คุมตัวมือปืนฆ่า "กำนันหญิง" ทำแผน ลูกสาวช็อกเรียกคนจ้างวานฆ่าแม่ว่าลุง

คุมตัวมือปืนฆ่า "กำนันหญิง" ทำแผน ลูกสาวช็อกเรียกคนจ้างวานฆ่าแม่ว่าลุง
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

ตำรวจหนองคายคุมตัวมือปืนฆ่า "กำนันเตี้ย" ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ท่ามกลางเสียงสาปแช่งและของให้ตัดสินประหารชีวิต

จากกรณีชายสูงประมาณ 170 เซนติเมตร ขี่รถจักรยานยนต์ สวมหมวกกันน็อกเต็มใบ ไปทำทีซื้อเครื่องดื่มชูกำลังที่บ้านของ กำนันเตี้ย กำนันหญิงแห่งตำบลผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย แล้วใช้อาวุธปืน ขนาด 11 มม. ยิงศีรษะกำนันเตี้ยจนเสียชีวิตในห้องครัว เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 ก.พ.63

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามจับกุมตัวคนร้ายได้ทั้งหมด 5 คน ประกอบด้วย นายสามารถ, นายสำริต ทั้งสองคนนี้เป็นผู้จ้างวาน , นายประสิทธิ์ เป็นคนรับงานและดูแลมือปืนในพื้นที่, นายธนภูมิ มือปืน และ น.ส.พนิดา แฟนสาวนายธนภูมิ เป็นคนพาหลบหนี

ความคืบหน้าในคดีดังกล่าว ล่าสุด (16 ก.พ.) เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน 200 นาย กำลัง อส. อีกจำนวนหนึ่ง ได้คุมตัว นายธนภูมิ มือปืน ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ส่วนคนอื่นๆ ยังให้การปฏิเสธ

โดยคุมตัวไปทำแผนที่บ้านเกิดเหตุ, เส้นทางการหลบหนี และ จุดทิ้งรถจักรยานยนต์ ในอ่างเก็บน้ำห้วยสระคลองใหญ่ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ก่อนคุมตัวผู้ต้องหาเกิดเหตุชุลมุน ชาวบ้านพยายามจะเข้ามาทำร้าย แต่ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้ก่อน ท่ามกลางเสียงสาปแช่งของชาวบ้านตะโกนเป็นเสียงเดียวกันให้ประหารชีวิตเท่านั้น

ด้าน สามีกำนันเตี้ย กล่าวว่า รู้สึกเสียใจมาก คนที่รู้จักเป็นคนใกล้ชิดเป็นจ้างวานฆ่าภรรยา ซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน ไม่มีความโกรธแค้นเคืองใจ คนที่ทำกับภรรยาทำเพื่ออะไร สนิทกัน คุยกันมาก่อน ตนและภรรยาทำงานเพื่อชาวบ้านเพื่อประโยชน์ของชาวบ้าน สิ่งที่เสียใจมากที่สุดคือ ทำไมถึงฆ่าภรรยาของตน

ขณะที่ ลูกสาวกำนันเตี้ย อายุ 22 ปี กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ตำรวจจับคนร้ายได้ และอยากถามถึงเหตุผลในการฆ่า เมื่อรู้ว่าคนที่จ้างวานเป็นคนที่สนิทกับพ่อแม่มากก็ช็อก เพราะทั้งสองครอบครัวสนิทสนมกัน โดยส่วนตัวเรียกว่าลุง และไม่คิดว่าจะมาทำร้ายแม่ของตน หลังเกิดเหตุได้จุดธูปบอกแม่ว่าตำรวจจับคนร้ายได้แล้วให้แม่ไปสู่สุขคติ

ทั้งนี้ พล.ต.ต.สุรชัย สังขพัฒน์ ผบก.ภ.จ.หนองคาย เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาในคดีนี้ให้การรับสารภาพว่าได้เข้าก่อเหตุยิงผู้ตายจริงและยินดีจะทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก็เลยนำตัวผู้ต้องหามาทำแผนตามที่ให้การว่า ผู้ต้องหาทำอะไรที่ไหนบ้าง ซึ่งเกรงว่าประชาชนจะโกรธแค้น จึงได้นำกำลังควบคุมฝูงชนมาควบคุมสถานการณ์

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การเป็นประโยชน์ ขณะที่อีก 4 คนที่เหลือ อยู่ในช่วงการสอบสวนอยู่ โดยผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ยังไม่ให้การที่เป็นประโยชน์ ส่วนจะมีเพิ่มหรือไม่นั้นขอให้เจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนสอบสวนก่อน