ชาวไร่อ้อยเมืองกาญจน์ วอนอย่ามองเป็นจำเลยสร้างฝุ่น ชี้ประเทศเพื่อนบ้านเผาหนักกว่า

ชาวไร่อ้อยเมืองกาญจน์ วอนอย่ามองเป็นจำเลยสร้างฝุ่น ชี้ประเทศเพื่อนบ้านเผาหนักกว่า
Voice TV

สนับสนุนเนื้อหา

นายพนม ตะโกเมือง อุปนายกสมาคมกลุ่มชาวไร่อ้อยเขต 7 กล่าวถึงสถานการณ์ฝุ่นในจังหวัดกาญจนบุรี ว่า ใน จ.กาญจนบุรีพบฝุ่นน้อยกว่าปีที่ผ่านมา เป็นเพราะทำความเข้าใจกับพี่น้องชาวไร่อ้อยว่าจะช่วยกันอย่างไร ลดฝุ่นหรือเขม่าที่เกิดจากการเผาอ้อย ซึ่งมาตรการต่างๆ มีการรับทราบก่อนที่จะมีการตัดอ้อย โดยได้ประชุมชี้แจงทำความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทุกวันนี้ค่าฝุ่นละอองได้ลดลง

"ขอชี้แจงกับสังคมว่า อย่ามองพี่น้องชาวไร่อ้อยเป็นจำเลยสังคม เพราะว่าพี่น้องชาวไร่อ้อย ก่อนที่จะตัดอ้อยเราได้มีการวางมาตรการต่างๆ ไว้แล้วว่า เราจะช่วยอย่างไร อย่างเช่นปีนี้ จะลดอ้อยไฟไหม้เป็นร้อยละ 50 จากเมื่อปีที่ผ่านมาร้อยละ 70 เป็นอ้อยไหม้ และอ้อยสดมีแค่ร้อยละ 30 ซึ่งจะทำต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 ปี แต่ต้องยอมรับว่าทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามมติคณะรัฐมนตรี" นายพนม กล่าว

อุปนายกสมาคมกลุ่มชาวไร่อ้อยเขต 7 กล่าวเพิ่มเติมว่า จริงๆ แล้วฝุ่นที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งมาจากอากาศแห้ง ประกอบกับประเทศเพื่อนบ้านมีการเผาสิ่งต่างๆ ทำให้เกิดจุดความร้อนสีแดงในหลายพื้นที่ และมีลมทางตะวันออก พัดเข้ามาทางประเทศไทย แต่เมื่อเข้าหน้าแล้งหรือหน้าร้อน ลมทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดเข้ามา ก็จะพัดสิ่งเหล่านี้ออกไปและจะเห็นได้ว่ามันจะมาในช่วงหน้าหนาวของทุกปี พอจะเข้าหน้าแล้ง ลมก็จะพัดออกไปแล้วก็จะจางไป ไม่ได้เกิดจากพี่น้องเราเผาอ้อยอย่างเดียว และการเผาอ้อยมันเป็นนิวคาร์บอน เป็นเศษวัสดุ ไม่ใช่ละอองแบบนั้น

"อย่างที่เรารู้ๆ กันอยู่ก็มีกลุ่มทุนบางเครือที่ไปปลูกอ้อยที่ประเทศเพื่อนบ้านที่ติดๆ กัน ถึงได้บอกว่าให้ลองดูดาวเทียม จะเห็นได้ว่าเขาเผาเยอะกว่าเราและประเทศติดกัน เมื่อลมพัดมา อย่าไปมองแต่ว่าการเผาอ้อยในประเทศเราจะสร้างฝุ่นละอองมากมายขนาดนั้น มันไม่ถึงขนาดนั้น ประมาณแค่ร้อยละ 15 จากพวกฟางข้าว ซังอ้อย และขอย้ำอีกครั้งว่าที่รับรู้มา สิ่งที่เกิดจากการเผาอ้อยมันเป็นเศษวัสดุเป็นชิ้นไม่ได้เป็นฝุ่นละอองอย่างนั้น" นายพนม กล่าว