ไม่รอดแน่! ตร.รู้ต้นตอคนแพร่คลิป #หลานของผม แล้ว จ่อคุมตัวดำเนินคดีสัปดาห์หน้า

ไม่รอดแน่! ตร.รู้ต้นตอคนแพร่คลิป #หลานของผม แล้ว จ่อคุมตัวดำเนินคดีสัปดาห์หน้า
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศพดส.ตร.) หรือ ไทแคค เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีข้อมูลเบาะแสเกี่ยวกับผู้ที่เผยแพร่คลิปลามกอนาจารติดแฮชแท็กทวิตเตอร์ #หลานของผม แล้ว โดยได้มีการส่งชุดทำงานไทแคค ลงพื้นที่สืบสวนจนทราบตัวผู้กระทำผิด แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียด รวมทั้งตัวของผู้เสียหายได้

เบื้องต้นมั่นใจว่าจะสามารถนำตัวมาดำเนินคดีได้ภายในสัปดาห์หน้า เพราะการทำงานไม่ใช่เรื่องยาก ขอให้ประชาชนเข้าใจการทำงานของตำรวจ เนื่องจากตำรวจต้องมีขั้นตอนในการพิสูจน์พยานหลักฐาน เพื่อความชัดเจนแห่งการกระทำความผิด เบื้องต้นยืนยันว่าหลักฐานที่ปรากฏในคลิปเข้าข่ายความผิด ผลิตและเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็ก โดยผู้เสียหายไม่จำเป็นต้องเดินทางเข้าแจ้งความเนื่องจากเป็นความผิดต่อรัฐที่ตำรวจสามารถเป็นผู้ดำเนินคดีได้ทันที

ส่วนเด็กจะรู้เห็นหรือยินยอมหรือไม่ ก็ถือว่าผู้ที่กระทำต่อเด็กมีความผิด ซึ่งล่าสุดทางตำรวจยังไม่ได้รับการประสานจากผู้ต้องหา ส่วนตัวผู้ต้องหาจะกบดานอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือไม่นั้น ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด แต่ยืนยันว่ารู้พิกัดแล้ว

สำหรับสถิติเด็กที่ถูกกระทำอนาจารผ่านสื่อที่ศูนย์ไทแคคได้รับเรื่อง พบว่า ตั้งแต่เดือน มิ.ย 2558 – ปี 2562 มีการจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 210 คดี จังหวัดที่ถูกจับกุมมากที่สุด คือ จ.นครราชสีมา รองลงมาคือ กทม. ต่อมาคือ จ.ชลบุรี โดยมีการดำเนินคดีครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก เป็นอันดับ 1 รองลงมาคือ คดีล่วงละเมิด และค้ามนุษย์ ตามลำดับ

ทั้งนี้ พบว่าในปี พ.ศ. 2562 มีคดีทั้งหมด 72 คดี คดีอันดับ 1 คือ ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก รองลงมาคือ ค้ามนุษย์

>> #หลานของผม น้าชายคุกคามทางเพศหลานสาว ซ่อนกล้องแอบถ่าย แฮชแท็กลุกเป็นไฟ