ลุ้นระทึก พ่อค้าร้านชำใช้มีดจี้คอลูกชายก่อนจี้ตัวเอง เมียเดินดุ่มๆ ไปกอด สุดท้ายจบด้วยดี

ลุ้นระทึก พ่อค้าร้านชำใช้มีดจี้คอลูกชายก่อนจี้ตัวเอง เมียเดินดุ่มๆ ไปกอด สุดท้ายจบด้วยดี
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

พ่อค้าร้านชำโรคเครียดกำเริบหลังขายของไม่ได้กำไร ลูกชายไม่เลิกเกเรา คว้ามีดทำครัว 3 เล่ม ล็อกคอลูก ก่อนปล่อยไปแล้วเอามีดจิ้มตัวเอง สุดท้ายจบด้วยดีภรรยาเดินเข้าไปกอดจนยอมวางมีด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (16 ก.พ.) ร.ต.อ.ณัฐนนท์ รัตนวงษ์ ร้อยเวร สภ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ได้รับแจ้งว่ามีคนคลุ้มคลั่งใช้มีดจี้คอลูกชาย หน้าร้านขายของชำ บริเวณกลางหมู่บ้านโนนหัวช้าง ต.บัวใหญ่ อ.น้ำพอง

สอบถาม นายสมพงษ์ รูปสูง ผู้ใหญ่บ้านโนนหัวช้าง กล่าวว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายเล่ห์ (ขอสงวนชื่อนามสกุลจริง) อายุ 42 ปี เปิดร้านขายของชำภายในหมู่บ้าน ซึ่งมีโรคประจำตัวคือโรคเครียด ปกติเป็นคนไม่ดื่มสุรา และสูบบุหรี่ แต่ระยะหลังประสบปัญหาทางด้านครอบครัวเนื่องจากเศรษฐกิจไม่ค่อยดี ขายของไม่ได้

อีกทั้งลูกชายคนเดียวก็มีนิสัยเกเร ไม่เชื่อฟังคำสั่งสอน ชอบไปยุ่งกับสิ่งเสพติด และหายตัวออกจากบ้านไปเป็นประจำ โดยเมื่อ 3 วันที่ผ่านมาลูกชายได้กลับมาบ้าน ผู้เป็นพ่อก็โผเข้ากอด พร้อมสอนสั่งว่าอย่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเสพติดหรือสิ่งที่ไม่ดี

กระทั่งวันนี้เห็นลูกชายคือ นายโก้ (ขอสงวนชื่อนามสกุลจริง) อายุ 20 ปี นั่งดื่มเหล้าอยู่หน้าบ้าน ภรรยาได้ด่าทอลูกชาย แต่ลูกชายยังนิ่งเฉย อาการกำเริบของพ่อจึงเกิดขึ้น เข้าไปคว้ามีดทำครัวภายในบ้านมาจี้บังคับลูกชาย พร้อมลูกคอออกมาตามถนน มุ่งหน้าไปยังทางด้านทิศเหนือของหมู่บ้าน พร้อมตะโกนสั่งสอนลูกไปด้วย

ขณะเดียวกันได้ใช้มีดอีกเล่มทิ่มแทงตามเนื้อตัวจนเองทำให้มีเลือดอาบบริเวณหน้าท้อง เมื่อมาถึงคลองชลประทานห่างจากหมู่บ้านประมาณ 1 กิโลเมตร ผู้เป็นพ่อได้ปล่อยตัวลูกชาย ก่อนที่จะถอดเสื้อตัวเองออกใช้มีดจิ้มแทงตัวเองอีกครั้ง เดินตามทางเข้าไปยังบ้านนาคำน้อย ซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าปู่หลังเขียว ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านยึดเหนี่ยวจิตใจ

เมื่อมาถึงยังศาลเจ้าปู่หลังเขียว นายเล่ห์ ได้ใช้มีดจี้ตัวเองห้ามไม่ให้ใครเข้าใกล้ พร้อมกับแจ้งบอกว่าอย่ามายุ่งเป็นเรื่องของตนเอง ขณะเดียวกันได้มีพี่สาวเข้ามาเกลี้ยกล่อม พร้อมกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และชาวบ้านคอยดูอยู่ห่างๆ พร้อมกับบอกให้วางมีดลง แต่ก็ไม่เป็นผล

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เตรียมแห เพื่อที่จะเข้าไปหว่านทอดแหคลุมตัวหวังจะเข้าไประงับความคุ้มคลั่ง แต่ก็ยังไม่ทันได้ดำเนินการ นางเอ (นามสมมุติ) ผู้เป็นภรรยา ได้เดินดุ่มๆ เข้าไปกอดสามีผู้ก่อเหตุ ก่อนที่จะวางมีดลง ท่ามกลางความโล่งใจของบรรดาไทยมุงและเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมแล้วใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จึงระงับเหตุไว้ได้