชายรุ่นพี่รุมกระทำอนาจารในโรงเรียน เปิดเผยว่า ตนได้เลิกรากับอดีตภรรยามานานกว่า 7 เดือนแล้ว ซึ่งลูกสาวของตนอาศัยอยู่กับอดีตภรรยาและยาย หลังเกิดเหตุทางโรงเรียนได้พยายามไกล่เกลี่ยเรื่องที่เกิดขึ้น

และทางผู้ปกครองของเด็กชายรุ่นพี่ทั้งสามคน ได้เสนอเงินชดใช้ค่าเสียหายรวมจำนวน 9 หมื่นบาท ซึ่งอดีตภรรยาของตนได้รับเงินไป แต่ตนต้องการให้อดีตภรรยาคืนให้กับคู่กรณี เพราะตนไม่ได้ต้องการเงิน แต่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับกลุ่มเด็กชายรุ่นพี่ให้ถึงที่สุด ซึ่งทีแรกนางนวลก็ทำทีเป็นรับปากแต่ จู่ๆ ก็หายไปกับสามีใหม่

นอกจากนี้ อยากให้ทางโรงเรียนมีมาตรการในการดูแลเด็กนักเรียนมากกว่านี้ เพราะหลังจากเกิดเรื่อง ควรนำตัวคนผิดมาลงโทษ ไม่ใช่หาทางไกล่เกลี่ยเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งหลังจากนี้ตนจะเป็นคนดูแลลูกสาวเอง และก็เตรียมดำเนินเรื่องย้ายลูกสาวไปศึกษาต่อที่โรงเรียนอื่นด้วย

ด้าน นายทีปกรณ์ ผู้อำนวยการโรงเรียน ขออนุญาตไม่ให้สัมภาษณ์ แต่ได้เปิดเผยข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นทางโรงเรียนไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้เรียกผู้ปกครองทั้งสองฝ่ายมารับทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว

โดยตนยืนยันว่าทางโรงเรียนไม่ได้มีการเรียกคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาไกล่เกลี่ยเจราจาค่าเสียหายกันแต่อย่างใด แต่เป็นฝ่ายผู้ปกครองของกลุ่มเด็กชายรุ่นพี่ และแม่ของเด็กหญิงเป็นคนเจรจากันเองโดยที่ทางโรงเรียนไม่รู้เรื่องด้วย ส่วนเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้รายงานข้อเท็จจริงทั้งหมดให้ทางต้นสังกัดรับทราบแล้ว