อาจารย์ ม.ดัง เมาซิ่งเก๋งหรูชนแหลกเจ็บ 3 ราย น้องสาวโดดสู้ตำรวจไม่ให้จับพี่ชาย

อาจารย์ ม.ดัง เมาซิ่งเก๋งหรูชนแหลกเจ็บ 3 ราย น้องสาวโดดสู้ตำรวจไม่ให้จับพี่ชาย
S! News (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

วานนี้ (18 ก.พ. 63) สถานีตำรวจภูธรพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุพระประแดง ว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์นั่งส่วนบุคคลพุ่งชนรถจักรยานยนต์สายตรวจสถานีตำรวจภูธรพระประแดง และเสียหลักพุ่งชนรถข้างทาง จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 รายซึ่งเป็นนายตำรวจ 2 นาย และเจ้าของร้านข้าวต้มหญิงสูงอายุ 1 ราย ทางมูลนิธิร่วมกตัญญูช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลบางปะกอก 3

จากนั้นจึงได้รายงานให้กับพันตำรวจเอก ประธาน นันทกอบกุล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรพระประแดง ให้ทราบ จากนั้นรุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งจุดเกิดเหตุบริเวณ ถ.สุขสวัสดิ์ ใกล้ถึงสุขสวัสดิ์ 47 มุ่งหน้าอำเภอพระสมุทรเจดีย์ พบรถจักรยานยนต์สายตรวจของสถานีตำรวจภูธรพระประแดง จอดล้มอยู่ช่องทางเดินรถที่ 2 ด้านซ้ายสภาพรถช่วงท้ายถูกชนเสียหาย แล้วพบเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 2 ราย

ห่างไปประมาณ 10 เมตรพบรถยนต์นั่งส่วนบุคคลสีบรอนซ์เทาจอดอยู่ช่องทางเดินรถด้านซ้ายสุดและมีร่องรอยเฉี่ยวชนด้านหน้าข้างขวา และพบผู้ขับขี่เป็นชาย อายุ 48 ปี  อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งนั่งอยู่ในรถด้านคนขับ แล้วยังพบรถยนต์สีขาว ซึ่งเป็นรถขายนมสดและปังเย็น ซึ่งจอดอยู่ข้างทางได้รับความเสียหายที่ด้านหน้ากันชนข้างขวา  

จากนั้นทางมูลนิธิร่วมกตัญญูมาถึงที่เกิดเหตุและให้ความช่วยเหลือพยาบาลเบื้องต้นผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 3 ราย รายที่ 1 ดาบตำรวจเกียรติศักดิ์ คงเพ็ชรศักดิ์ อายุ 47 ปี กำลังผบหมู่งานป้องกันและปราบปรามสถานีตำรวจภูธรพระประแดง เป็นคนขับรถจักรยานยนต์สายตรวจ  รายที่ 2 สิบตำรวจตรี สถาปัตย์ สิงหโยธา อายุ 24 ปี ตำแหน่งผบหมู่งานป้องกันและปราบปรามสถานีตำรวจภูธรพระประแดง เป็นผู้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์สายตรวจ  รายที่ 3 นางอ๊อด อายุ 70 ปี  ซึ่งเป็นเจ้าของร้านข้าวต้มที่อยู่ตรงจุดเกิดเหตุและกำลังยืนจัดร้านอยู่ ถูกรถพุ่งเข้ามาชน จนได้รับบาดเจ็บ ร่วมกตัญญูจึงนำผู้บาดเจ็บ 3 รายส่งโรงพยาบาลบางปะกอก 3 

เฟซบุ๊ก ประพันธ์ แสงมาน

หลังจากนั้น ร้อยตำรวจเอกหญิง ธิดารัตน์ พนักงานสอบสวนไปถึงจุดเกิดเหตุ พร้อมด้วยพันตำรวจตรี อดุลย์ มงคลเจริญ สารวัตรป้องกันและปราบปรามสถานีตำรวจภูธรพระประแดง ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุและได้เชิญคนขับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลหรือคันเกิดเหตุ ให้เอาลงมาจากรถเพื่อจะสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่คนขับรถคันดังกล่าว ไม่ยอมลงมา และมีอาการคล้ายเหมือนคนเมาสุราพูดจาไม่รู้เรื่อง ทางเจ้าหน้าที่ต้องเกลี่ยกล่อมถึงจะลงมาจากรถและลงสู่บริเวณที่เกิดเหตุ 

จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพนักงานสอบสวนจึงตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุและถ่ายภาพจุดเกิดเหตุ รวมถึงพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐานเบื้องต้น จากนั้นจึงให้รถยกนำรถเข้าไปเก็บที่เก็บของกลาง ส่วนตัวคนขับรถคันเกิดเหตุเจ้าหน้าที่จะเชิญตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจภูธรพระประแดง แต่คนขับรถคันเกิดเหตุ เป็นชายอายุ 48 ปี อาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง บอกขอรอน้องสาวก่อนกำลังเดินทางมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรอน้องสาวเพื่อมาที่เกิดเหตุ เป็นจังหวะเดียวกันที่น้องสาวมาแล้วสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะควบคุมตัวเพื่อไปตรวจสอบแอลกอฮอล์ แต่ทางคนขับรถเกิดเหตุพยายามจะขับรถยนต์น้องสาวที่ขับมาเพื่อจะออกไปจากจุดเกิดเหตุ ขณะนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ พันตำรวจตรีอดุลย์ได้เห็นจึงเข้าไปเพื่อจะควบคุมตัวชายดังกล่าวลงในรถเพราะยังมีอาการมึนเมาและจังหวะนั้น ทางน้องสาวได้เข้ามาขอเข้ามาขวางพันตำรวจตรีอดุลย์ จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ชุลมุนขึ้น ในขณะที่มีชาวบ้านที่ผ่านไปผ่านมายืนดูเป็นจำนวนมาก

จากนั้นได้สอบถามสิบตำรวจตรีสถาปัตย์ ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บได้เล่าให้ฟังว่า ตนกับนายตำรวจคู่กันได้รับแจ้งเหตุและตนกำลังขับรถจักรยานยนต์สายตรวจเพื่อไปตรวจสอบเหตุที่ได้รับแจ้งก็ขับรถไป พอมาถึงจุดเกิดเหตุก็มีรถยนต์คันดังกล่าวมาพุ่งชนท้ายรถตนเข้าอย่างจังจนรถตนกระเด็นไปประมาณเกือบ 20 ม. ตนกับ ด.ต.เกียรติศักดิ์ จนได้รับบาดเจ็บ จากการสอบถามพันตำรวจตรีอดุลย์ มงคลเจริญ สารวัตรป้องกันและปราบปรามสถานีตำรวจภูธรพระประแดง กล่าวว่าผลการตรวจแอลกอฮอล์ผลออกมามีแอลกอฮอล์ 161 มิลลิกรัม ซึ่งเกินกว่ากฎหมายกำหนด

ส่วนทางด้านน้องสาวของอาจารย์ ได้ไปลงประจำวันแจ้งความกับตำรวจในคลิปว่าถูกทำร้ายร่างกาย แล้วทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็แจ้งความเช่นเดียวกัน แต่คงแยกเป็น 2 เรื่อง เรื่องที่ 1.ขับรถขณะเมาสุราจนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย เรื่องที่ 2.เกิดเหตุชุลมุนในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญตัวชายที่ขับรถคันดังกล่าวไปตรวจวัดแอลกอฮอล์ ถ้าเกิดการชุลมุนขึ้นตามคลิปดังกล่าว