บิ๊กเหวียงงง ถูกโยงคดีสนธิ

บิ๊กเหวียงงง ถูกโยงคดีสนธิ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
หลังทีมตร. บุกค้นรง. ที่เขาสมิง แฉจสอ. เคยมาอยู่

ตร.บุกค้นโรงงานของบิ๊กเหวียง ล่าตัวจ่าปัญญา1 ในทีมลอบยิง สนธิ ลิ้มฯ แต่ไม่เจอตัว เผยเป็นโรงงานทำไม้กฤษณา ซึ่งจ่าปัญญาเคยมาทำงานเมื่อปี48 นอกจากนี้หลังลงมือยิงก็พาทีมมือปืนมากบดานอยู่พักหนึ่ง แฉทีมสังหารมีนายทหารยศร.ต.คุมทีมเอง มาร์คประกาศพร้อมจะช่วยปลดล็อก หากตร.โดนขัดขวางสืบสวนทำคดี เผยคุยกับธานีแล้วย้ำต้องหาพยานหลักฐานให้แน่นหนา ไม่งั้นเดี๋ยวจะหลุด ระบุยังไม่รู้ใครบงการ เทือกก็หนุนธานีทำงานได้เยี่ยม ชี้ไม่ว่าจะเป็นสีเขียว สีเหลือง หรือสีแดง ถ้าทำผิดก็ต้องถูกดำเนินคดี โฆษกกองทัพแถลงแม่ทัพภาคที่ 4 สั่งส่งตัวจ่าปัญญาจากใต้กลับป่าหวายให้ตำรวจยื่นขอตัวไปดำเนินคดี ชี้ต้องขึ้นศาลพลเรือน ลั่นกองทัพบริสุทธิ์ใจ

จากกรณีตำรวจยึดรถปิกอัพโตโยต้า วีโก้ สีเปลือกมังคุด ทะเบียน บธ 1474 ลพบุรี ภายในบ้านพักของน.ส.รัศมี เมฆชัย อายุ 27 ปี ลูกจ้างประจำสังกัดกองพลาธิการส่งกำลังทางอากาศ ศูนย์สงครามพิเศษ หน่วยบัญชาการสงคราม จ.ลพบุรี โดยต้องสงสัยว่าเป็นรถคันที่ใช้ก่อเหตุลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำม็อบพันธมิตรฯ นอกจากนี้ตำรวจยังขออนุมัติหมายจับผู้ต้องสงสัย 2 ราย คือ จ.ส.อ.ปัญญา หรือบู่ หรือห่อ ศรีเหรา สังกัดศูนย์สงครามพิเศษลพบุรี กับส.ต.อ.วรวุฒิ มุ่งสันติ เจ้าหน้าที่ศูนย์ข่าว บช.ปส. โดยเฉพาะส.ต.อ.วรวุฒินั้นพบว่าตาพิการ 1 ข้าง เพราะโดนคนร้ายแก๊งยาเสพติดรุมทำร้าย และยังมีหน้าที่เปิดโรงแรมให้ทีมสังหาร อย่างไรก็ตาม จากการสอบสวนยังพบว่ามีนายทหารยศพันเอก หรือเสธ. ด ซึ่งสนิทสนมกับน.ส.รัศมี เป็นคนยืมรถปิกอัพคันดังกล่าวไปใช้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 16 ก.ค. ที่ศูนย์การค้าไบเทค บางนา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงอุปสรรคการสืบสวนคดียิงนายสนธิ ว่า ได้คุยกับพล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผบ.ตร.แล้ว และบอกด้วยว่าถ้ามีตรงไหนที่จะให้รัฐบาลไปแก้ปัญหาหรือปลดล็อกก็ให้บอกมา เพราะต้องการให้เดินหน้าในคดีนี้อย่างเต็มที่ ซึ่งพล.ต.อ.ธานียืนยันกับตนว่า ขณะนี้ยังทำงานได้ และถ้ามีความชัดเจนว่ามีใครไปขัดขวางหรือทำให้คดีไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ รัฐบาลจะทำให้มันเดินหน้าต่อไปได้

เมื่อถามว่า สาเหตุที่คดีเดินหน้าได้ไม่เต็มที่ เพราะมีคนระดับบิ๊กอยู่เบื้องหลังหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ตอนนี้คืบหน้าไปเยอะแล้ว ตนได้ติดตามมาตลอด หารือกับพล.ต.อ.ธานี เป็นระยะ เพราะห่วงว่าจะไม่คืบหน้า แต่ขณะนี้ยืนยันว่ามีความคืบหน้าเป็นลำดับและมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถออกหมายจับได้แล้วบางคน มีทั้งวัตถุพยานและการเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง น่าจะทำให้มีโอกาสขยายผลไปได้

ผู้สื่อข่าวถามว่าถึงวันนี้นายกฯ รู้หรือยังว่าใครคือผู้บงการอยู่เบื้องหลัง นายกฯ กล่าวว่า ไม่ทราบ พล.ต.อ.ธานีไม่ได้บอกอะไรกับตน บอก แต่เพียงว่าที่ออกหมายจับไปนั้นเป็นใครอย่างไร มีการเคลื่อนไหวอย่างไร และขณะนี้เท่าที่ทราบพยายามจะออกหมายจับเพิ่ม

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์เรื่องเดียวกันว่า พล.ต.อ.ธานีเป็นรองผบ.ตร. สามารถบังคับบัญชาตำรวจได้ทุกระดับอยู่แล้ว และรัฐบาลก็ไว้วางใจมอบหมายให้มาดูแลคดีนี้ ซึ่งพล.ต.อ.ธานีสามารถดูแลและทำอย่างเต็มที่ ทั้งตนและนายกรัฐมนตรีได้บอกพล.ต.อ.ธานีตั้งแต่สองคนแรกแล้วว่า ฝ่ายบริหารพร้อมที่จะให้การสนับสนุนให้ทำงานอย่างเต็มที่ และตรงไปตรงมา ทำตามกฎหมาย เชื่อว่าพล.ต.อ.ธานีคงไม่ได้มีความกังวลใจอะไร

เมื่อถามว่าในเมื่อพล.ต.อ.ธานีรู้ว่ามีหนอนบ่อนไส้ ทำไมจึงไม่มีการปรับเปลี่ยนคนทำงาน นายสุเทพกล่าวว่า คิดว่าพล.ต.อ.ธานีคงจะคิดว่ายังจะสามารถทำงานได้อยู่ และสามารถทำงานจนมาถึงขั้นที่รวบรวมหลักฐานต่างๆ ได้ จนขออนุมัติหมายจับจากศาลได้ ต้องถือว่าพล.ต.อ.ธานีทำงานได้ดี ท่านยังคงทำงานได้อยู่ คงไม่เป็นไร

วันเดียวกัน พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับจ.ส.อ.ปัญญา ศรีเหรา ในข้อหาลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล ว่า กองทัพพร้อมแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการให้การสนับสนุนและร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตามที่ร้องขอทุกอย่าง ซึ่งทราบว่า พล.ท.พิเชษฐ์ วิสัยจร แม่ทัพภาคที่ 4 ระบุจะส่งตัวจ.ส.อ.ปัญญากลับหน่วยต้นสังกัด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประสานขอตัวมาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ข้อกล่าวหามีการระบุว่ากระทำความผิดร่วมกับพลเรือน ดังนั้น คงต้องมีการดำเนินคดีแบบพลเรือนและขึ้นศาลพลเรือนตามขั้นตอน

เมื่อถามว่ากลุ่มพันธมิตรฯ ปักใจเชื่อว่ากลุ่มที่ลอบสังหารนายสนธิ มีผู้ใหญ่ในกองทัพบงการอยู่เบื้องหลัง พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า เป็นความรู้สึกของกลุ่มพันธมิตรฯ ตนคงตอบแทนไม่ได้ ทั้งนี้ กองทัพบกทำได้คือแสดงความบริสุทธิ์ใจ หากหน่วยงานใดเป็นเหมือนกองทัพบกก็ต้องทำเช่นนี้ คือ ไม่เสนอความคิดเห็น แต่พร้อมให้การสนับสนุนตำรวจ พนักงานสอบสวนในการปฏิบัติหน้าที่

เมื่อถามว่ารายละเอียดของกระสุนปืนที่ตกในที่เกิดเหตุระบุว่าเป็นของกองทัพ ความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานมาที่กรมสรรพาวุธ ซึ่งกองทัพได้ให้ข้อมูลและรายละเอียดแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจถึงรายละเอียดของกระสุนปืนแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะอาจกระทบกับรูปคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.สุรพล พินิจชอบ ผบก.พฐ. กล่าวถึงความคืบหน้ารถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีเปลือกมังคุด ทะเบียน บธ 1474 ลพบุรี ซึ่งเป็นรถต้องสงสัยในคดีคนร้ายลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล ว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนนำลายนิ้วมือแฝงที่เก็บได้จากรถยนต์กระบะโตโยต้า วีโก้ ต้องสงสัยไว้ได้ทั้งหมดจำนวน 10 ลายนิ้วมือ ส่งให้กองพิสูจน์หลักฐานเพื่อเก็บไว้เปรียบเทียบกับผู้ต้องสงสัย โดยขั้นตอนต่อไปจะนำลายนิ้วมือแฝงที่ได้ไปเข้าระบบตรวจลายนิ้วมืออัตโนมัติของกองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อเปรียบเทียบลายนิ้วมือที่มีอยู่ในฐานข้อมูลทะเบียนประวัติผู้ต้องหาทั่วประเทศที่มีทั้งหมดประมาณ 5-6 ล้านลายนิ้วมือในฐานข้อมูลว่าตรงกับใครหรือไม่ ซึ่งต้องใช้เวลาในส่วนนี้พอสมควรคาดว่าจะทราบผลในช่วงเย็น

พล.ต.ต.สุรพล กล่าวถึงการเปรียบเทียบลายนิ้วมือที่ทางกองพิสูจน์หลักฐานเก็บมาได้จากรถต้องสงสัยกับ 2 ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับคือจ.ส.อ. ปัญญาและส.ต.อ.วรวุฒิ ว่า ยังไม่ได้มีการเปรียบเทียบเนื่องจากไม่มีลายนิ้วมือของผู้ต้องหาทั้ง 2 คนเก็บไว้ ต้องให้พนักงานสอบสวนประสานต้นสังกัดของผู้ต้องหาทั้ง 2 คนเพื่อขอลายนิ้วมือจากทะเบียนประวัติในการรับราชการมาตรวจเปรียบเทียบอีกที ว่าตรงกับที่พบบนรถต้องสงสัยหรือไม่ ส่วนการตรวจเขม่าดินปืนที่รถต้องสงสัยนั้น ไม่พบเนื่องจากเหตุเกิดนานแล้ว เจ้าหน้าที่จึงนำขวดน้ำที่พบในรถมาตรวจหาดีเอ็นเอเพื่อเปรียบเทียบกับผู้ต้องสงสัย เพื่อใช้เป็นหลักฐานในคดีด้วย

ก่อนหน้านี้ เวลา 04.00 น. พล.ต.ต.นิวัฒน์ รัตนาธรรมวัฒน์ รองผบช.ภาค 2 พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รองผบช.น. พ.ต.อ.วีระศักดิ์ มีนะ วนิชย์ รองผบก.จเรตำรวจ พร้อมตำรวจชุดอรินทราช 191 และตำรวจภ.จว.ตราดกว่า 100 นาย เข้าตรวจค้นโรงงานทำไม้กฤษณา ชื่อบริษัท กฤษณาฟ้าสยาม จำกัด ตั้งอยู่ที่เลขที่ 2/1 หมู่ 10 บ้านนาแกลง ต.ประณีต อ.เขาสมิง จ.ตราด มีนายจารินทร์ วิสัยซื่อ เป็นผู้จัดการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเข้าตรวจค้นครั้งนี้ เนื่องจากตำรวจได้เบาะแสว่า จ.ส.อ.ปัญญา หรือจ่าบู่ 1 ในผู้ต้องหาคดีลอบยิงนายสนธิ อาจหลบหนีมากบดานที่โรงงานดังกล่าว ซึ่งจากการตรวจค้นก็ไม่พบตัวจ.ส.อ.ปัญญา

จากนั้น พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ จึงได้นำนายจารินทร์ วิสัยซื่อ ผู้จัดการโรงงาน นายอนุ ชาติ หรือแหลม ช่างเกวียน และนายศุภกร สุทธิผ่อง ซึ่งเป็นเพื่อนของจ.ส.อ.ปัญญามาสอบสวนเพื่อหาเบาะแสของจ.ส.อ.ปัญญา โดยได้ข้อมูลว่า จ.ส.อ.ปัญญาเคยทำงานที่โรงงานแห่งนี้เมื่อปี 2548 แต่ไม่ได้อยู่ที่บ้านพักคนงาน ไปพักอยู่กับภรรยาที่บ้านช้างทูน อ.บ่อไร่ จ.ตราด ซึ่งอยู่ห่างจากโรงงานไปประมาณ 30-40 ก.ม. นอกจากนี้ได้ตรวจค้นหาอาวุธปืนทั้งในโรงงานและรถยนต์มิตซูบิชิ สีน้ำเงิน เลขทะเบียน ลต 469 ตราด แต่ไม่พบอะไร

พล.ต.ต.สุเมธกล่าวว่า การมาครั้งนี้ เพื่อมาตรวจสอบค้นหาตัวจ.ส.อ.ปัญญา โดยทราบว่ามีการหลบซ่อนตัว และทำงานอยู่ในโรงงานดังกล่าว จึงได้วางแผนเข้าจับกุม แต่ไม่พบตัวเนื่องจากหลบหนีไปก่อน จึงได้สอบเพื่อนของ จ.ส.อ.ปัญญา เพื่อหาเบาะแสและพฤติกรรมของจ.ส.อ.ปัญญาว่าจะมีความเกี่ยวข้องกับใครบ้าง แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

ส่วนนายอนุชาติ ช่างเกวียน กล่าวว่า เคยเห็นจ.ส.อ.ปัญญา เนื่องจากทำงานอยู่ในแผนกต้มไม้หอม แต่ไม่ได้สนิทสนมกัน เพียงแต่เคยเห็นหน้าและพูดคุยกันบางครั้งเท่านั้น ซึ่งได้ตอบกับทางตำรวจไปว่า ตนเองทำงานอยู่ที่นี่มาก่อนที่จ.ส.อ.ปัญญาเดินทางมาทำงาน ทราบว่า จ.ส.อ.ปัญญามีภรรยาอยู่ที่ต.ช้างทูน อ.บ่อไร่ เท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโรงงานโครงการไม้กฤษณาแห่งนี้เป็นของพล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร อดีตผบ.ทบ. เนื่องจากเมื่อ 4-5 ปีก่อน พล.อ. เชษฐาเดินทางมาลงทุนทำโรงงานไม้หอมที่ จ.ตราด และ จ.จันทบุรี และตั้งชมรมไม้กฤษณาแห่งประเทศไทยขึ้น มีสมาชิกอยู่ทั้งใน จ.จันทบุรี และจ.ตราดกว่า 500 คน และจากการตรวจสอบพบว่า บริษัท กฤษณาฟ้าสยาม จำกัด มีนางอรทัย ฐานะจาโร ลูกสะใภ้พล.อ.เชษฐา เป็นกรรมการบริษัทเพียงคนเดียว มีทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท

รายงานข่าวเปิดเผยว่า แนวทางการสืบสวนพบเบาะแสว่า หลังจากลงมือยิงนายสนธิได้ 2 วัน จ.ส.อ.ปัญญา พาลูกน้องทีมสังหารขับรถจากกรุงเทพฯ ไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่อ.เขาสมิง จ.ตราด ก่อนแยกย้ายกันหลบหนี โดยจ.ส.อ.ปัญญาเดินทางกลับไปช่วยราชการที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน. ภาค 4) ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี นอกจากนี้จ.ส.อ.ปัญญายังผ่านหลักสูตรมนุษย์กบของกองทัพเรืออีกด้วย รวมทั้งก่อนหน้ายังเคยมีชื่อเข้าไปเกี่ยวข้องในแนวทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการติดตามไล่ล่ามือปืนลอบสังหารกำนันยูร คนดังเมืองชลบุรี เมื่อหลายปีก่อนด้วย

รายงานข่าวแจ้งว่า ส่วนการติดตามตัวส.ต.อ. วรวุฒิ มุ่งสันติ นั้น ทีมสืบสวนได้ระดมกำลังออกติดตามตามสถานที่ต่างๆ โดยได้ประสานไปยังด่านตรวจคนเข้าเมืองต่างๆ อาทิ ด่านตรวจคนเข้าเมืองอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ด่านตรวจคนเข้าเมืองคลองใหญ่ จ.ตราด รวมทั้งกำลังอีกชุดกระจายตามหาในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ที่คาดว่าจะเป็นจุดหลบซ่อน เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า แนวทางการสืบสวนยังพบว่าการลงมือครั้งนี้ มีหัวหน้าคุมทีมงานเป็นนายทหารยศร้อยตรี ซึ่งทำงานอยู่ที่ภาคใต้ โดยมีลูกทีมยศชั้นประทวน 3 คน ซึ่งทั้งหมดจะอยู่ในหน่วยเดียวกัน

ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พล.ท.กสิกร คีรีศรี ผบ.กองบัญชาการผสมพลเรือนตำรวจทหาร (พตท.) เปิดเผยถึงกรณีตำรวจออกหมายจับจ.ส.อ.ปัญญาว่า จากการตรวจสอบก็พบว่าจ.ส.อ.ปัญญาเป็นกำลังพลของหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษที่มาช่วยราชการในส่วนของพตท. ซึ่งขณะนี้จ.ส.อ.ปัญญาไม่ได้อยู่ในพื้นที่ เนื่องจากได้ลาพักผ่อนไปก่อนหน้านี้ โดยตนได้สั่งการให้ผู้บังคับหน่วยไปตรวจสอบว่า จ.ส.อ.ปัญญาขณะนี้พักอยู่ที่ใด เนื่องจากได้ทราบข่าวว่ามีหมายจับ ห้ผู้บังคับหน่วยรีบติดตามหาตัวจ.ส.อ.ปัญญาทันที เพื่อจะได้ประสานงานให้เข้ามอบตัว

วันเดียวกัน นายทหารใกล้ชิดพล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร อดีตรมว.กลาโหมและผบ.ทบ. เปิดเผยถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกค้นโรงงานของลูกสะใภ้ของพล.อ.เชษฐา ที่จ.ตราด ว่า พล.อ. เชษฐารู้สึกแปลกใจว่าทำไมมีการโยงมาถึงคนใกล้ตัวท่าน ทั้งที่เรื่องนี้ท่านไม่รู้เรื่องอะไร และท่านเกษียณมานาน คงไม่มีอำนาจไปสั่งทหารตำรวจได้ อีกทั้งท่านไม่ได้มาจากหน่วยรบพิเศษ ทำให้ท่านคงไปยุ่งอะไรในหน่วยไม่ได้ คงต้องไปดูว่าตำรวจมีข้อมูลอะไรถึงมาโยงใยกับคนใกล้ชิดท่าน ทั้งนี้ต้องดูเจตนาว่าโยงมาเพื่ออะไร หากมองให้ดีๆ คนที่มีอำนาจในการสั่งการขนาดนี้ได้ต้องไม่ธรรมดา

จ.ส.อ.ปัญญา น่าจะเคยทำงานกับท่านในช่วงที่ท่านเป็นรมว.กลาโหม ซึ่งตอนนั้นมีคนมาทำงานร่วมกันมาก ซึ่งทหารคนนั้นเป็นทหารที่ถูกส่งมาจากรบพิเศษให้มาดูแลความปลอดภัยตามระเบียบของทหารเท่านั้น และพล.อ.เชษฐาเป็นรมว.กลาโหมได้ประมาณ 7-8 เดือน เมื่อท่านออกจากตำแหน่ง ทหารคนนั้นก็ไม่ได้มาดูแลท่านอีก ทราบข่าวเพียงว่า เขาลงไปทำงานที่ภาคใต้ ซึ่งจ.ส.อ.ปัญญาไม่ได้สนิทอะไรกับท่านเป็นพิเศษ เพราะไม่ได้อยู่กับท่านมาตั้งแต่ต้น และเพิ่งมาอยู่ตอนเป็นรมว.กลาโหม พอจบงานต่างคนก็ต่างไป อย่างไรก็ตามขอให้ดูเรื่องนี้ให้ดีๆ เพราะคนที่ทำเรื่องนี้จริงๆ ต้องมีบารมีมาก แต่ท่านตอนนี้ไม่มีอะไร และเกษียณมานานแล้วจะไปทำอะไรใครได้ นายทหารคนสนิทพล.อ. เชษฐา กล่าว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล