รพ.มหาราชเชียงใหม่ กักตัวบุคลากรทางการแพทย์ 14 วัน หลังพบผู้ติดเชื้อรายแรก
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
(1 ก.พ.63) ก่อนหน้านี้มีข่าวลือออกมาหลายช่องทางเรื่องของการพบผู้ป่วนติดเชื้อโคโรนาไวรัสที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ทั้งสอดคล้องกับการเพิ่มมาตรการเข้มในการตรวจตัดกรองผู้ป่วย และผู้มาใช้บริการของโรงยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ แต่ก็ยังไม่มีคำยืนยันออกมาทั้งในส่วนของโรงพยาบาลเอง และข้อมูลจากกระทรวงสาธารณะสุขที่ขอเป็นผู้ให้ข้อมูลแต่เพียงแห่งเดียว และล่าสุดวันนี้ทางกระทรวงสาธารณะสุขได้ประกาศยืนยันว่าพบผู้ป่วยโคโรนาไวรัสเพิ่มในประเศไทยอีก 5 รายด้วยกัน
และเมื่อเลา 18.00 น.ที่ผ่านมา ทางคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ออกประกาศ และเผยแพร่ทางโลกออนไลน์ เป็นแถลงการณ์จากโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ข้อความว่า เรียนประชาชนทุกท่าน ทางโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ขอแจ้งว่าในวันนี้ทางกระทรวงสาธารณสุข ได้ประกาศว่ามีผู้วยโคโรน่ไวรัส อีก 5 รายในประเทศไทย โดยหนึ่งในนั้นเป็นเคสที่เข้ามารับการรักษาในโรงพยาบาลมหาราช ขณะนี้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอยู่นห้องแยกความดันอากาศเป็นลบ สำหรับผู้ติดเชื้อทางเดินหายใจ ปัจจุบันไข้ลดลง และอาการดีขึ้นตามลำดับ เนื่องจากทางโรงพยาบาลตระหนักถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยและผู้ใช้บริการ ตลอดจนบุคลากรทุกท่าน จึงได้วางแผนรับสถานการณ์เรียบร้อยแล้ว และมีการเฝ้าติดตาม บุคลากรที่ดูแลผู้ป่วยรายดังกล่าว ขอให้ความเชื่อมั่นใน รพมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มช. และขอขอบคุณพร้อมส่งกำลังใจให้ทีมแพทย์ พยาบาลและบุคลากรทุกท่าน จึงเรียนมาเพื่อทราบ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ 31 มกราคม 2563 เวลา 18.00 น.
.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
ขณะที่ข้อมูลของ คณะกรรมการโรคติดต่ออุบัติใหม่ เผยถึงป่วยรายนี้ว่า ผู้ต้องสงสัยเป็นชาวจีนเดินทางมาที่ เชียงใหม่ ผู้ป่วยอายุ 28 ปี ชาวจีน เดินทางจากเมืองจึ่งโจว มายัง ประเทศไทย โดยการโดยสารรถไฟไปอู่ฮั่น และขึ้นเครื่องบิน ออกจากอู่ฮั่นไปคนหมิงในวันที่ 14 ม.ค.2563 วันที่ 15 ม.ค.2563 ออกเดินทางจากคุนหมิงมาเชียงใหม่ วันที่ 18 ม.ค.2563 มีน้ำมูกและไอเล็กน้อย ผู้ป่วยได้มาเข้าตวจรับการรักษาที่โรงพยาบาลมหาราช ในวันที่ 21 ม.ค.ด้วยอาการไข้ เนื่องจากมีความตระหนักถึงภาวะเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคไวรัส โคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ ผู้ป่วยจึงได้รับการแยกตัวอยู่ในห้องแยก ความดันอากาศเป็นลบสำหรับผู้ติดเชื้อทางเดินหายใจ และได้สอบสวนโรคตามมาตรฐานคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข ผลการตรวจตัวอย่างจากช่องคอและจมูกไม่พบเชื้อการติดเชื้อโรคไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 จากห้องปฏิบัติการทั้ง 2 แห่งคือ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และรพ.จุฬาลงกรณ์ และเพื่อตอบสนองต่อแผนกการรองรับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงที่ มีจำนวนมาในเขต จ.เชียงใหม่ จึงได้ย้ายผู้ป่วยมาอยู่หอผู้ป่วยสามัญ ตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข ในวันที่ 22 ม.ค. ขณะนั้นภาพรังสีทรวงอกเป็นปกติ
ต่อมาในวันที่ 25 ม.ค.ผู้ป่วยยัง คงมีไข้ คณะแพทย์ผู้รักษาจึง ได้ตรวจหาเชื้อซ้ำอีกครั้ง แต่ผลการตรวจตัวอย่าง จากช่องจมูกและคอยังคง ไม่พบเชื้อการติดเชื้อโรคไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 จากห้องปฏิบัติการทั้งสองแห่ง
คณะแพทย์ที่รักษาผู้ป่วยมีความตระหนักถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยและบุคลากร จึงติดตามรักษาผู้ป่วยอย่างสม่ำเสมอ พบว่า ในวันที่ 27 ม.ค. ผู้ป่วยยังคงมีอาการไข้ คณะแพทย์จึงได้ตรวจ ภาพรังสีทรวงอกอีกครั้ง เมื่อพบว่ามีปอดอักเสบ จึงได้มีคำสั่ง ย้ายผู้ป่วยไปรับการรักษา ในห้องแยกความดันอากาศเป็นลบ ทันที
เพื่อให้ได้ผลการวินิจฉัยที่ถูก ต้องแม่นยำ จึงส่องกล้องทางหลอดลม และนำน้ำจากปอดไปตรวจเพิ่ม และเพิ่งได้รับการยืนยันในวันนี้ (31 ม.ค.2563) ว่า พบเชื้อโรคไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ 2019 จากน้ำใน ปอดดังกล่าว
ขณะนี้ผู้ป่วยได้นอนรักษาอยู่ในห้องแยกความดันอากาศเป็นลบ สำหรับผู้ติดเชื้อทางเดินหายใจ ไข้ลดลงแต่ยังมีอาการเพลียอยู่บ้าง เนื่องจากทางโรงพยาบาลตระหนักถึงความปลอดภัยของผู้ป่วย และผู้ใช้บริการ ตลอดจนบุคลากรทุกคน จึงได้วางแผนในการ รับสถานการณ์ในทันที ที่ย้ายผู้ป่วยกลับไปยังห้องแยก งดรับผู้ป่วยในหอผู้ป่วยดังกล่าว และสังเกตอาการผู้ป่วยที่นอนอยู่ในหอผู้ป่วยเดียวกัน
รวมทั้งได้แจ้งให้ผู้ป่วยที่เคยนอนอยู่ในหอผู้ป่วยดังกล่าวสังเกตอาการของตนเอง หากมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอหรือหายใจเหนื่อย ให้รีบกลับมาพบแพทย์ โดยทางโรงพยาบาลได้จัดสรรจุดตรวจอยู่ที่หน้าตึกนิมมานเหมินทร์ นอกจากนี้ ทางโรงพยาบาลยังได้เฝ้าติดตามบุคลากรที่ดูแลผู้ป่วยรายดังกล่าว สำหรับบุคลากรที่มีความเสี่ยงสูงต่อการสัมผัสได้ให้หยุดปฏิบัติงานและสังเกตอาการในห้องแยกที่จัดไว้เป็นเวลา 14 วัน เพื่อให้มั่นใจว่าไม่ติดเชื้อก่อนจะกลับมาปฏิบัติงานได้อีกครั้ง จนถึงปัจจุบันยังไม่มีผู้ป่วย และบุคลากรในโรงพยาบาลที่มี อาการผิดปกติ หรือพบว่าติดเชื้อดังกล่าว
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

