เปิดใจคนขับแท็กซี่หัวหิน เล่าประสบการณ์ติดเชื้อไวรัส โควิด-19 จากนักท่องเที่ยวจีน

เปิดใจคนขับแท็กซี่หัวหิน เล่าประสบการณ์ติดเชื้อไวรัส โควิด-19 จากนักท่องเที่ยวจีน
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

(19 ก.พ.63) ที่ห้องประชุมอาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลหัวหินอ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์  นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์พร้อมด้วย แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 5, นายแพทย์สุริยะ คูหะรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์, นายแพทย์นิรันดร์ จันทร์ตระกูล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหัวหิน ,นางสาวโศรยา หอมชื่น ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย นายสมิทธิ์ อายุ 45 ปี ชาวหัวหิน ซึ่งเคยเป็นผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อาชีพขับรถแท็กซี่ มาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนคณะแพทย์ พยาบาลจากโรงพยาบาลของรัฐ และโรงพยาบาลเอกชนในอำเภอหัวหิน ผู้ประกอบการท่องเที่ยว

โอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดและคณะแพทย์ได้มอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีจากอธิบดีกรมควบคุมโรค,อธิบดีกรมการแพทย์ และรองอธิบดีกรมอนามัย รวมทั้งมอบเงินช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนจากกองทุนธารน้ำใจใต้ร่มพระบารมี ซึ่งคณะกรรมการระดับจังหวัดได้พิจารณาช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษ

นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ยืนยันได้ว่า ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 2 คน ของ อ.หัวหิน หายป่วยและออกจากโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้สืบเนื่องจาก นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนวัย 73 ปี ที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น ลงเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ  และนั่งรถแท็กซี่รับจ้างมาพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งในอำเภอหัวหิน หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2563 ได้มีอาการเป็นไข้ ไอจึงเดินทางพบแพทย์โรงพยาบาลเอกชน และเข้ารักษาตัวอยู่ในห้องแยกโรค

ต่อมามีผลยืนยันจากโรงพบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ว่าหญิงคนดังกล่าวติดเชื้อไวรัสโควิด -19 หลังจากนั้นทางแพทย์ได้ดำเนินการรักษาและต่อมาได้ย้ายไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลราชวิถี กระทั่งล่าสุดเมื่อวานที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุข ได้แถลงว่าหญิงชาวจีนที่ป่วยติดเชื้ออาการเป็นปกติแล้วและทางคณะแพทย์ พยาบาลได้อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมทั้งคนขับรถแท็กซี่ที่รับหญิงชาวจีนมาหัวหิน ก็หายป่วยแล้วเช่นกัน               

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 5  กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีชายคนขับรถแท็กซี่ที่รับหญิงชาวจีนวัย 73 ปี มาที่หัวหินนั้น ทางทีมสอบสวนโรคกระทรวงสาธารณสุข ได้ติดตามตัวหาคนขับรถแท็กซี่รับจ้างรายดังกล่าว จนกระทั่งสามารถติดต่อได้และแจ้งให้ทราบว่าหญิงชาวจีนรายดังกล่าวติดเชื้อและให้มาตรวจที่โรงพยาบาลหัวหิน เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา และมีการเก็บตัวอย่างส่งไปตรวจในห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จนผลออกมาเป็นบวกพบว่าติดเชื้อจึงให้ผู้ป่วยเข้ารักษาตัวอยู่โรงพยาบาลหัวหิน เป็นระยะเวลา 12 วัน จนกระทั่งคณะแพทย์ พยาบาล แจ้งว่าผู้ป่วยรายดังกล่าวหายเป็นปกติแล้ว และอนุญาตให้กลับบ้านได้ไปเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รวมไปถึงการเฝ้าดูผู้ใกล้ชิดทั้งภรรยา และลูก ของผู้ป่วยก็ไม่พบว่ามีติดเชื้อแต่อย่างใด  โดยการรักษาใช้ยาต้านไวรัส และการรักษาตามอาการ รวมทั้งการให้อาหารที่มีประโยชน์และน้ำดื่มที่เพียงพอต่อร่างกาย จึงช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและหายป่วยตามลำดับ   

         

นายสมิทธิ์ อายุ 45 ปี คนขับแท็กซี่ กล่าวว่า รู้สึกดีใจมากที่หายจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ยอมรับว่าตกใจเมื่อรู้ตัวว่าเป็นคนรับผู้ป่วยชาวจีนมาหัวหิน และยิ่งตกใจมากขึ้นเมื่อรู้ตัวว่าตัวเองติดเชื้อด้วย เป็นห่วงครอบครัว และลูกเล็กๆ อีก 3 คนกลัวว่าจะติดเชื้อไวรัสไปด้วย และกลัวสังคมจะรังเกียจและต่อต้าน เพราะสื่อโซเซียลแรงมาก เมื่อมาเก็บตัวอย่างเชื้อส่งตรวจแล้ว ผลออกมาว่าตนติดเชื้อเพียงคนเดียวครอบครัวไม่ติดเชื้อก็รู้สึกเบาใจ และยินดีมารับการตรวจตามคำแนะนำของหมอ ช่วง 1-2 วันแรก มีอาการไข้ขึ้น ตัวร้อนมาก แต่เมื่อได้รับยาต้านไวรัสของหมอตามขั้นตอนอาการก็ดีขึ้นตามลำดับ 

โดยตนอยู่รักษาตัวที่โรงพยาบาลหัวหินเป็นเวลา 12 วัน จนหายดีในที่สุด ดีใจอย่างมากที่หายแล้ว และตั้งใจที่จะบอกเล่าประสบการณ์ตัวเอง เพื่อให้เป็นวิทยาทาน ไปยังเพื่อนคนขับรถแท็กซี่ หรือพี่น้องประชาชนให้ระมัดระวังเรื่องความสะอาด โอกาสที่จะได้รับเชื้อโรค ควรป้องกันตัวเองเพื่อความไม่ประมาท ด้วยการปิดหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อส่งลูกค้าเรียบร้อยแล้วก็ควรเช็ดทำความสะอาดจุดสัมผัสต่างๆภายในรถเพื่อความปลอดภัยของลูกค้ารายอื่นด้วย ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณทีมแพทย์พยาบาลโรงพยาบาลหัวหิน และหน่วยงานต่างๆที่เข้ามาดูแลรักษาพยาบาลตนจนหายดีในครั้งนี้ด้วย