เปิดใจ "ดร.สุภาภรณ์" ผู้ค้นพบไวรัสโคโรนา เผยเส้นทางตรวจพบเชื้อก่อนจีนประกาศ

เปิดใจ "ดร.สุภาภรณ์" ผู้ค้นพบไวรัสโคโรนา เผยเส้นทางตรวจพบเชื้อก่อนจีนประกาศ
S! News (Rewrite)

สนับสนุนเนื้อหา

นักวิจัยหญิงไทย ผู้ค้นพบ "ไวรัสโคโรนา" เผยเส้นทางตรวจพบเชื้อก่อนจีนประกาศ มั่นใจมาจากค้างคาว ยังไม่มียารักษา แต่หากร่างกายแข็งแรงจะสร้างภูมิคุ้มกัน กำจัดเชื้อและหายไปเอง

รายการโหนกระแสวันที่ 28 ม.ค. "หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย" ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.20 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 เกาะติดไวรัสกรณีที่เชื้อ "ไวรัสโคโรนา" สายพันธุ์ใหม่ระบาดโดยมีจุดกำเนิดที่มณฑลอู่ฮั่นของสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยวันนี้ได้เปิดใจสัมภาษณ์ "ดร.สุภาภรณ์ วัชรพฤษาดี  นักเทคนิคการแพทย์ของไทย รองหัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ผู้ค้นพบ “เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่” ก่อนที่จะมีการประกาศจากทางการจีน

>> ชื่นชม "ดร.สุภาภรณ์" ถอดรหัสพันธุกรรม "ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่" ได้ก่อนจีน

อาจารย์เป็นคนแรกที่ตรวจพบเชื้อโคโรนาสายพันธุ์ใหม่?

"จริงๆ น่าจะเป็นหัวหน้าทีมของห้องปฏิบัติการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่มากกว่า เราช่วยกันออกแบบว่าโรคลึกลับนี้เราจะตรวจยังไง จนเป็นที่มาที่ไปว่าเราเจอพันธุกรรมไวรัสโคโรนาจากผู้ป่วย ก่อนรู้ว่าเป็นไวรัสสายพันธุ์ใหม่"

เรื่องนี้มันเกิดขึ้นในเมืองไทยไม่เกิน 1 อาทิตย์ แล้วอาจารย์ตรวจเจอเมื่อไหร่?

"ตรวจเจอและยืนยันเมื่อวันที่ 9 ม.ค. ก่อนมีข่าว เป็นการทำงานร่วมกันในหลายๆ ฝ่ายทั้งกรมควบคุมโรค กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และที่จุฬาฯ เองเราทำงานร่วมกัน ตั้งแต่รู้ข่าวว่ามีโรคลึกลับที่จีน เป็นโรคปอดอักเสบ แต่เป็นโรคอะไรไม่รู้ เป็นข่าวที่จีนก่อนตั้งแต่ปลายปี 31 ธ.ค. เริ่มมีข่าวมาเรื่อยๆ เขาประกาศแค่ว่ามีผู้ป่วยเป็นโรคปอดอักเสบไม่ทราบสาเหตุ"

วันที่ 31 ธ.ค. ปี 62 เชื่อว่าทางการจีนเขารู้มั้ยว่าเป็นไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่มั้ย?

"เขาน่าจะรู้ ไม่ใช่เขาไม่บอก แต่เขาคงต้องการเวลาในการประเมินและตรวจยืนยันให้ชัดเจนเนื่องจากผู้ป่วยเขาเยอะ เราเป็นประเทศที่สองที่เจอผู้ป่วยของเขา เขายังบอกไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เขาเลยบอกแค่ว่าเป็นโรคลึกลับ หลังจากนั้นพอวันที่ 31 เริ่มมีข่าวมาเรื่อยๆ ทางกรมควบคุมโรค ก็คิดว่าเรามีนักท่องเที่ยวจีนเยอะ โดยเฉพาะอู่ฮั่นต้นตอ เลยคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่าง ต้องเพิ่มมาตรการคัดกรองผู้ป่วยที่มาจากอู่ฮั่น เราทำตั้งแต่วันที่ 3 ม.ค. ที่กรมควบคุมโรคเริ่มเพิ่มมาตรการในการคัดกรองนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามา จะถูกตรวจวัดอุณหภูมิทุกราย"

ตอนนั้นเรื่องยังไม่แดง ประชาชนไม่ได้แตกตื่น แต่ตอนนั้นมีการตรวจแล้ว แล้วไปเจอเหรอ?

"ตอนนั้นก็เจอนักท่องเที่ยวที่ต้องสงสัย ส่งมาเป็นระยะ มีทุกวัน แต่ 3-7 ไม่เจอนักท่องเที่ยวที่พบเชื้อเลย พอวันที่ 8 มีตัวอย่างส่งมาสถาบันบำราศนราดูร วิทยาศาสตร์การแพทย์ และรพ.จุฬา ซึ่งต้องบอกก่อนว่า 3 สถาบันนี้ช่วยกันตรวจโดยแบ่งหน้าที่การทำงานชัดเจน"

เจอคนที่สงสัยเข้ามาในเมืองไทยวันที่ 8 ?

"ใช่ค่ะ วันที่ 8 เจอที่สนามบิน มีแดงๆ ขึ้น มีอาการ มีไอ มีอาการคล้ายระบบทางเดินหายใจ มาจากอู่ฮั่น เข้าเกณฑ์เป๊ะเลย มาจากเมืองที่กำลังเกิดโรคระบาด หลังจากนั้นนักท่องเที่ยวคนนี้ก็ถูกส่งมาสถาบันบําราศนราดูร เพื่อตรวจว่ามีเชื้อต้องสงสัยหรือเปล่า เพื่อคัดกรองโรคเชื้อที่ทำให้เกิดโรคหวัด โรคระบบทางเดินหายใจทั่วไปถึง 33 ชนิด อันนี้เป็นกระบวนการแล็ปที่ต้องคัดกรองโรคที่เรารู้จักออกก่อน ขณะเดียวกันกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ รพ.จุฬาฯ ร่วมกันหาเชื้อใหม่ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเชื้อที่เรารู้จัก"

เอาเชื้อไปตรวจยังไง ถึงเจอว่าเป็นโคโรนาสายพันธุ์ใหม่?

"มันเกิดขึ้นจากโจทย์ของกรมควบคุมโรคที่ให้เรามา ว่ามันเป็นโรคปอดบวม ปอดอักเสบ เป็นโรคทางเดินระบบหายใจที่ไม่ทราบสาเหตุ ไม่บอกด้วยว่าเป็นไวรัส ให้ไปหามาว่าจะตรวจอย่างไร มีอาการแบบนี้ เราก็วางแพทเทิร์นการตรวจ คัดกรองโรคที่เรารู้จักออกไปก่อน แล้วหาโรคใหม่ๆ ปกติทางห้องแล็ปเวลาตรวจโรคจะตรวจเชื้อเอ บี ซี แต่วิธีการตรวจเพื่อให้เจอเชื้อใหม่ๆ เราใช้วิธีการนั้นไม่ได้ เราเลยออกแบบการทำงาน เราจะตรวจสองกลุ่ม ตรวจตระกูลของไวรัส"

ไวรัสมีกี่ตระกูล?

"โอ้โห เป็นร้อยค่ะ หนึ่งในนั้นคือตระกูลโคโรนา อย่างที่คุณหมอเล่าให้ฟังเมื่อวาน โคโรน่าเดิมมี 6 อันนี้คือ 7 เราตรวจทั้งตระกูลเลย วิธีการที่เราใช้เราตรวจทั้งตระกูลพื่อให้เจอเชื่อใหม่ๆ ได้"

เอาเชื้อจากคนจีนคนแรกที่มีอาการปอดอักเสบ เอาเชื้อไปตรวจแมตซ์กันกับตระกูลโคโรนา จนกระทั่งพบว่าเป็นตระกูลที่ 7 เหมือนลูกหลาน?

"ใช่ค่ะ เพิ่งคลอดออกมา ณ วันที่ 9 ที่เราพบสารพันธุกรรมเชื้อไวรัสในตระกูลไวรัสโคโรนาเรายังไม่รู้เลยว่าเป็นเชื้อโคโรนาจริงแต่เป็นเชื้อที่เกี่ยวข้องกับการระบาดที่เมืองจีนหรือไม่ เนื่องจากที่จีน  ณ วันที่ 9 เขายังไม่ได้เปิดเผยข้อมูล ไม่ได้แชร์ต่อสาธารณะ ณ ตอนนั้น วันที่ 9 เราเลยเปรียบเทียบ เราเรียกธนาคาร รหัสพันธุกรรม เชื้อโรคของโรค ซึ่งนักวิจัยของโลกจะเอารหัสนั้นมาใส่ไว้ในธนาคาร เอารหัสทางพันธุกรรมใส่เข้าไปเพื่อเปรียบเทียบเป็นตัวอ้างอิง พอเอาเชื้อผู้ป่วยรายนี้ไปเปรียบเทียบ ก็พบว่าเชื้อที่เราตรวจพบเหมือนเชื้อโรคซาร์ลที่เราพบในค้างคาว ไม่มีในคนเลย ซาร์สเป็นหนึ่งใน 6 โคโรนา"

1-4 อยู่รอบตัวเรา วันนี้ไม่ได้ทำอะไรเรา อยู่ด้วยกันได้ แต่เจ้า 5-6 ห้าเป็นซาร์ส หกเป็นเมอร์ส และนี่คือเจ็ด สามตัวนี้โคตรเก่ง ทำให้เสียชีวิตได้ นี่คือภาษาชาวบ้าน?

"ใช่ค่ะ พอวันที่ 9 เลยได้ว่าเชื้อคล้ายๆ ในค้างคาว เราก็เลยรายงานกระทรงไปแบบนั้น โดยที่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นเชื้อที่ทำให้ผู้ป่วยป่วยด้วยไวรัสตัวนี้หรือเปล่า แต่รายงานไปว่าตรวจแล้วเจอเชื้อที่คล้ายๆ โรคซาร์ส ซึ่งมีค้างคาวเป็นพาหะนำโรค วันที่ 9 บอกได้แค่นั้น"

หลังจากนั้นมั่นใจได้ไงว่าสิ่งที่เจอ เป็นตัวเดียวกัน?

"พอวันที่ 11 ทางประเทศจีนเริ่มเปิดเผย แชร์ข้อมูล สิ่งที่เขาแชร์ให้กับคนทั้งโลก  เป็นข้อมูลที่สมบูรณ์แบบ ไวรัสโคโรนาถ้าพูดรหัสพันธุกรรม ตัวไวรัสโคโรนามีรหัสทั้งหมด 3 หมื่นรหัสพันธุกรรม ทางการจีนต้องใช้เวลาในการถอดรหัส เลาะเชื้อพวกนี้เพื่อให้เขามั่นใจว่าคือสาเหตุของโรคจริงๆ"

ถ้าเปิดเผยแล้วไม่ชัดเจนเขาจะเสีย?

"สรุปเขาไม่ได้ปิด แต่เพื่อให้ชัวร์ค่ะ ทางเราแค่รอให้ข้อมูลนั้นแชร์ออกมาพอเขาแชร์วันที่ 11 สิ่งที่เรามีในกระเป๋าเอาไปเปรียบเทียบและพบว่า 100 เปอร์เซ็นต์ เหมือนเชื้อในอู่ฮั่น"

ที่มาที่ไป จริงเหรอ ไวรัสมาจากค้างคาว โรคในสัตว์มาติดคนได้เหรอ?

"จริงๆ โรคอุบัติใหม่มากกว่า 75 เปอร์เซ็นต์ เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน ไม่วาอีโบล่า เมอร์ส ซาร์ส เป็นโรคอุบัติใหม่ที่มีสัตว์เป็นแหล่งนำโรคทั้งสิ้น รวมทั้งพิษสุนัขบ้าก็เป็นโรคจากสัตว์สู่คน และมีค้างคาวเป็นต้นตอของเชื้อโรคเหล่านี้ จึงเป็นที่มาที่ไปว่าทำไมทีมของเราต้องศึกษาเรื่องเชื้อไวรัสใหม่ๆ ในค้างคาว"

ทำไมถึงมั่นใจว่าโคโรนามาจากค้างคาว?

"ก็ไม่ได้มั่นในขนาดนั้น แต่ว่าจากข้อมูลงานวิจัยล่าสุดจากสถาบันไวรัสวิทยาของอู่ฮั่นที่พิมพ์เผยแพร่ในเว็บไซต์ พบว่าเชื้อที่พบในผู้ป่วยในอู่ฮั่นเหมือนกับเชื้อที่พบในค้างคาวที่เขากำลังศึกษาวิจัย 97 เปอร์เซ็นต์ จาก 3 หมื่นพันธุกรรม 96 เปอร์เซ็นต์ ส่วนการติดต่อเราไม่รู้ว่ามาได้ไง  อาจเป็นความเชื่อที่ผิดเรื่องเปิบพิศดาร ถ้าต้มสุกด้วยความร้อน ไวรัสตายอยู่แล้ว ปกติไวรัสตายง่าย ร้อนๆ เดี๋ยวก็ตาย แต่อย่างในข่าวไม่ได้บอกว่าผู้หญิงคนนี้ติดโรค มันเป็นการแชร์ภาพ"

กินแบบนี้มีโอกาสติดมั้ย?

"ถ้าปรุงไม่สุก มีโอกาส คนที่มีโอกาสมาก คือคนชำแหละค้างคาว จับค้างคามาแล้วอาจโดนค้างคาวกัด อาจถลกหนัง พ่อครัว เพราะเชื่อว่าเขาไม่ได้ใส่ถุงมืออยู่แล้ว"

เขาบอกมาจากงู?

"ถ้าดูจากข้อมูลล่าสุดจากอู่ฮั่นเปิดเผยในข้อมูลวิชาการ พบว่าเหมือนค้างคาวมากกว่า 96 เปอร์เซ็นต์ ถ้างูกินค้างคาวแล้วคนกินงูก็ต้องพิสูจน์ต่อ แต่โดยหลักการ ค้างคาวกับคน เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเหมือนกัน โอกาสเชื้อไวรัสจากค้างคาวมาสู่คนมี แต่งูเป็นสัตว์เลื้อยคลาน โอกาสข้ามจะยาก นั่นคือทำไมค้างคาวถึงเป็นตัวสะสมโรคอุบัติใหม่เยอะแยะมากมาย"

คนที่ไปหาของในถ้ำในป่าในไทย มีโอกาสก่อโรคไวรัสได้มั้ย?

"ในไทยเราร่วมกับหลายๆ หน่วยงาน เราสำรวจโรคในค้างคาวมาเกือบ 20 ปี แต่เชื้อตัวนี้ไม่พบในค้างคาวไทยที่เราสำรวจอยู่ แต่เราต้องสำรวจเพิ่มเติม พุ่งป้าไปที่ค้างคาวมงกุฎ เพราะค้างคาวที่เมืองจีนรายงานมาจากค้างคาวมงกุฎ แต่ในประเทศไทยเราสำรวจค้างคาวไปหลายชนิด อย่างค้างคาวมงกุฎ เราเพิ่งจับไป 20 ตัว เจอเชื้อเหมือนกันแต่กลุ่มอื่น ค้างคาวเป็นสัตว์ที่น่าจะมีภูมิต้านทานที่ดี สามารถเป็นกล่องเก็บเชื้อโรค โดยที่ค้างคาวไม่ป่วย เขามีภูมิให้ไวรัสอยู่กับเขาได้โดยที่เขาไม่ป่วย เป็นความฉลาดของค้างคาว  ที่เขาจะอยู่กับตัวเก็บเชื้อ ไม่ทำให้ค้างคาวป่วย ไวรัสจะตายไปพร้อมค้างคาว ไม่มีสิทธิ์แพร่ให้เรา มีนักวิจัยกำลังศึกษาอยู่ว่าค้างคาวมีอะไรพิเศษ มีภูมิคุ้มกันอะไร อาจเอามาแปลงว่าเราควรมียาที่คล้ายๆ ค้างคาวมีหรือเปล่า มีกลุ่มนักวิจัยที่เขากำลังสนใจ"

เป็นไปได้มั้ย ที่มีข่าวลือเขาบอกว่าตอนนี้มีประเทศนึงส่งอาวุธชีวภาพ และทำให้มีโรคแบบนี้เกิดขึ้น สักวันฉันมียาแล้วขาย?

"ไม่ทราบ (หัวเราะ) ได้ยินข่าว ก็บอกว่าอย่าแชร์ เพราะถ้าคนไม่เข้าใจจะแตกตื่น ถ้าเราเชื่อในนักวิจัยด้วยกัน ที่เขารายงานว่าเจอเชื้อในผู้ป่วยและเจอเชื้อในค้างคาวที่เหมือนกัน 96 เปอร์เซ็นต์ พร้อมกับมีรายงานจากจีนว่ามีการเก็บตัวอย่างจากตลาดอาหารทะเลที่เป็นต้นตอโรคตัวนี้ ต้นตอโรคนี้ที่อู่ฮั่นอยู่ที่ตลาดอาหารทะเล วันที่ 1 เขาเริ่มรู้ว่ามีระบาด เขาปิดตลาดและทำความสะอาด และไปป้ายตามจุดต่างๆ ที่คิดว่าเป็นแหล่งคนไปสัมผัสและเกิดโรค ปรากฏว่าเขาพบเชื้อในตลาดด้วย แต่ในซีฟู้ดตอนแรกก็คิดว่าจะติดมาได้ไง แต่ปรากฏว่าตำแหน่งในตลาดไม่ได้ขายซีฟู้ดอย่างเดียว มีโซนที่เขาขายสัตว์ป่า เขาพบบริเวณที่เก็บเชื้อและเจอเชื้อมากที่สุดคือบริเวณขายสัตว์ป่า"

ถ้าโดนพวกค้างคาวฉี่ อึใส่ มีโอกาสเป็นมั้ย?

"เท่าที่เราสำรวจในประเทศไทย เรายังไม่เจอเชื้อตัวนี้ ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องกังวล แต่กรณีถูกค้างคาวกัดให้มาหาหมอ เพราะเป็นพิษสุนัขบ้าได้ แต่ถ้าถูกฉี่ใส่ให้รดน้ำฟอกด้วยสบู่ 15 นาที เพื่อชำระสิ่งปฏิกูลและสิ่งปนเปื้อนออกให้หมด มีคำแนะนำสำหรับประชาชน จะอยู่กับค้างคาวให้ปลอดภัยได้อย่างไร มีการวิจัยที่เราแปลเป็นภาษาไทยว่าไม่ควรหยิบจับซากค้างคาว"

ไวรัสนี้จะมียาออกมาฆ่ามั้ย?

"ยาเดี๋ยวคงมีแน่นอน แต่ ณ ตอนนี้ถึงแม้ไม่มียา เราสามารถรักษามันเองได้ ด้วยตัวเราเอง เมื่อไวรัสเข้าไปเป็นสิ่งแปลกปลอม ร่างกายเราถ้าแข็งแรงพอจะสร้างภูมิคุ้มกันกำจัดเชื้อไวรัสและหายไปเอง เหมือน 5-6 คนที่หายเรียบร้อย ไม่มียาที่ทางการไทยช่วยรักษาเลยนะคะ ไม่ได้มียาพิเศษ เขาหายเอง แต่ที่สำคัญคือไม่ออกไปแพร่เชื้อให้ผู้อื่น"