"ฟ้าใส" เปิดใจ ชีวิตหลังประกวด เคยถูกด่าจนเสียเซลฟ์ จากนี้ขอแคร์แค่คนที่รู้จักเราจริงๆ

"ฟ้าใส" เปิดใจ ชีวิตหลังประกวด เคยถูกด่าจนเสียเซลฟ์ จากนี้ขอแคร์แค่คนที่รู้จักเราจริงๆ

ถึงแม้การประกวดมิสยูนิเวิร์สจะจบลงไปแล้ว แต่ก็ยังมีกระแสดราม่าต่างๆ ตามมาให้แอบปวดหัวอยู่ไม่น้อย สำหรับนางงามสาว ฟ้าใส-ปวีณสุดา ดรูอิ้น ที่ล่าสุดก็เพิ่งจะมีดราม่าจากทีมงานที่ทำชุดให้ในวันประกวดพูดพาดพิงถึงในทางที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ จนแฟนๆ นางงามต้องออกมาปกป้องอย่าให้ไปสนใจคำพูดลอยๆ

ล่าสุด ฟ้าใส ปวีณสุดา ได้ออกมาเปิดใจถึงชีวิตหลังจากผ่านกองประกวดให้กับสื่อมวลชนได้ฟัง พร้อมบอกไม่ค่อยได้ติดตามดราม่าต่างๆ เท่าไหร่ เพราะก่อนหน้านี้แรกๆ เคยเสียเซลฟ์หนักมาก ซึ่งพอตั้งหลักได้ก็คิดว่าคงแคร์เฉพาะคนที่รู้จักจะสบายใจกว่า

ตอนนี้ชีวิตเป็นยังไงบ้าง ?
"ก็มีเปลี่ยนแปลงไปเหมือนกันนะคะ แต่ว่าตอนนี้ก็รู้สึกว่าเหมือนได้ทำฝันเต็มที่แล้วค่ะ แล้วก็ดีใจที่คนไทยก็เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของเจอร์นีย์ของฟ้าใสด้วย แล้วก็ดีใจที่ทำให้ทุกคนภูมิใจในตัวฟ้าใสค่ะ (ยิ้ม)"

งานเป็นอย่างไรบ้าง ?
"ตอนนี้งานเข้ามาเรื่อยๆ ค่ะ มีออกอีเวนต์แล้วก็มีแคสติ้งบ้าง ก็อยากจะฝากติดตามผลงานเร็วๆ นี้ด้วยค่ะ ตอนนี้ขออุบเอาไว้ก่อนค่ะ แล้วเดี๋ยวพอทุกอย่างคอนเฟิร์มแล้วก็ออกมาจริงๆ แล้ว เดี๋ยวจะโพสต์ ก็มีหลากหลายแนวค่ะ"

เราอยากทำอะไรเป็นพิเศษไหม ?
"จริงๆ ถ้าเกิดมีโอกาสก็อยากทำหลากหลายอาชีพนะคะ ไม่ว่าจะเป็นด้านวงการบันเทิงหรือว่าจะเป็นด้านของการเป็นครู ในที่นี้ก็เป็นคนติวเรื่อง Q&A หรือมิตรภาพ หรือการพรีเซนต์ตัวเอง"

หลายคนคิดถึง เพราะเราไม่ค่อยออกสื่อเลย ?
"ใช่ ส่วนใหญ่จะเป็นงานแบบไพรเวทมากกว่าค่ะ เป็นงานปิด แฟนคลับก็จะติดตามค่อนข้างยาก แต่ว่าเวลาที่มีงานเปิด ฟ้าใสก็จะโพสต์"

คนก็ตีความว่านางงามรุ่นพี่กลับมาออกงานอีเวนต์นับไม่ถ้วน แต่เราไม่ออกเลย ทำไมเงียบจัง ?
"ส่วนหนึ่งมันมีช่วงที่พักตาด้วยค่ะ ที่ถอดคอนแท็กเลนส์ไม่ได้ จริงๆ มันเป็นตั้งแต่ตอนมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์แล้ว พอไปประกวดที่แอตแลนตามันก็เป็นเหมือนกัน กลับมาก็เลยพักเต็มที่ก่อนที่จะลุยงานต่อไป"

กลัวเสียโอกาสไหม กลับมาไม่ได้ทำงานเลย กระแสจะแผ่วไป ?
"ไม่ หนูก็ไม่ได้มองว่าหนูจะอยู่ในกระแสแค่แบบช่วงนั้นช่วงเดียว แต่หนูเชื่อว่าแฟนคลับของหนูน่ารักมากๆ เขาจะติดตามผลงานของหนู ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนหรือว่าเมื่อไหร่ค่ะ (ยิ้ม)"

เรามองเรื่องชีวิตวงการบันเทิงไว้อย่างไรบ้าง ?
"จะบอกว่าชีวิตในวงการบันเทิง มีโอกาสเข้ามามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านการถ่ายนิตยสาร เดินแบบทั้งในและนอกประเทศ ละครก็มีติดต่อเข้ามาค่ะ ตามไปแคสติ้ง หรือว่าโฆษณาต่างๆ คือโอกาสมันเพิ่มเข้ามาเยอะอยู่แล้ว เราก็ดีใจมากๆ"

เราซีเรียสไหมกับการที่คนเอาเราไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ?
"ไม่ซีเรียสค่ะ เพราะว่าการอยู่ในวงการแบบนี้ ไม่ว่าจะอยู่ในอาชีพอะไรก็จะมีการเปรียบเทียบอยู่แล้ว"

คนมองว่ากระแสนางงาม มาเร็วไปเร็ว เรามองว่าอย่างไรบ้าง ?
"จริงๆ ก็เข้าใจ เพราะความเป็นนางงาม คือมันจะมีแค่ช่วงอายุเวลา 1 ปี ในการที่เราดำรงตำแหน่ง แต่ว่ามีคนบอกไว้ว่าตำแหน่งจะอยู่กับเราไม่นาน แต่ตำนานจะอยู่กับเราตลอดไปค่ะ (ยิ้ม)"

เราต้องวางแผนยังไงบ้างกับชีวิตของเราในวงการบันเทิง ?
"ก็มองว่าเราสามารถทำหน้าที่การเป็นนางงามได้แค่ 1 ปี แต่นอกเหนือจากนี้ คือเราก็มีโอกาสไปในวงการบันเทิง หรือว่าวงการอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นทางหน้าจอหรือเบื้องหลังได้เพียบค่ะ ก็ต้องไปในด้านอื่นบ้าง"

เราก็สนใจงานในวงการบันเทิงใช่ไหม ?
"ก็ด้วยค่ะ แต่ว่าก็สนใจอยากเป็นเบื้องหลังด้วย แบบเวลาที่เทรนรุ่นน้องต่อไป ก็สนใจด้านนี้เหมือนกัน"

ช่วงปีนี้เรายังต้องทำอะไรกับกองประกวดอีกไหม ?
"ก็คิดว่าน่าจะมีนะคะ แต่ว่าจริงๆก็มีรุ่นน้องที่ตั้งใจจะมาประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 ที่มีติดต่อเข้ามา ว่าอยากจะให้ช่วยสอนเรื่องการตอบคำถามได้ไหม อะไรแบบนี้ ก็มีติดต่อเข้ามาบ้างค่ะ"

ถ้ามีงานเข้ามา ต้องผ่านกองประกวดก่อนไหม ?
"ในด้านของเบื้องหน้าก็ต้องติดต่อผ่านกองก่อนค่ะ แต่ถ้าเกิดเบื้องหลังก็คืออย่างเช่นการเป็นครู ก็สามารถติดต่อโดยตรงได้เลยค่ะ"

ที่บอกว่าอยากเทรนน้องๆ เราได้คุยกับพี่ลูกเกดไว้อย่างไรบ้าง ?
"อ๋อ ไม่ คือพี่เกดจะเทรนระหว่างที่เก็บตัว แต่นี่คือรุ่นน้องที่แบบอยากจะมาออดิชั่น อยากจะมาประกวด แล้วก็ไม่มั่นใจในเรื่องของการตอบคำถาม อยากจะให้มีคนช่วยเทรน เขาก็ติดต่อโดยตรงมา ว่าเนี่ยหนูอยากจะพัฒนาด้านนี้ แล้วก็ด้านอื่นๆ ในการพรีเซนต์ตัวเอง ก็เลยติดต่อโดยตรงมา ว่าฟ้าใสมีอะไรแนะนำหรือว่าสามารถสอนได้ไหม เป็นโค้ชก็ได้"

 ฟ้าใส สาวสวยที่มองข้ามทุกดราม่า

เราเป็นติวเตอร์เหรอ ?
"ใช่ค่ะ หนเป็นแบบเมนเทอร์ แต่เป็นคนละแบบกับพี่ลูกเกดค่ะ ของพี่เขาจะเป็นแบบเจาะลึก สำหรับคนที่เข้ารอบเรียบร้อยแล้ว แต่ของหนู สิ่งที่หนูจะสอน มันสามารถเอาไปใช้ในชีวิตประจำวัน หรือว่าในการเป็นนางงามต่อไปก็ได้ค่ะ"

มีเข้ามาติดต่อเยอะไหม ?
"ก็มีเข้ามาเรื่อยๆ ค่ะ ตอนนี้ก็กำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะเปิดเป็นคอร์สจะดีไหม แต่ว่าเดี๋ยวต้องดูอีกทีค่ะ"

เมื่อช่วงสิ้นปีมีดราม่าเกิดขึ้น ได้เห็นแท็กตัวเองไหม ?
"หนูเห็นแท็ก แต่ไม่เข้าใจว่ามันเป็นเรื่องอะไร (หัวเราะ)"

มีทีมงานที่ทำชุดให้เรา พูดพาดพิงถึงเรา ?
"อ๋อ เรื่องนี้หนูยังไม่ทราบเลยค่ะ ยังไม่ได้คุยด้านดราม่าเทาไหร่ อันนี้คือหลังจากประกวดเสร็จใช่ไหมคะ ก่อนที่ประกวดมีโอกาสได้พูดคุยกับทุกคน ทุกคนเขาก็เข้ามาช่วยในการเตรียมตัวไปมิสยูนิเวิร์ส แต่พอหลังจากประกวดทุกคนก็แยกไปพักผ่อนเต็มที่"

หลายคนพุ่งเป้าไปที่ พี่โจ้ Surfac ?
"เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ"

มีปัญหากันอยู่หรือเปล่า เพราะอีกฝ่ายเหมือนมีการโพสต์ถึง จนแฟนนางงามต้องออกมาปกป้องเรา อย่าไปสนใจคำพูดใคร ?
"อ๋อ แต่เท่าที่อ่านๆ ยังไม่ได้มีคำพูดที่ชัดเจนเกี่ยวกับหนู หนูก็เลยไม่ได้เข้าไปอ่านรายละเอียดมากค่ะ"

แล้วความสัมพันธ์กับ พี่โจ้ Surfac เป็นยังไงบ้างตอนนี้ ?
"ก็โอเคนะคะ พี่เขาก็ช่วยในการทำเรื่องชุดราตรีที่ไปประกวดรอบไฟนอลให้ด้วยค่ะ"

พอประกวดเสร็จได้กลับมาเจอหรือพูดคุยอะไรกับพี่เขาไหม ?
"ยังไม่มีโอกาสได้เจอกัน เหมือนพี่โจ้เขาก็พักผ่อนด้วย ติดช่วงปีใหม่ด้วย และได้ข่าวว่าช่วงนี้พี่เขาก็มีการเตรียมตัวสำหรับปี 2020 ด้วยค่ะ เพราะอยากจะให้มง 3 มาแน่ สำหรับคนต่อไป"

การประกวดจบไปแล้ว แต่ยังคงมีคนพูดถึงเราทั้งทางด้านที่ดีและไม่ดี รู้สึกยังไงบ้าง ?
"หนูมองว่าไม่ว่าจะพูดดีหรือไม่ดี ก็เป็นกระแสในระดับหนึ่งนะคะ แต่ก็ดีใจที่ทุกคนยังคิดถึงและยังพูดถึงฟ้าใสอยู่ ต้องขอบคุณทุกคนที่คอยติดตาม ถึงแม้ว่าการประกวดจะจบลงไปแล้วแต่ก็ยังคงคอยสนับสนุนและคอยดูผลงานอยู่"

ดราม่าต่างๆ ที่เข้ามา มันทำให้เราเครียดไหม ?
"ช่วงนี้ก็ไม่ได้สังเกตว่ามีดราม่า คือหนูคิดว่าดราม่าต่างๆ จะมาช่วงที่ไปประกวดนะคะ ถ้าในช่วงที่เรากำลังประกวดอยู่หนูจะไม่เข้าไปดูเรื่องกระแสหรือดราม่าอะไร เพราะช่วงที่เราประกวดสิ่งที่ต้องการมากที่สุดคือการซัพพอร์ต การสนับสนุน และพลังงานที่บวก ซึ่งเราจะได้จากกลุ่มที่อยู่ใกล้ๆ เรา และกลุ่มที่ติดตามและรู้จักเราจริงๆ ส่วนใหญ่หนูก็จะดูกลุ่มนี้เวลาที่ไปประกวด แต่หลังจากผ่านการประกวดไปแล้ว หนูได้อ่านมันรู้สึกว่า มันก็ดูตลกบ้าง เพราะบางทีคนที่บอกว่าเป็นวงในก็ไม่ใช่วงในจริงๆ เพราะคนที่เป็นวงในจริงๆ ก็จะมีแค่เรากับเขาที่รู้จริงว่าเรื่องนี้เกิดอะไรขึ้น แต่พอได้อ่านแล้วมันก็บันเทิงดีนะคะ (หัวเราะ)"

แสดงว่าทุกวันนี้เรามีภูมิคุ้มกันแล้ว ?
"โอ้โห หนูประกวดมาหลายปีแล้วค่ะ"

เรียกว่าชินได้ไหม ?
"หนูว่าครั้งแรกมันจะเจ็บสุดนะพี่ แต่พอนานๆ เข้าความเจ็บมันก็จะลดน้อยลง แต่ถ้าถามว่าชินไปทีเดียวแบบไม่รู้สึกอะไรเลยไหม หนูคิดว่าไม่มีใครที่พออ่านข่าวแล้วมันจะไม่รู้สึกอะไร"

ที่บอกว่าครั้งแรกเจ็บสุด มันถึงขั้นมีน้ำตาไหม ?
"โห หนูถึงขั้นเสียเซลฟ์ไปเลย ทำไมเขาว่าหนูแบบนี้อ่ะ ก่อนหน้านี้หนูไม่เคยคิดว่าหนูเป็นแบบนี้เลย มันก็เป็นเรื่องรูปร่างหน้าตาหรือหุ่นอะไรแบบนี้ ครั้งแรกในที่นี้หมายถึงครั้งแรกที่ว่าเรา แต่การว่าเรามันจะมีหลากหลายแบบ ที่เจ็บสุดมันไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เราเสียเซลฟ์นะ แต่สิ่งที่เจ็บสุดคือสิ่งที่เขาพูดแล้วมันไม่ได้เป็นความจริง แต่คนอื่นเชื่อโดยที่ไม่ได้มาถามเรา ไม่ว่าเราจะพูดอะไรออกไป เขาจะเชื่อสิ่งแรกที่เป็นเรื่องเท็จไปแล้ว เขาจะคิดว่าเราก็แค่แก้ตัวแค่นั้น เลยทำให้รู้สึกว่าทำไมคุณไม่ให้โอกาสเราออกมาพูดความจริง ทำไมคุณฟังความข้างเดียว"

ตอนนี้เลยชินและแข็งแรงไปแล้ว ?
"มันก็มีกำแพงที่ตั้งไว้เพื่อปกป้องหัวใจมากขึ้น และเราก็เริ่มรู้สึกว่าเราควรจะแคร์คนที่รู้จักเราจริงๆ มากกว่าคนที่ไม่ได้รู้จักเราแล้วพูดอะไรก็ได้ ตอนนี้ก็แข็งแรงขึ้นค่ะ แต่ก็อยากให้ก่อนที่จะพูดอะไรให้ใช้สตินิดหนึ่ง อยากให้ฟังความทั้งสองข้างมากกว่าค่ะ"

>>กรี๊ดกระหึ่ม "ฟ้าใส ปวีณสุดา" กลับถึงไทย เปิดใจหากย้อนฟังคำตอบหนูทำดีที่สุดแล้ว