เจ้าสุภานุวงศ์: เจ้านักปฏิวัติและสัญลักษณ์แห่งความกำกวมลักลั่น
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060

เจ้าสุภานุวงศ์: เจ้านักปฏิวัติและสัญลักษณ์แห่งความกำกวมลักลั่น

แชร์เรื่องนี้
โดย บ๊อบบี้ และ แบทแมน เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา รัฐบาลลาวเพิ่งจะจัดงานเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 100 ปี ของเจ้าสุภานุวงศ์ อดีตประธานประเทศคนแรกอย่างยิ่งใหญ่ ในฐานะวีรบุรุษปฏิวัติคนหนึ่งของชาติ

เจ้าสุภานุวงศ์ หรือ ประธานสุพานุวง เกิดเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2452 ที่เมืองหลวงพระบาง เป็นเชื้อพระวงศ์ของราชวงศ์ล้านช้างหลวงพระบาง เรียนจบชั้นประถมศึกษาที่แขวงหลวงพระบาง ต่อมาในปีพ.ศ. 2463 ได้ไปศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษา ที่นครฮานอย ประเทศเวียดนาม จากนั้นในปีพ.ศ. 2480 ได้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านวิศวกรรมการก่อสร้างทางและสะพาน ที่กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว จึงได้มาทำงานเป็นวิศวกรที่สำนักงานโยธาเมืองญาจาง ประเทศเวียดนาม

หลังจากที่ โฮจิมินห์ ได้ตั้งพรรคคอมมิวนิสต์อินโดจีนขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2480 เจ้าสุภานุวงค์ก็ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกพรรคและเป็นผู้นำประชาชนลาวในการต่อสู้เพื่อเรียกร้องเอกราชจากฝรั่งเศส ทั้งยังเป็นผู้นำของพรรคประชาชนปฏิวัติลาวในยุคก่อตั้ง เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองที่ประเทศลาวเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2518 เจ้าสุภานุวงศ์จึงได้ดำรงตำแหน่งประธานประเทศคนแรกจนกระทั่งถึงปี พ.ศ. 2534

ทั่วโลกจึงรู้จักเจ้าสุภานุวงศ์ในสมญานาม เจ้าชายแดง หรือ The Red Prince เนื่องจากเป็นเจ้าผู้ยอมเสียสละแยกตัวเองออกจากชนชั้นศักดินามาร่วมก่อตั้งขบวนการปฎิวัติลาว

จากการเป็นเจ้าที่หันมาเป็นนักปฏิวัตินี่เอง ที่ทำให้นักวิชาการทางด้านมานุษยวิทยาชาวต่างชาติคนหนึ่งที่ทำการศึกษาเรื่องประเทศลาวมาอย่างยาวนาน มีความเห็นว่า เจ้าสุภานุวงศ์ถือเป็นบุคคลชนชั้นนำที่มีสถานะกำกวมยากแก่การทำความเข้าใจมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองลาวสมัยใหม่ กล่าวคือ แม้ภายหลังการปฏิวัติลาวในปีพ.ศ.2518 รัฐบาลลาวจะพยายามปราบปรามบุคคลที่อยู่ฝ่ายกษัตริย์นิยมอย่างหนัก ทว่าหนึ่งในผู้นำการปฏิวัติอย่างเจ้าสุภานุวงศ์เอง กลับมีฐานะเป็นผู้ธำรงรักษาลักษณะอันสูงส่งบางด้านของราชวงศ์ลาวในอดีตให้คงอยู่ต่อไป

ในทัศนะของนักมานุษยวิทยาคนนั้น เจ้าสุภานุวงศ์ถือเป็นสัญลักษณ์ที่มีพลังอำนาจสูงมาก เนื่องจากผู้นำของลาวคนนี้เป็นตัวแทนที่แสดงให้เห็นถึง ภาวะอันสอดคล้องต้องกันของคู่ตรงข้ามที่มีความหมายขัดแย้งกันอย่างตึงเครียด กล่าวคือ เขามีสถานะเป็นทั้งตัวแทนของราชวงศ์ลาวที่เลือนหายและกลุ่มผู้ยึดกุมอำนาจรัฐใหม่อย่างพรรคประชาชนปฏิวัติลาว

แม้จะถูกเรียกอย่างเป็นทางการว่า สหาย หรือ ประธาน อันเป็นศัพท์เฉพาะทางการเมืองภายหลังการปฏิวัติ อย่างไรก็ตาม สำหรับคำพูดทั่วไปที่ถูกใช้ในชีวิตประจำวัน ผู้นำของลาวคนนี้กลับมักถูกเรียกว่า เจ้าสุภานุวงศ์ เช่นเดิม ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นก็คือ ในงานเขียนจำนวนมากทั้งที่เป็นภาษาลาวและอังกฤษ ซึ่งเขียนถึงเขาในช่วงทศวรรษ 1990 ก็ยังเรียกเขาว่า เจ้า เช่นเดียวกันกับหนังสือพิมพ์ของพรรคประชาชนปฏิวัติลาวที่มีชื่อว่า ปะซาซน (ประชาชน) ซึ่งเรียกเจ้าสุภานุวงศ์ว่า เจ้า เช่นกัน กระทั่งเขามีสถานะเป็น เจ้าสุภานุวงศ์: ผู้นำแห่งการปฏิวัติ ในที่สุด

ด้วยสถานะที่ยึดโยงกับราชวงศ์ลาวในอดีตอย่างเด่นชัด เมื่อเจ้าสุภานุวงศ์เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ.2538 จึงมีผู้คาดหมายว่า ภาวะโหยหาอดีตถึงราชวงศ์ลาวที่ไม่ได้ดำรงอยู่จะหลั่งไหลเข้ามาอย่างเอ่อท้นในพิธีศพของผู้นำลาวคนนี้

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลลาวได้เข้ามาควบคุมพิธีศพดังกล่าวอย่างเข้มงวด กล่าวคือ แม้จะมีการคาดการณ์ว่าพิธีศพของเจ้าสุภานุวงศ์อาจถูกจัดขึ้นที่เมืองหลวงพระบาง หรือเถ้ากระดูกของเขาอาจถูกส่งกลับไปยังเมืองดังกล่าว แต่พิธีการทั้งหมดกลับถูกจัดขึ้นที่นครเวียงจันทน์ และเถ้ากระดูกของเจ้าสุภานุวงศ์ก็ถูกบรรจุอยู่ในสถูปที่ธาตุหลวงในนครเวียงจันทน์เช่นกัน โดยมีครอบครัวของเขา ประธานประเทศลาวในยุคนั้น คือ นายหนูฮัก พูมสะหวัน และบรรดาผู้นำพรรคประชาชนปฏิวัติลาว ร่วมเป็นสักขีพยาน

ทั้งนี้ เป็นเพราะหากมีการจัดพิธีศพของเจ้าสุภานุวงศ์ขึ้นที่เมืองหลวงพระบาง ก็อาจจะเป็นการตอกย้ำถึงสถานะความเป็นศูนย์กลางแห่งราชวงศ์ล้านช้างหลวงพระบางและพิธีกรรมดั้งเดิมอันเก่าแก่ของเมืองดังกล่าว

ดังนั้น การบรรจุเถ้ากระดูกของเจ้าสุภานุวงศ์ไว้ในบริเวณเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ประจำ ชาติ (ในยุคหลังการปฏิวัติ) คือธาตุหลวง ณ นครเวียงจันทน์ จึงเปรียบเสมือนการพยายามบดบังรัศมีของระบอบราชาธิปไตยแบบพุทธที่เคยดำรงอยู่ในลาวและมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองหลวงพระบาง โดยการเมืองทางโลกย์ของพรรคประชาชนปฏิวัติลาวที่มีฐานที่มั่นอยู่ในนครเวียงจันทน์

ทว่าในทางประวัติศาสตร์แล้ว ธาตุหลางก็ถูกสร้างขึ้นโดยกษัตริย์องค์หนึ่งของลาวเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ สถานะแห่งความลักลั่นกำกวมยากแก่การทำความเข้าใจ หรือ สถานะที่เป็นทั้งตัวแทนของการ อนุรักษ์ และ ปฏิวัติ จึงยังคงดำรงอยู่ในตัวตนของเจ้าสุภานุวงศ์ แม้เจ้าชายแดงผู้นำการปฏิวัติลาวคนนี้จะเสียชีวิตไปแล้วก็ตาม