ศาลฎีกาพิพากษายืนประหารชีวิต "อดีตผู้ใหญ่บ้านสีถาน" ฆ่าน้องสโนว์

ศาลฎีกาพิพากษายืนประหารชีวิต "อดีตผู้ใหญ่บ้านสีถาน" ฆ่าน้องสโนว์
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ประหารชีวิต "อดีตผู้ใหญ่บ้านสีถาน" ตำบลดงลิง อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ ฆ่า "น้องสโนว์" ด้าน ครอบครัวเหยื่อพอใจ ขอบคุณกระบวนการยุติธรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (11 ก.พ.) เมื่อเวลา 09.30 น. ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ได้ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีข่มขืนกระทำชำเรา ทำร้ายผู้อื่นถึงแก่ความตาย คดีหมายเลขดำที่ อ. 2112/2559 และคดีหมายเลขแดงที่ อ.1381/2560 ที่โจทก์ พนักงานอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ และ นางลำไย โจทก์ร่วมที่ 1 นายกฤษ โจทก์ร่วมที่ 2 ยื่นฟ้อง นายกฤติเดช อดีตผู้ใหญ่บ้านสีถาน ข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.58 หลังจากที่ น.ส.ฤดีวัลย์ หรือ น้องสโนว์ ขี่รถจักรยานยนต์กลับจากโรงเรียนตามปกติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฤษ และ นางลำใย พ่อแม่ของน้องสโนว์ พร้อมนางสาวภัทรานิษฐ์ และญาติพี่น้อง ตลอดจนเพื่อนบ้านเดินทางมาฟังคำพิพากษาตั้งแต่เช้าเวลา 08.30 น. โดยนางลำใยยังคงสวมชุดขาวไว้ทุกข์และกอดรูปถ่ายของน้องสโนว์ ลูกสาวไว้แนบอกตลอดเวลาเหมือนทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา ท่ามกลางความสงสารของประชาชนที่พบเห็น และมีเจ้าหน้าที่ศาลกำหนดพื้นที่ให้สื่อมวลชนที่มาคอยติดตามคดี พร้อมกับดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเต็มที่ ก่อนที่จะเดินขึ้นไปฟังคำตัดสินในช่วงเวลา 09.30 น.

โดยศาลใช้เวลาอ่านคำพิพากษาผ่านทางวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ให้กับจำเลยฟังในช่วงเวลาประมาณ 10.00  น. ใช้เวลากว่า 30 นาที แต่ไม่มีญาติของจำเลยมาร่วมรับฟัง โดยสาระสำคัญที่จำเลยฎีกามีความขัดแย้งกันหลายอย่าง อีกทั้งศาลอุทธรณ์พิจารณาก่อนหน้านี้ ถึงแม้ฝ่ายโจทก์จะไม่มีประจักษ์พยานแน่ชัด

แต่ปรากฏพยานแวดล้อมหลายปากที่ให้การสอดคล้องกัน ร่วมถึงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะรอยแผลที่บริเวณนิ้วมือ ซึ่งเป็นรอยกัดของฟันของมนุษย์ และลูกอัณฑะที่บวม เป็นร่องรอยที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้ ที่ได้รับคำยืนยันจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมทั้งรถจักรยานยนต์ทั้ง 2 คัน ก็มีหลักฐานยืนยันจากนิติวิทยาศาสตร์ว่ามีร่องรอยเฉี่ยวชนกัน

ซึ่งศาลพิจารณาแล้วเป็นพยานและหลักฐานที่มั่งคง จึงตัดสินให้ลงโทษตามศาลศาลอุทธรณ์ คือประหารชีวิต นายกฤติเดช จำเลย และให้ชดใช้ค่าสินไหม 2,390,000 บาท

อย่างไรก็ตาม ทันทีที่ครอบครัวพลประสิทธ์ฟังคำตัดสินเสร็จแล้วได้เดินออกมาจากศาลด้วยอาการน้ำตาซึม พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณกระบวนการยุติธรรม และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ตลอดจนสื่อมวลชน

นางลำใย แม่น้องสโนว์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่เกิดเหตุลูกสาวถูกทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิตมาจนถึงปัจจุบันผ่านล่วงเลยมากว่า 5 ปีแล้ว ซึ่งทางครอบครัวได้บอกกับน้องสโนว์ว่าจะต้องได้รับความเป็นธรรม และครอบครัวจะต่อสู้ให้ถึงที่สุด กระทั่งในวันนี้ลูกสาวก็ได้รับความเป็นธรรมแล้ว ซึ่งต้องขอขอบคุณกระบวนการยุติธรรม และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ตลอดจนสื่อมวลชนที่คอยให้กำลังใจตลอดมา

ด้าน นางสาวภัทรานิษฐ์ พี่สาวน้องสโนว์ กล่าวว่า วันนี้อยากบอกน้องสาวว่าความยุติธรรมมีอยู่จริง และน้องก็ได้รับความเป็นธรรมแล้ว คนร้ายก็ถูกตัดสินดำเนินคดีแล้ว ต่อไปตนก็ต้องทำหน้าที่ลูก ดูแลพ่อ แม่แทนน้องสาว

คดีดังกล่าวเกิดขึ้น เกิดขึ้นหลังจาก น้องสโนว์ อายุ 18 ปี นักเรียนชั้น ม.6 ถูกคนร้ายถีบรถจักรยานยนต์ล้ม เพื่อหวังจะข่มขืนแต่เหยื่อขัดขืนจึงถูกทำร้ายร่างกาย จนตับแตก และมีเลือดออกในช่องท้อง โดยเหตุการณ์เกิดบริเวณถนนสายบ้านสีถาน-บ้านโนนเมือง หมู่ 8 ต.ดงลิง อ.กมลาไสย เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.2558

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลากว่า 100 วันจึงรวบรวมหลักฐาน และเข้าจับกุม นายกฤติเดช อดีตผู้ใหญ่บ้านสีถาน หมู่ 15 ต.ดงลิง อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 4 เม.ย.2559 พร้อมตั้งข้อหาหนัก ข่มขืนกระทำชำเรา ทำร้ายผู้อื่นถึงแก่ความตาย

ต่อมาเมื่อวันที่ 30 มี.ค.2560 ศาลชั้นต้นจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ตัดสินประหารชีวิต นายกฤติเดช จำเลย และให้ชดใช้ค่าสินไหม 2,390,000 บาท แต่จำเลยได้ใช้สิทธิ์ในการยื่นอุทธรณ์ปฏิเสธ กระทั่งเมื่อวันที่ 17 ก.ค.61 ศาลอุทธรณ์ตัดสินยืนโทษประหารชีวิตนายกฤติเดช จำเลย และให้ชดใช้ค่าสินไหม ตามศาลชั้นต้น