สาธารณสุข พบผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มอีก 1 ราย แนะช่วงนี้เลื่อนเดินทางไปประเทศเสี่ยง

สาธารณสุข พบผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มอีก 1 ราย แนะช่วงนี้เลื่อนเดินทางไปประเทศเสี่ยง
Infoquest

สนับสนุนเนื้อหา

นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ โฆษก กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันว่าขณะนี้มีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (โควิด-19) ในไทยเพิ่มอีก 1 ราย เป็นหญิงชาวจีน อายุ 68 ปี ซึ่งเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดของครอบครัวชาวจีน 9 คนที่เข้ามาพร้อมกันแล้วมีผู้ป่วยติดเชื้อ ส่งผลให้ขณะนี้ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อสะสม 35 ราย รักษาหายแล้ว 15 ราย ยังรักษาตัวในโรงพยาบาล 20 ราย

ด้าน นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า วันนี้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ 3 ฝ่าย ได้รายงานผู้ป่วยยืนยันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่ม 1 ราย เป็นนักท่องเที่ยวจีน เพศหญิงอายุ 68 ปี ซึ่งเป็นผู้สัมผัสของผู้ป่วยยืนยันรายที่ 22 และอยู่ระหว่างการติดตามเฝ้าระวังมาตั้งแต่แรกอย่างต่อเนื่อง เมื่อพบว่ามีไข้ ไอ จึงรับเข้าโรงพยาบาลเพื่อรักษา (เป็นผู้ป่วยรายที่ 4 ในครอบครัวเดียวกัน) นับเป็นผู้ป่วยยืนยันรายที่ 35 ของประเทศไทย

ขณะที่ นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กล่าวถึงสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในประเทศสิงคโปร์และญี่ปุ่น อยู่ในระดับใกล้เคียงกัน คือมีการติดต่อของคนในพื้นที่

ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของคนไทยหรือคนที่เดินทางมาจาก 2 ประเทศนี้ ทางกระทรวงสาธารณสุขได้เริ่มดำเนินการคัดกรองอย่างเข้มข้นแล้ว เช่นเดียวกับการดำเนินการคัดกรองผู้เดินทางมาจากประเทศจีนในช่วงเริ่มระบาด ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบผู้มีไข้ โดยคำแนะนำสำหรับคนไทยในช่วงนี้คือ ขอให้เลื่อนการเดินทางที่ไม่จำเป็นออกไป ในกรณีที่จำเป็นต้องไปก็จะต้องระมัดระวังการติดเชื้อ และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้ขยายการเฝ้าระวังเพื่อให้สามารถค้นพบผู้ป่วยได้มากขึ้น ใน 3 กลุ่ม ดังนี้

  1. ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการปอดอักเสบที่หาสาเหตุไม่ได้ และผู้ป่วยที่เป็นผู้ประกอบอาชีพที่สัมผัสใกล้ชิดกับนักท่องเที่ยวที่มาจากพื้นที่ที่มีรายงานการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

  2. เพิ่มการคัดกรองที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ และในโรงพยาบาล หากเป็นผู้เดินทางจากประเทศจีน ฮ่องกง มาเก๊า จีนไทเป ญี่ปุ่น สิงค์โปร์ และประเทศที่มีรายงานการระบาด รวมถึงระบาดในชุมชน

  3. ในส่วนของโรงพยาบาลให้เพิ่มการเฝ้าระวังเป็นพิเศษกรณีที่ผู้ป่วยมีประวัติเดินทางกลับมาจากประเทศที่มีรายงานพบการแพร่เชื้อในชุมชนภายในประเทศนั้นๆ (local transmission)

สำหรับกรณีเรือสำราญ Westerdam เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยง กระทรวงสาธารณสุขจึงมีมาตรการ 2 ส่วน ได้แก่

  1. กรณีคนไทยกลับบ้านมีการดูแลติดตามเฝ้าระวังต่อเนื่องจนครบ 14 วันตามมาตรฐานป้องกันควบคุมโรค หากจะเดินทางต่อมีการคัดกรองก่อนขึ้นเครื่องหากมีไข้ไม่อนุญาตให้ขึ้นเครื่อง และส่งเข้ารักษาตามระบบ

  2. คนต่างชาติจะไม่อนุญาตให้เข้าประเทศ ทั้งการต่อเครื่องและเปลี่ยนเครื่อง โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ประสานงานกับสายการบิน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงการต่างประเทศและ บมจ. ท่าอากาศยานไทย (AOT) หากจำเป็นจะเดินทางเข้าประเทศไทย ต้องปฏิบัติตามมาตรการควบคุมป้องกันโรคของไทยอย่างเคร่งครัด เช่น สวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ พร้อมแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ ตรวจคัดกรองก่อนขึ้นเครื่อง และหากตรวจพบเข้าเกณฑ์เฝ้าระวัง เช่น ไข้ ไอ จะถูกส่งเข้าระบบเฝ้าระวังป้องกัน ควบคุมโรคของประเทศไทยทันที ทั้งนี้ การป้องกันควบคุมโรค กรณีคนบนเรือ westerdam ที่จะมาเมืองไทยเกิดขึ้น ภายหลังมีการยืนยันว่า มีคนบนเรือติดเชื้อ COVID-19 แล้ว 1 ราย

ส่วนที่ฐานทัพเรือสัตหีบ คนไทยกลับบ้านที่อาคารรับรองสัตหีบ จำนวน 137 คน ทุกคน ไม่มีไข้ และไม่มีผู้ที่เข้าเกณฑ์สอบสวนโรคส่วนผู้ที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลชลบุรี 1 คน อาการปกติไม่มีไข้ ไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก โดยทั้งหมดอยู่ระหว่างการเตรียมการก่อนที่จะอนุญาตให้กลับบ้านในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563

ทั้งนี้ จำนวนผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคต้องเฝ้าระวัง ตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม – 15 กุมภาพันธ์ 2563 มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนต้องเฝ้าระวังสะสมทั้งหมด 837 ราย คัดกรองจากสนามบิน 55 ราย มารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอง 782 ราย อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้วและอยู่ระหว่างติดตามอาการ 703 ราย ส่วนใหญ่เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ยังคงรักษาในโรงพยาบาล 134 ราย