ทีมโฆษกรัฐบาลแซะ อภ.ปล่อยหน้ากากเก่าเลยขายถูก อนุทินโต้! ของใหม่ขายราคาทุน

ทีมโฆษกรัฐบาลแซะ อภ.ปล่อยหน้ากากเก่าเลยขายถูก อนุทินโต้! ของใหม่ขายราคาทุน
S! News (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

กลายเป็นอีกประเด็นดราม่าท่ามกลางสถานการณ์การเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในบ้านเรา เมื่อภาครัฐระดมสรรพกำลังอย่างเต็มที่ในการรวบรวมหน้ากากอนามัยและแอลกอฮอล์เจลหรือเจลล้างมือ มาจัดจำหน่ายให้กับประชาชน

แต่ช่างบังเอิญเหลือเกินว่า ราคาหน้ากากที่รัฐบาลนำมาขายนั้น ชาวบ้านร้านตลาดเกิดความสงสัยว่า เอ๊ะ ทำไมมันแพงกว่าที่เคยซื้อปกติ เท่านั้นยังไม่พอ หน้ากากอนามัยจากคนละหน่วยงานกันดันมีราคาขายไม่เท่ากันซะอย่างงั้น

เรื่องของเรื่องคือ หน้ากากอนามัยที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีนำมาจัดจำหน่ายที่ทำเนียบรัฐบาลนั้นมีราคา 10 ชิ้น 25 บาท ซึ่งก็ตกชิ้นละ 2.50 บาท ทำให้ผู้คนพากันตั้งคำถามและแชร์ข้อมูลกันในโลกออนไลน์ว่าเคยซื้อได้ในราคาต่ำกว่านี้ แล้วในเวลาเดียวกันหน้ากากอนามัยที่องค์การเภสัชกรรม (อภ.) นำมาบริการให้ประชาชนซื้อหากันมีราคาชิ้นละ 1 บาทเท่านั้น

เมื่อวานนี้ (7 ก.พ.) ดร.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์การจำหน่ายหน้ากากอนามัยของทำเนียบรัฐบาลมีราคาที่สูงกว่าราคาต้นทุนจริง คือ 2.50 บาท ขณะที่องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ขายเพียงชิ้นละ 1 บาท ว่า ราคาที่องค์การเภสัชกรรมขายชิ้นละ 1 บาทนั้น เป็นสต็อกเก่าที่เหลืออยู่ และที่องค์การเภสัชกรรมตัดสินใจนำสต็อกหน้ากากอนามัยออกมาจำหน่ายได้ เพราะมั่นใจว่าหน้ากากอนามัยจะไม่มีการขาดแคลนแล้ว พร้อมกับยืนยันว่าที่รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ขายหน้ากากอนามัยในราคาชิ้นละ 2.50 บาทนั้น เป็นราคาที่มาจากต้นทุนที่สูงขึ้นบวกกับค่าขนส่งที่ต้องกระจายไปยังร้านธงฟ้าที่มีอยู่ 120,000 แห่งทั่วประเทศ เพราะฉะนั้นราคาที่ขายจึงจำเป็นต้องทำให้เป็นราคามาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ ไม่ได้มีการบวกเพิ่มเพื่อทำกำไรแต่อย่างใด

ขณะที่ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงผ่านบัญชีโซเชียลมีเดียของตนเองว่า หน้ากากอนามัยที่นำมาขายในราคา 10 ชิ้น 25 บาท นั้น เป็นส่วนที่นำมาจากกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นหน้ากากอนามัยที่ผลิตจากโรงงานผู้ผลิตของเอกชน ไม่ใช่ส่วนที่ผลิตจากองค์การเภสัชกรรม อีกส่วนที่ทำให้ราคาแตกต่างกันเป็นเพราะหน้ากากอนามัยขององค์การเภสัชกรรมเป็นสินค้าจากสต็อกเดิม ก่อนที่วัตถุดิบในการผลิตจะเพิ่มสูงขึ้นและจำหน่ายในราคาที่ต่ำกว่าต้นทุน โดยต้นทุนการผลิตหน้ากากอนามัยรวมค่าขนส่งในขณะนี้อยู่ที่ 2.50 บาทต่อชิ้น

ก่อนที่ในช่วงค่ำๆ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จะโพสต์เฟซบุ๊กอธิบายในเรื่องนี้ว่า หน้ากากอนามัยขององค์การเภสัชกรรมที่จำหน่ายเป็นของใหม่ ไม่ใช่ของเก่าค้างสต๊อก และตนเองเป็นผู้สั่งการให้ขายในราคาทุน เพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยปริมาณที่สั่งผลิตไว้มี 5 ล้านชิ้น หากมีความต้องการเพิ่มจะสั่งผลิตเพิ่มเติมอีก

ก็ไม่รู้ว่ามีความผิดพลาดคลาดเคลื่อนกันตรงไหน ถึงได้ทำให้การออกมาชี้แจงเรื่องหน้ากากอนามัยที่รัฐนำมาออกมาขายให้กับประชาชนในราคาที่แตกต่างกันนั้น ดูเหมือนจะไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

เพราะเอาเข้าจริงแล้ว คนจำนวนไม่น้อยไม่ว่าจะสนับสนุนรัฐบาลหรือจะเป็นแนวร่วมของฝ่ายค้าน ล้วนแล้วแต่อยากเห็นการสื่อสารจากทีมผู้บริหารประเทศที่ถูกต้องชัดเจน ทันเหตุการณ์ และมีประสิทธิภาพ