ตำรวจวิสามัญพ่อค้ายา 1 ศพ ปะทะเดือดหลังเลิกเรียน หมอบหลบกระสุนสุดระทึก

ตำรวจวิสามัญพ่อค้ายา 1 ศพ ปะทะเดือดหลังเลิกเรียน หมอบหลบกระสุนสุดระทึก
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

เมื่อวานนี้ (11 ก.พ.63) ที่ถนนเลียบรางรถไฟ ใกล้กับโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในพื้นที่ ตำบลหนองหอย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้ปกครองไปรับบุตรหลานหลังเลิกเรียนได้ไม่นาน ชาวบ้านที่ใช้รถใช้ถนนในช่วงดังกล่าวซึ่งเป็นช่วงชั่วโมงเร่งด่วน โดยเฉพาะผู้ปกครองที่ไปรับบุตรหลาน ต้องแตกตื่นหลังจากที่ได้ยิงเสียงรถชน และเสียงปืนดังสนั่น หวั่นไหวจนต้องหลบหนี เนื่องจากเกรงว่าอาจจะเป็นเหตุซ้ำรอยกับเหตุกราดยิงที่จังหวัดโคราช

ทั้งนี้สืบเนื่องมาจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้จับกุมเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ได้ผู้ต้องหา 2 คน ก่อนที่จะทำการขยายผลหาเครือข่ายยาเสพติดที่อยู่เบื้องหลังทราบว่าเป็นเสี่ยใหญ่รายหนึ่ง จึงได้ให้ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมทำการล่อซื้อยาบ้าจำนวน 32,000 เม็ด จากเสี่ยคนดังกล่าว จนกระทั่งมีการนัดส่งมอบยาบ้าในบริเวณทางเลียบรถไฟใกล้กับจุดดังกล่าว จนกระทั่งมีผู้ต้องสงสัยเป็นชาย 2 คน ขับรถยนต์กระบะมาเพื่อที่จะส่งมอบยา

แต่เมื่อมาถึงคนร้ายได้ไหวตัวทันขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น คนร้ายได้ใช้รถกระบะพุ่งชนรถจักรยานยนต์ และรถกระบะของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จอดขวางรถคนร้ายไว้ เพื่อพยายามหลบหนี เจ้าหน้าที่พยายามเข้าสกัดจนรถคนร้ายได้เสียหลักตกลงคูน้ำข้างทางรถไฟขณะนั้นเองหนึ่งในคนร้ายได้ชักอาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ตะโกนแจ้งเตือนชาวบ้าน ซึ่งเป็นชั่วโมงเร่งด่วนให้หมอบหลบกระสุน บางคนก็รีบขับรถหลบหนีไปในทิศทางที่ปลอดภัย พร้อมกันนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้ยิงต่อสู้กับคนร้ายจนคนร้ายถูกกระสุนปืนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนเจ้าหน้าที่ และประชาชนไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ส่วนคนร้ายอีกคนได้อาศัยช่วงชุลมุนวิ่งหลบหนีข้ามรางรถไปหายไป

จากการเข้าตรวจที่เกิดเหตุเบื้องต้นพบศพนาย นายฐณธรณ์ ชูกิจประเสริฐกูล อายุ 30 ชาวตำบลในเมือง อ.เมือง จ.ลำพูน พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 32,000 เม็ดซุกซ่อนอยู่ในรถ

อย่างไรก็ตามตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่เตรียมขยายผลเข้าปิดล้อม และตรวจต้นบ้านของผู้ต้องหาอีกคนที่หลบหนีไปซึ่งตอนนี้ทราบตัวแล้วว่าเป็นใคร ก่อนที่จะมีการขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นนายทุนใหญ่เพื่อมาดำเนินคดีต่อไป