“บิ๊กแดง” นักรบฝีปากกล้าและวาทะเด็ดที่ชาวเน็ตไม่มีวันลืม

“บิ๊กแดง” นักรบฝีปากกล้าและวาทะเด็ดที่ชาวเน็ตไม่มีวันลืม

นาทีนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่า บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลต่อการเมืองประเทศไทย ณ เวลานี้ เพราะทุกการเคลื่อนไหวของท่านกลายเป็นประเด็นร้อนที่คนทั้งประเทศพูดถึง อย่างกรณีล่าสุดกับกรณี “กราดยิงโคราช” ที่ผู้ก่อเหตุเป็นหนึ่งในกำลังพลของกองทัพ ก็ถึงคราวที่บิ๊กแดงต้องออกโรงอีกครั้ง และครั้งนี้ก็กลายเป็น Talk of the town อีกเช่นเคย เมื่อบิ๊กแดงหลั่งน้ำตาขณะแถลงข่าว แถมมีวาทะเด็ดที่ผู้คนพูดถึงกันสนั่นเมือง

อย่างไรก็ดีที่ผ่านมา บิ๊กแดงได้ฝากผลงานด้านคารมมาแล้วอย่างโชกโชน Sanook จึงขอรวบรวมวาทะเด็ดของบิ๊กแดงที่เป็นที่จดจำของคนไทย ดังนี้

1.“ซ้ายจัดดัดจริต”

บิ๊กแดงตกเป็นประเด็นให้พูดถึงบนโลกออนไลน์เป็นครั้งแรก จากการให้สัมภาษณ์ในงานสถาปนาครบรอบ 112 ปี กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ขุมกำลังรบหลักของกองทัพภาคที่ 1 เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2562 โดยกล่าวถึงประเด็นสถานการณ์การเมืองไทย ที่มีการบิดเบือนข้อมูลความเป็นจริง ขณะที่ท่านเองก็ยอมรับว่ากองทัพยังมีจุดอ่อนเรื่องการใช้สื่อโซเชียล และมองว่าในปัจจุบันโซเชียลมีเดียทรงอานุภาพยิ่งกว่าอาวุธที่กองทัพมีอยู่ในมือเสียอีก

และวาทะเด็ดที่ท่าน “ฝากไว้ในใจ” ของบรรดานิสิตนักศึกษา ครูอาจารย์ และข้าราชการที่มีโอกาสไปศึกษาเล่าเรียนยังต่างประเทศ ว่า อย่าคิดพยายามล้มล้างระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และขอให้อยู่กันอย่างสงบและรักกัน ก่อนจะตบท้ายจนเป็นคำพูดที่สื่อนำไปพาดหัวกันทั่วเมืองว่า “อย่าไปเอาความเป็นซ้ายจัดที่ไปเรียนมาแล้วดัดจริต”

2.“ฮ่องเต้ซินโดรม”

ด้วยสถานการณ์บ้านเมืองที่ดูเหมือนจะยังไม่สงบ บิ๊กแดงจึงได้จัดเวทีบรรยายพิเศษหัวข้อเรื่อง “แผ่นดินของเรา ในมุมมองด้านความมั่นคง” เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2562 พร้อมเชิญนักเรียน นักศึกษา ครูบาอาจารย์ รวมไปถึงดาราดังมาร่วมฟังการบรรยายอย่างคับคั่ง โดยใจความสำคัญของการบรรยายพิเศษในครั้งนี้ก็เพื่อประกาศจุดยืนต่อต้านกลุ่มคนที่หมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมกับพูดถึงภัยคอมมิวนิสต์ในอดีต ที่ในปัจจุบันเปลี่ยนรูปมาเป็น “สงครามลูกผสม” หรือ “สงครามไฮบริด” ซึ่งเป็นการใช้พลังของข่าวสารและข้อมูลต่างๆ ในโซเชียลมีเดียในการทำสงคราม โดยเฉพาะสงครามทางการเมือง พร้อมเอ่ยถึง “โจชัว หว่อง” นักเคลื่อนไหวทางการเมืองชาวฮ่องกงและเหตุประท้วงที่กำลังเกิดขึ้นในฮ่องกง ณ ขณะนั้น

แต่ที่สร้างความฮือฮาให้กับผู้เสพข่าวทั่วประเทศคือขณะที่ท่านกำลังบรรยายเรื่องเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของชาติไทย บิ๊กแดงก็เกิดอาการน้ำตาคลอ จนทำให้โลกโซเชียลกระหน่ำคอมเมนต์และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างเผ็ดร้อนต่อภาพที่ได้เห็น ซึ่งในช่วงหนึ่งของการบรรยายท่านได้กล่าวคำพูดที่หลายคนได้ฟังแล้วแทบไม่ต้องสงสัยเท่าใดนักว่าหมายถึงนักการเมืองคนใดในปัจจุบัน

“หรือสุดท้ายท่านจะเชื่อนักธุรกิจเจ้าของโรงงานที่เกิดมาคาบช้อนเงินช้อนทอง ชีวิตไม่เคยลำบากเหมือนพวกฮ่องเต้ซินโดรม เคยชุมนุมกับคนเผาบ้านเมือง สมคบคิดกับชาวต่างชาติ ชักศึกเข้าบ้าน เจาะพฤติกรรมล้างสมองคนรุ่นใหม่ เพื่อเป็นฐานให้กับตนเข้าสู่การเมือง”

3.“Proxy Crisis”

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2562 ณ โรงเรียนเสนาธิการทหาร กรมยุทธศึกษาทหารบก บิ๊กแดงปรากฏตัวอีกครั้งพร้อมสวมชุดกีฬาทะมัดทะแมง เพื่อตรวจเยี่ยมการทดสอบสมรรถภาพร่างกายของผู้บังคับหน่วยระดับกองพันทั่วประเทศ พร้อมร่วมทดสอบสมรรถภาพร่างกายของตนเองด้วย

แต่เมื่อผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์ถึงประเด็นการชุมนุมทางการเมืองและการเตรียมงาน “วิ่งไล่ลุง” ที่จะมีการจัดขึ้นในเดือนมกราคม 2563 บิ๊กแดงก็ยกประเด็นเรื่อง “Proxy Crisis” หรือวิกฤตการณ์ที่สร้างขึ้นโดยตัวแทน ในขณะที่ตัวจริงหรือผู้บงการไม่ได้ออกมาสู้กับรัฐโดยตรง

“Proxy Crisis ก็คือวิกฤตการณ์ที่มีบางคนอยู่เบื้องหลัง ไม่ออกมาสู้ ไม่สามารถที่จะมาสู้กับภาครัฐได้โดยตรง ก็ต้องมีการสร้างตัวแทนขึ้นมา” ซึ่งหลังจากที่ได้ยินได้ฟัง ชาวเน็ตก็ชักชวนกันตั้งคำถามว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใดที่วิกฤติที่เกิดขึ้นอาจจะมีต้นตอมาจากกลุ่มคนที่สนับสนุนรัฐบาลเสียเอง

4.“วินาทีที่ผู้ก่อเหตุลั่นไกสังหารคู่กรณี เขาคืออาชญากร ไม่ใช่ทหารอีกต่อไป”

วาทะของบิ๊กแดงตกเป็นประเด็นสังคมอีกครั้ง เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา ในการแถลงข่าวกรณีทหารก่อเหตุกราดยิงในจังหวัดนครราชสีมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 30 คน ซึ่งครั้งนี้ บิ๊กแดง ก็ถึงกับต้องเสียน้ำตาลูกผู้ชายอีกครั้ง ขณะที่กำลังพูดถึงทหารและกองทัพบกที่ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุด

“อย่าด่าว่ากองทัพบก อย่าว่าทหาร ถ้าท่านจะด่า ท่านจะตำหนิ ท่านมาด่าพลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์”

ถึงแม้จะออกมาแถลงขอโทษถึงข้อบกพร่องของกองทัพ แต่บิ๊กแดงก็ยืนยันหนักแน่นว่าไม่มีความจำเป็นถึงขั้นที่ต้องลาออกจากตำแหน่งเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับกองทัพ หากแต่เป็นเรื่องส่วนตัวของผู้ก่อเหตุเท่านั้น จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงขนาดเกิด #ผบทบต้องลาออก ในทวิตเตอร์ และมีการนำเหตุการณ์ดังกล่าวไปเปรียบเทียบกับกรณีฆ่าข่มขืนเด็กบนรถไฟ ที่ทำให้ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทยในขณะนั้น โดนเด้งออกจากตำแหน่งทันที

ขณะเดียวกัน โลกโซเชียลก็มีการนำวาทะเด็ดมาล้อเลียนกันอย่างสนุกสนาน เช่น “วินาทีที่ถั่วเขียวมีรากงอกออกมา วินาทีนั้นเขาคือถั่วงอก ไม่ใช่ถั่วเขียวอีกต่อไป” หรือ “วินาทีที่ใบกล้วยถูกตัดลงจากต้น วินาทีนั้นเขาคือใบตอง ไม่ใช่ใบกล้วยอีกต่อไป” เป็นต้น

5.“สุนัขทหารยังรู้จักสำนึกบุญคุณกองทัพบก”

หลังจากตกเป็นเป้าวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากงานแถลงรายละเอียดเหตุกราดยิงโคราช ถัดจากนั้นอีก 2 วัน บิ๊กแดงก็ได้เขียนข้อความสั้นๆ แสดงความรู้สึกให้คนใกล้ชิดและสื่อมวลชนได้อ่าน ซึ่งข้อความดังกล่าวพูดถึง “ซีบร้า” สุนัขทหารตัวหนึ่ง ที่บิ๊กแดงมองว่ารู้จักสำนึกบุญคุณคน

“สุนัขทหารยังรู้จักสำนึกบุญคุณกองทัพบก รู้สึกรัก และหวงแหน มีความรับผิดชอบในสิ่งที่ถูกฝึกมาให้ปฏิบัติหน้าที่ เช่น ตรวจหาวัตถุระเบิด ค้นหายาเสพติด เฝ้าสถานที่สำคัญ หรือปกป้องเจ้านาย เขาจะดุจะเห่าคนแปลกหน้า หรือหากพบสิ่งผิดสังเกต เพื่อนๆ ของซีบร้าเคยเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ และซีบร้าเขาก็รู้ว่าผมคือผู้บังคับบัญชาเขา ถึงแม้เราจะพบกันเป็นครั้งแรก ซีบร้าเขาไม่เห่าพร่ำเพรื่อ มีมารยาท และมีความรับรู้ถึงความรู้สึกของมนุษย์ เช่น ทหารที่เลี้ยงดูเขาเป็นอย่างดี ถ้าเจ้าซีบร้า สุนัขทหารตัวนี้พิมพ์ทวิตเตอร์เป็น เล่นเฟซบุ๊ก เล่นไอจีได้คงสนุกแน่ ถ้าเจ้าซีบร้าอ่านหนังสือออก มันคงมองเห็นพวกที่โพสต์ข้อความที่สร้างให้เกิดความเกลียดชังกันในระหว่างเพื่อนมนุษย์ โพสต์ข้อความชังชาติ และเจ้าซีบร้าก็คงอยากเป็นซีบร้าเหมือนเดิม คงกลัวที่จะกลายเป็นมนุษย์พวกนั้น”

ส่งผลให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและมีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างแพร่หลายในโลกออนไลน์เหมือนเช่นเคย