“ทรัมป์” เล็งแบนชาวต่างชาติเดินทางเข้าสหรัฐฯ เพิ่ม จากเดิมที่มี 8 ประเทศ

“ทรัมป์” เล็งแบนชาวต่างชาติเดินทางเข้าสหรัฐฯ เพิ่ม จากเดิมที่มี 8 ประเทศ
Voice TV

สนับสนุนเนื้อหา

ประธานาธิบดีทรัมป์ วางแผนจะเพิ่มจำนวนประเทศที่ถูกแบนไม่ให้เดินทางเข้าสหรัฐฯ จากเดิมที่มีอยู่แล้ว 8 ชาติ

​สำนักข่าว BBC รายงานว่าล่าสุด นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศจะเดินหน้าเพิ่มจำนวนประเทศที่จะถูกแบนไม่ให้เดินทางเข้าสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอีก โดยทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวระหว่างการเข้าร่วมงานประชุมระดับโลก World Economic Forum ในเมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ว่า "คุณเห็นใช่ไหมว่าโลกกำลังเจอกับอะไรบ้างตอนนี้ ประเทศของเรา (สหรัฐฯ) ต้องปลอดภัย"

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังไม่ได้เปิดเผยว่าประเทศใดบ้างที่จะถูกแบนเพิ่ม และจะมีจำนวนกี่ประเทศ แต่เขาชี้ว่ารายละเอียดทั้งหมดจะถูกเปิดเผยอย่างเป็นทางการเร็วๆ นี้ ขณะที่เว็บไซต์ Politico เป็นสื่อแรกที่รายงานกรณีนี้ โดยรายงานว่าประเทศที่จะถูกแบนไม่ให้เดินทางเข้าสหรัฐฯ เพิ่มอาจประกอบไปด้วย เมียนมา เอริเทรีย คีร์กีซสถาน ไนจีเรีย ซูดาน และแทนซาเนีย

ทั้งนี้ ในปี 2017 ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ออกคำพิพากษาที่พลิกความคาดหมายของคนทั้งโลก ด้วยการรับรองให้คำสั่งแบนพลเมือง 6 ชาติมุสลิมและ 2 ชาติที่ไม่ใช่มุสลิมของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ทำให้พลเมืองจากอิหร่าน ชาด ลิเบีย ซีเรีย โซมาเลีย เยเมน รวมถึงเกาหลีเหนือและเวเนซุเอลา ไม่สามารถเข้าสหรัฐฯ ได้ ยกเว้นผู้ได้กรีนการ์ดแล้ว หรือถือ 2 สัญชาติ รวมถึงผู้ที่มีญาติใกล้ชิดอยู่ในสหรัฐฯ

การเลือกให้ผู้อพยพเพียงจำนวนน้อยนิดเข้าสหรัฐฯ ได้ ส่งผลโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจอเมริกัน โดยนิตยสารฟอร์บสระบุในขณะนั้นว่า ผลประการแรกที่จะเกิดขึ้นคือบรรษัทอเมริกันขนาดใหญ่จะได้รับผลกระทบ ไม่สามารถเคลื่อนย้ายแรงานได้ตามที่ต้องการ ทั้งที่ในปัจจุบัน การประกอบธุรกิจของบรรษัทขนาดใหญ่ล้วนเป็นการไปตั้งฐานการผลิตในต่างแดน และเคลื่อนย้ายพนักงานไปมาระหว่างประเทศ