คนร้ายถีบรถหนุ่มนักศึกษาล้มแล้วปล้น อ้างเมา "ยาโรเช่" ตอนก่อเหตุไม่ค่อยรู้ตัว

คนร้ายถีบรถหนุ่มนักศึกษาล้มแล้วปล้น อ้างเมา "ยาโรเช่" ตอนก่อเหตุไม่ค่อยรู้ตัว
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

(19 ม.ค.63) เมื่อเวลา 19.00 น. ที่สภ.เมืองนนทบุรี พ.ต.อ.สีหเดช สระกอบแก้ว ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ควบคุมตัวนายเกียรติศักดิ์ หรือ บอส อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันปล้นทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยมีอาวุธและใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม หลังได้รับการติดต่อขอมอบตัวจากนายเกียรติศักดิ์

สอบสวนนายเกียรติศักดิ์ ให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกับพวกอีก 2 คน ลงมือทำร้ายร่างกาย นายปพจน์ อายุ 22 ปี ผู้เสียหายซึ่งเป็นนักศึกษา ม.ดัง โดยได้ทรัพย์สินไปเป็นโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง, นาฬิกา 1 เรือน, กระเป๋าสตางค์ 1 ใบ และเงินสดจำนวน 3,000 บาท มูลค่ารวมประมาณ 59,000 บาท โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดเมื่อกลางดึกของวันที่ 22 ธ.ค.62 ที่ผ่านมา ภายในซอยพิบูลสงคราม 22 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจมีภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นพยานหลักฐานในการติดตามตัวผู้กระทำผิด   

โดยภาพเหตุการณ์จากกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพผู้เสียหายได้เมื่อเวลา 22.16 น. กำลังขับรถจยย.เข้าไปในซอยวัดกำแพง เป็นจังหวะเดียวกันกับที่นายบอส และ นายหอย ขับขี่รถสวนกับผู้เสียหายพอดี จากนั้นผู้ก่อเหตุทั้งสองจึงได้เลี้ยวรถจยย.ขับตามไปผู้เสียหายไป จนกระทั่งพบผู้เสียหายกำลังขี่รถกลับออกมา นายบอสและนายหอยจึงได้ขี่ตามผู้เสียหายมาติดๆ และมีรถจยย.ของนายโมจิ ผู้ร่วมก่อเหตุอีกซึ่งเป็นเพื่อนของนายบอสและนายหอยตามมาสมทบเป็นคันสุดท้าย เมื่อถึงจุดเกิดเหตุจึงขี่รถขึ้นมาแซงพร้อมกับใช้เท้าถีบรถจยย.ของผู้เสียหายจนเสียหลักไปพุ่งชนกับโต๊ะหินได้รับบาดเจ็บ จากนั้นกลุ่มผู้ก่อเหตุจึงลงไปปลดทรัพย์สินในตัวผู้เสียหายแล้วหลบหนีไป   

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งออกติดตามกลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ สน.ประชาชื่น จึงได้ทำการประสานขอข้อมูลจนทราบแน่ชัดว่าหนึ่งในคนร้ายที่ร่วมกันก่อเหตุชิงทรัพย์คือนายเกียรติศักดิ์ หรือ บอส จึงติดต่อผ่านทางครอบครัวและสามารถกดดันให้มาเข้ามอบตัวได้ ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 คนคือ นายจิรินทร์ หรือ โมจิ อายุ 20 ปี และ นายณัฐพงศ์ หรือ หอย อายุ 21 ปี ยังอยู่ในระหว่างหลบหนี     

สอบสวน นายเกียรติศักดิ์ หรือ บอส ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า วันเกิดเหตุตนกับเพื่อนได้กินยาเมาชื่อ "โรเช่" เข้าไป ก็เกิดความมึนเมาเหมือนภาพตัดๆ หายๆ อยู่ตลอดเวลา ด้วยความเมาของยาทำให้เมื่อตนและเพื่อนขับรถไปเจอผู้เสียหายกลางทาง และคิดว่าผู้เสียหายมองอะไรแล้วด่าให้ของลับตนจึงขับตามผู้เสียหายไป พร้อมกับเพื่อนอีกสองคนและก่อเหตุดังกล่าวขึ้น ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวนายผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ซอยพิบูลสงคราม จุดที่ 1.จุดที่ขับจยย.สวนกันภายในซอยพิบูลสงคราม 22 แยก 15 จุดที่ 2.จุดที่ผู้เสียหายถีบรถล้มหน้าหมู่บ้านพลอยสุข และจุดที่ 3. ถนนนครอินทร์ จุดที่ทิ้งโทรศัพท์มือถือ

ขณะนี้อยู่ระหว่างขออนุมัติกมายจับและออกติดตามตัวผู้ต้องหาอีก 2 รายเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

สำหรับ ยาโรเช่ เป็นยาเสพติดที่แพร่ระบาดในกลุ่มวัยรุ่น เป็นเหมือนยานอนหลับที่ออกฤทธิ์สูงกว่ายานอนหลับ 10 เท่า ออกฤทธิ์นานกว่า 60 ชั่วโมง และส่งผลเสียกับร่างกาย อาจจะถึงขั้นเสียชีวิตได้ วัยรุ่นบางกลุ่มเอามาใช้กินเพื่อให้เมา ที่น่าห่วงคือสามารถซื้อหาได้จากทางออนไลน์ในราคาเม็ดละไม่กี่สิบบาท