โจรย่องเข้าบ้าน 2 หลัง ไขตู้กวาดเงินทองมูลค่านับล้านสบายๆ มั่นใจฝีมือคนใกล้ตัว

โจรย่องเข้าบ้าน 2 หลัง ไขตู้กวาดเงินทองมูลค่านับล้านสบายๆ มั่นใจฝีมือคนใกล้ตัว
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

(16 ม.ค.63) ที่ จ.สุพรรณบุรี นายใหญ่ อายุ 55 ปี นางวนิดา อายุ 55 ปี สองสามีภรรยา และ น.ส.มุนี อายุ 45 ปี เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ต.อำนาจ อินทร์พันธ์คำ สารวัตรสอบสวน สภ.อู่ทอง ว่ามีคนร้ายไม่ทราบจำนวนเข้าไปก่อเหตุขโมยทรัพย์สินเป็นทองรูปพรรณ กว่า 30 บาทเครื่องประดับแหวนเพชร ต่างหูเพชรเข็มขัดนาคและเงินสดอีกกว่า 200,000 บาทรวมมูลค่ากว่า 1,000,000 บาท

นายใหญ่ อายุ 55 ปี นางวนิดา อายุ 55 ปี สองสามีภรรยา เล่าว่า ประกอบอาชีพทำนาและเลี้ยงโคขุนจำนวน 60 ตัวและวัวไล่ทุ่งอีกเกือบ 200 ตัว ทำให้พอมีเงินเหลือเก็บและซื้อทองรูปพรรณพร้อมเครื่องประดับไว้เป็นมรดกให้ลูกหลาน โดยเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้าในห้องพระ นอกจากนี้ยังรับฝากทองรูปพรรณของญาติไว้อีกจำนวน 17 บาท ที่ผ่านมาไม่เคยมีเหตุร้ายเกิดขึ้นในหมู่บ้านนี้ ซึ่งมีแต่บ้านญาติพี่น้องปลูกอยู่ติดกัน

กระทั่งเมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดขึ้นเนื่องจากมีคนร้ายอาศัยช่วงที่วัดยางยี่แส ซึ่งอยู่ใกล้บ้านมีงานประจำปีมีรำวงย้อนยุคของนักร้องชื่อดังมาทำการแสดง จึงไม่มีคนอยู่บ้าน ภรรยาและลูกชายไปเที่ยวงานวัด ส่วนตนไปนอนเฝ้าวัว กระทั่งได้รับแจ้งจากภรรยาว่ามีคนร้ายเข้ามาขโมยเงินสดและทองรูปพรรณไปเกลี้ยงจึงรีบกลับมาดูก็แทบเป็นลม

ทางด้าน น.ส.มุนี อายุ 45 ปี ซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 80 เมตรและถูกคนร้ายเข้าไปขโมยเงินสดจำนวน 10,000 บาท ทองรูปพรรณ น้ำหนัก 7 บาท แหวนทอง 2 วง พระเลี่ยมทอง 3 องค์ เล่าว่าตนมีอาชีพรับจ้าง เก็บเงินค่าแรงสะสมไว้ซื้อทองรูปพรรณมาไว้ในห้องนอน กระทั่งคืนวันที่ 9 ม.ค.ซึ่งเป็นคืนเดียวกันกับที่บ้านนายใหญ่ถูกก่อเหตุ ตนพร้อมภรรยานายใหญ่ ลูกชายนายใหญ่และญาติๆ อีกหลายคนได้ไปเที่ยวงานวัด กระทั่งกลับจากวัดได้มีญาติซึ่งอยู่บ้านติดกันมาบอกว่ามีชายต้องสงสัยวิ่งออกมาจากบ้าน สงสัยจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นจึงรีบเข้าบ้านไปตรวจสอบพบทองรูปพรรณและเงินสดที่เก็บไว้ในตู้เสื้อผ้าหายไป โดยคนร้ายที่ก่อเหตุไม่ได้งัดประตูตู้แต่กลับใช้กุญแจไขเปิดตู้เข้าไปเอาทรัพย์สินเหมือนเป็นเจ้าของบ้าน

ต่อมา พ.ต.อ.ปราโมทย์ โพธิ์พันธุ์ ผกก.สภ.อู่ทอง ได้สั่งการให้ พ.ต.ต.เฉลิมชัย พฤกษภาพร สว.สส.นำกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบหาหลักฐานของคนร้ายที่บ้านเกิดเหตุทั้งสองหลังเพิ่มเติมพบว่าบ้านของนายใหญ่ นั้นเป็นบ้านไม้ขนาดใหญ่ยกพื้นสูง ส่วนบ้านของ น.ส.มุนี นั้นเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ซึ่งจากการตรวจสอบทั้งสองหลังพบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุรู้ว่ากุญแจบ้านซ่อนอยู่ตรงจุดไหนบ้าง จึงใช้กุญแจไขเปิดประตูเข้าไปขโมยทรัพย์สินได้อย่างสบาย

ในเบื้องต้นได้ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจเก็บลายนิ้วมือแฝงและดีเอ็นเอ ของคนร้ายไว้เป็นหลักฐานพร้อมกับเชิญตัวผู้ต้องสงสัยที่เป็นญาติกัน ไปพิมพ์ลายนิ้วมือและสอบปากคำเพิ่มเติมไว้เป็นหลักฐานในการติดจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป