ทหารเกณฑ์ตายในค่าย! ส.ส.อนาคตใหม่ สุดแคลงใจ ถามรัฐมนตรีช่วยกลาโหมกลางสภาฯ

ทหารเกณฑ์ตายในค่าย! ส.ส.อนาคตใหม่ สุดแคลงใจ ถามรัฐมนตรีช่วยกลาโหมกลางสภาฯ
S! News (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

เมื่อไม่นานมานี้ มีการรายงานว่าทหารเกณฑ์คนหนึ่งเสียชีวิตในค่ายทหารแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี ขณะที่เพื่อนทหารคนหนึ่งโพสต์ว่า ผู้เสียชีวิตจากโลกนี้ไปเพราะมีการใช้ความรุนแรงในค่ายทหาร แม้กรณีนี้ไม่ใช่รายแรก แต่ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่สร้างความสงสัยและความโกรธแค้นให้กับคนในสังคมว่า เกิดอะไรขึ้นภายในรั้วลวดหนามค่ายทหาร

เหตุนี้ทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ตั้งกระทู้ถามสดกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล เมื่อวานนี้ (15 ม.ค.) เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว แต่คำตอบที่ออกมานั้นยิ่งสร้างความสงสัยมากขึ้นกว่าเดิม

ร่างกายไม่สมบูรณ์ ทำไมไม่จำหน่ายออก

นายวิโรจน์ ถามคำถามแรกต่อ พล.อ.ชัยชาญ ว่า ผู้บังคับการกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 29 พูดเองว่า พลทหารชัยชนะ ทาสี ที่เสียชีวิต เป็นเพราะป่วยอยู่แล้วตั้งแต่แรก จึงสงสัยว่าก่อนการรับเข้ามาเป็นทหารเกณฑ์ ทำไมถึงไม่ตรวจสอบให้ดี

พล.อ.ชัยชาญ ตอบคำถามนี้ว่า วันที่คัดเลือกทหารเกณฑ์นั้น มีแพทย์อยู่ในสถานที่คัดเลือกด้วย ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือร่างกายไม่สมบูรณ์แจ้งให้กับแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ในสถานที่คัดเลือกได้ แต่กรณีนี้ผู้เสียชีวิตอาจไม่รู้ว่าตัวเองป่วย จึงไม่ได้แจ้ง ไม่ใช่แค่นั้นเมื่อเข้าไปในค่ายทหารแล้ว ก็จะมีการตรวจร่างกายอีกครั้งก่อนฝึก

"เมื่อเข้ามาแล้วนะครับ ต้องเรียนว่าในความเป็นจริงนั้น บางครั้งผู้ที่ตรวจเลือกนั้นไม่ได้ทราบว่าตัวเองมีโรคประจำตัวอย่างไร หรือบางครั้งก็ไม่ได้รับการตรวจโรคมาก่อน หรือบางครั้งผู้เข้ารับการตรวจเลือกก็มีโรคประจำตัวอยู่บ้างนะครับ แต่ก็ไม่ได้บอกแพทย์ อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้ามาแล้ว เมื่อเข้ามาหน่วยฝึกเนี่ย ก็จะมีการตรวจคัดกรองอีกครั้งหนึ่ง

พลทหารชัยชนะก็ได้รับการตรวจในวันที่ 17 พ.ย. อีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ท่านพลทหารคนนั้นมาก็ป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ แล้วก็วันที่ 17 ก็ได้มีการตรวจอีกครั้งหนึ่ง ตรวจทุกคนนะครับ กำลังพลที่เข้ามา แพทย์ก็ลงความเห็นว่า ก็สามารถที่จะทำการฝึกได้ อย่างไรก็ตามจากการสังเกตอาการแล้ว ครูฝึกหรือหน่วยฝึกต่างๆ นั้น ก็เห็นว่า การที่จะฝึกอย่างตรากตรำก็คงจะ ก็อาจจะทำให้ร่างกายนั้นผิดปกตินั่นเอง ก็เลยมีการให้ติดตามการฝึก คือให้ดูการฝึกไปด้วยนะครับ ดูเหตุการณ์การฝึกไปด้วย อันนี้ขั้นตอนการคัดเลือกเข้ามาที่ผมเรียนแล้วว่า ก็มีกระบวนการขั้นตอนการฝึก มีขั้นตอนคัดเลือกตั้งแต่เริ่มเข้ามาในการตรวจเลือก และเมื่อเข้ามาในหน่วยแล้วก็มีการตรวจเลือกอีกครั้งก่อนที่จะทำการฝึก ขออนุญาตเรียนขั้นตอนอย่างนี้ครับ" พล.อ.ชัยชาญ ตอบ

สงสัยแจ้งญาติก่อนชันสูตรหรือไม่

ส.ส. พรรคอนาคตใหม่รายนี้ ถามอีกว่า หลังจากพลทหารชัยชนะเสียชีวิต และมีการนำไปชันสูตร มีการแจ้งญาติให้ทราบก่อนชันสูตรหรือไม่ เพราะถ้าหากแจ้งแล้ว ทำไมญาติซึ่งก็คือ แม่และป้า ถึงติดใจต่อการเสียชีวิต ไม่ใช่แค่นั้น ยังมีการรายงานอีกว่า เมื่อญาติจะนำร่างของผู้เสียชีวิตมาดำเนินพิธีทางศาสนา กลับไม่ยอมส่งร่างให้ และยังบังคับให้แถลงข่าวแก้ว่าไม่ติดใจต่อการเสียชีวิต เรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ตอบว่า พลทหารชัยชนะอาศัยอยู่กับพี่สาวและพี่เขย จึงทำให้หน่วยทหารอาจไม่ได้แจ้งแม่และป้า ส่งผลให้แม่และป้าติดใจในตอนแรก แต่หลังจากทราบเรื่องแล้ว จึงเปลี่ยนใจอย่างที่มีรายงานข่าวออกไป ทั้งยังย้ำว่า ทุกขั้นตอนมีการแจ้งและประสานให้ญาติทราบตลอดเวลา ส่วนการชันสูตรนั้นก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของญาติทั้งสิ้น

ย้ำดูแลทหารเกณฑ์เหมือนน้องชายคนเล็ก

พล.อ.ชัยชาญ กล่าวว่า กองทัพดูแลทหารเกณฑ์เหมือนน้องชายคนเล็กในครอบครัวจริงๆ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น หน่วยก็ตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวน และถ้าหากพบว่ามีความผิดก็จะต้องดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญา

"ก่อนแรก ผมขออนุญาตเรียนว่า ในนโยบายที่ว่า เราต้องดูแลน้องคนเล็กนั้น เราให้ปฏิบัติอย่างจริงๆ และเราดำเนินการเช่นนั้นนะครับ ที่ผมเรียนตั้งแต่ต้นว่าเราให้ความสำคัญกับทหารกองประจำการที่เข้ามารับราชการในกองทัพเป็นอย่างยิ่ง ดูแลสวัสดิการ ดูแลความเป็นอยู่ ดูแลในเรื่องของการรักษาพยาบาล

กรณีที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น ในกรณีที่มีการเสียชีวิต ทุกคดีหรือทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น มีการตั้งกรรมการสอบสวน เมื่อคราวที่แล้วผมได้กราบเรียนที่นี่ทีแล้วว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นมีการลงโทษทั้งวินัยและอาญา ถ้ามีความผิดต้องถูกลงโทษคดี มีการปลดถอดยศตามกระบวนการของกฎหมาย"

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ไม่ได้ตอบคำถามว่า จะเปิดให้ชันสูตรซ้ำเพื่อหาข้อเท็จจริงหรือไม่ เพียงแต่ตอบว่าทุกอย่างเป็นไปตามความต้องการของญาติผู้เสียชีวิต