ปิดตำนานม่อนแจ่ม รีสอร์ทปิดบริการแล้วเกือบทั้งดอย กฟภ.ยังใจดีชะลอตัดไฟ

ปิดตำนานม่อนแจ่ม รีสอร์ทปิดบริการแล้วเกือบทั้งดอย กฟภ.ยังใจดีชะลอตัดไฟ
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

(18 ก.พ.63) ความคืบหน้าการประท้วงของชาวบ้าน 3 หมู่บ้าน บนดอยม่อนแจ่ม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ที่นำไปสู่การพูดคุยกันระหว่างตัวแทนชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนกับนายวีระพันธ์ ดีอ่อน ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ และ ตัวแทนจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ป่าไม้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และ ฝ่ายปกครอง ล่าสุดช่วงบ่ายวันนี้ กลุ่มชาวบ้านสลายการชุมนุม แยกย้ายกันกลับบ้านแล้ว

นายสุรินทร์ นทีไพรวัลย์ ผู้ใหญ่บ้านหนองหอยเก่า ตัวแทนชาวบ้าน การจัดระเบียบรีสอร์ทบ้านพักบนดอยม่อนแจ่มจะใช้กฎหมายอย่างเดียวคงแก้ไม่ได้ แต่ควรใช้ทั้งหลักรัฐศาสตร์และนิติศาตร์ควบคู่กัน โดยทางชุมชนเสนอให้ตั้งคณะกรรมการะดับจังหวัด ให้มีตัวแทนจากทุกหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องและตัวแทนชุมชนเข้าร่วมออกแบบแนวทางแก้ปัญหา   

ทุกวันนี้ชาวบ้านทำกินในพื้นที่ตัวเอง แต่แผนที่ที่เจ้าหน้าที่นำมาชี้และเข้าจับกุมดำเนินคดี โดยไม่ถามข้อเท็จจริง เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องและยอมรับไม่ได้ ซึ่งชาวบ้านก็หวังจะเห็นคณะกรรมการร่วมมาแก้ปัญหา ขณะที่การใช้มาตรการต่าง ๆ เข้ากดดัน ก็อยากให้เอ็นดูบ้าง ขอให้ได้ทำมาหากิน อยากขอให้ผู้หลักผู้ใหญ่ใช้เมตตาธรรมในการบังคับใช้กฎหมาย เพราะตอนนี้ชาวบ้านก็ยอมทำตามทุกอย่าง แต่ก็ขออย่าให้ถึงขั้นหมดทางทำมาหากิน  

ผู้สื่อข่าวสำรวจบรรยากาศบนดอยม่อนแจ่มในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ผู้ประกอบการทยอยปิดป้ายประกาศปิดบริการ รวมทั้งทยอยรื้อถือถอนเต้นท์แคมปิ้ง  ตามคำสั่งของฝ่ายปกครองอำเภอริม ที่ให้ยุติกิจการเนื่องจากไม่มีใบอนุญาตประกอบการที่พัก เมื่อวันที่ 15 มกราคม ที่ผ่านมา

ผู้ประกอบการที่นี่บอกว่า เริ่มทยอยปิดบริการและรื้อถอนเต็นท์ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ จนถึงขณะนี้รื้อถอนไปแล้วประมาณร้อยละ 40 คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จหลังวันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้   ซึ่งผู้ประกอบการทั้ง 116 ราย  ที่อยู่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ยินดีและพร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการจัดระเบียบครั้งนี้ และ ก็พร้อมจะทำงานร่วมกับภาครัฐเพื่อพัฒนาม่อนแจ่มให้เป็นโมเดลการท่องเที่ยวที่ถูกต้อง

นายเอกรินทร์ นทีไพรวัลย์ เจ้าของม่อนวิวงาม ผู้ประกอบการรีสอร์ทรายใหญ่ที่สุดบนดอยม่อนแจ่ม ยอมรับว่า รีสอร์ทที่ม่อนแจ่มไม่ได้ถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง จึงอยากให้ภาครัฐเข้ามาส่งเสริมเพื่อให้ทำถูกต้อง เพื่อให้การท่องเที่ยวของม่อนแจ่มยังคงอยู่ เพราะหากให้ชาวบ้านกลับไปทำการเกษตรเพียงอย่างเดียว  คงไม่สามารถเลี้ยงปากเลี้ยงท้องได้ เนื่องจากราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ 

ในแต่ละปีชาวบ้านจะมีรายได้จากการเกษตรรวมแล้วประมาณ 40 ล้านบาท ในขณะที่การท่องเที่ยวสร้างรายได้มากกว่าถึง 10 เท่าตัว หรือราว 400 ล้านบาทในช่วงเวลาเพียง 3 เดือนของฤดูกาลท่องเที่ยว  

ขณะที่บรรยากาศการท่องเที่ยวบนดอยม่อนแจ่มวันนี้เป็นไปอย่างเงียบเหงาแทบไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในพื้นที่  หลังมีข่าวว่ามีการตัดน้ำตัดไฟและสัญญาณโทรศัพท์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้จะมีการรื้อถอนเสาสัญญาณมือถือ แต่ผู้ให้บริการได้ส่งรถโมบายเข้ามาปล่อยสัญญาณ เพื่อลดผลกระทบให้กับชาวบ้านเป็นการชั่วคราว ส่วนการใช้ไฟฟ้า จนถึงขณะนี้การไฟฟ้ายังไม่มีการตัดกระแสไฟในจุดต่อพ่วง แต่ได้ชะลอเวลา ให้ชาวบ้านได้ไปขออนุญาตใช้ไฟฟ้าอย่างถูกต้อง ก่อนจะดำเนินการต่อไป

ส่วนระบบน้ำที่ต่อท่อจากโครงการหลวงได้ถูกตัดไปแล้ว เพราะมีการใช้ผิดวัตถุประสงค์ เนื่องจากโครงการหลวงอนุญาตให้ใช้เพื่อการเกษตรเท่านั้น