"อ๊อฟ ชนะพล" เตรียมเจรจาสู่ขอ "ลูกพีช" ลั่นพร้อมมากกับการแต่งงาน

"อ๊อฟ ชนะพล" เตรียมเจรจาสู่ขอ "ลูกพีช" ลั่นพร้อมมากกับการแต่งงาน

เป็นคู่ที่รักกำลังสุกงอมมาก สำหรับคู่ชองนักแสดงหนุ่ม อ๊อฟ-ชนะพล สัตยา ที่คบหาดูใจกับแฟนสาว ลูกพีช ศศิยา มาเป็นเวลา 9 ปี และล่าสุดได้ข่าวว่าหนุ่มอ๊อฟเตรียมให้แม่เข้าไปพูดคุยเจรจากับทางครอบครัวของฝ่ายหญิงเรื่องการแต่งงาน และเมื่อได้เจอหนุ่มอ๊อฟในพิธีบวงสรวงละครเรื่อง ทางเสือผ่าน ที่ช่อง 7 หมอชิต เลยต้องถามเจ้าตัวถึงเรื่องนี้ว่ามีความคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว

อัพเดทแพลนแต่งงานหน่อย?

“ก็มีแพลนกับแม่ผมว่าจะเข้าไปคุยกับทางครอบครัวน้องเขา เป็นการเจรจาเบื้องต้นว่าเราอยากจะยังไง จะพร้อมกันเมื่อไหร่ แต่ส่วนตัวผมเอง เราเป็นผู้ชายเราพร้อมมากอยู่แล้ว ซึ่งเราบอกแม่ว่าไม่ในปีนี้ก็ปีหน้าเดี๋ยวเราต้องเข้าไปคุย เป็นการแสดงความเป็นผู้ชายในการแสดงความรักให้กับครอบครัวเขาครับ ซึ่งผมคุยกับคุณแม่ผมแล้ว ทางคุณแม่บอกว่าถ้าเราพร้อมปีนี้ก็เดี๋ยวจะไปคุย ผมเองได้คุยกับน้องเขาไว้แล้วให้บอกทางครอบครัวเขาว่าเดี๋ยวเราจะเข้าไปคุย ตอนนี้ไม่มีอะไรติดขัด รอแค่เวลา ว่าฤกษ์ยามทางผู้ใหญ่เขาอยากให้เป็นช่วงไหน ตอนนี้เราได้แสดงความรับผิดชอบให้เขามั่นใจมากขึ้นแล้ว”

ความพร้อมทางแฟนเราเขาพร้อมแค่ไหน?
“ผมว่าผู้หญิงเขาคงไม่คุยเรื่องนี้หรอก น้อยคนนะที่จะพูดว่าอยากจะแต่งงานแล้วนะ แต่ผมว่าวันนึงที่เราเอ่ยปากขอเขา หรือ อยากจะให้ผู้ใหญ่เข้าไปคุย ถึงเวลาตรงนั้นผมว่าเขาก็ดีใจแล้ว ผมว่าคู่เราก็ได้ความมั่นใจกันหลายๆ อย่างแล้ว เราคบกันมาปีนี้ปีที่ 9 แล้ว และกว่าจะถึงวันแต่งงานก็คงเป็นปีที่ 10 หรือ 11 มันน่าจะศึกษากันมาพอสมควรแล้ว ทุกวันนี้การใช้ชีวิตก็มุ่งที่การทำงาน เพราะเราถือว่าความเข้าใจเราโอเคแล้ว เราน่าจะโฟกัสงานของแต่ละคนให้โอเคที่สุด เพราะเขาเพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มทำงาน เขาอาจจะอยากใช้ชีวิตการทำงานแบบสาวออฟฟิศของเขาก่อน เพราะที่ผ่านมาเขาก็เรียนและทำธุรกิจของเขา อาจจะไม่ได้มีประสบการณ์การทำงานออฟฟิศ แต่ในเรื่องการเข้าไปเจรจาพูดคุยของครอบครัวนั้นมีแน่นอนครับ”

วางแผนการใช้ชีวิตคู่ยังไงบ้าง?
“ก็ต้องเป็นการที่ทั้งคู่ยังคงต้องทำงานของตัวเองกันอยู่แล้ว เราก็ต้องดูแลครอบครัวของเราด้วย การใช้ชีวิตครอบครัวมันไม่ใช่เรื่องง่ายนะ เป็นจุดเริ่มต้นของคนสองคน ซึ่งเราต้องมาแชร์ให้อยู่ตรงกลางให้ได้ ดังนั้นเราต้องมาคุยกันให้เข้าใจก่อน ให้จริงจัง ตอนนี้เราก็คุยกันนะแต่ยังไม่ 100เปอร์เซ็นต์”

เวลาการทำงานของเราจะมีผลต่อชีวิตครอบครัวไหม?
“ผมว่าเรื่องงานเราต้องคุยกันอยู่แล้ว เราห่วงแค่ว่าพอเรามาใช้ชีวิตคู่จริงๆ เราจะมองเรื่องไหนเป็นหลักมากกว่า เช่น เรื่องลูก มันค่อนข้างต้องวางแผน เราก็ต้องดูกันว่าตรงกลางอยู่ตรงไหน”

 อ๊อฟ-ลูกพีช

เราอยากมีลูกเลยไหม?
“สำหรับผม ผมพร้อมเลย อยากมีลูกแล้ว เพราะคนแวดล้อมผม เพื่อนๆ ต่างๆ ก็มีกันหมดแล้ว เราก็เห็นความน่ารักแล้วอยากจะมีบ้าง ผมพร้อมตั้งแต่ผมเอ่ยปากบอกคุณพ่อคุณแม่แล้วว่าต้องหาเวลาไปเจรจา ซึ่งทางครอบครัวผมเขาตามใจผมเลย”

แฟนเราล่ะ อยากมีลูกเลยไหม?
“ผมว่าเขาอาจยะอยากทำงานก่อน เพราะการมีลูกต้องเบรกงานก่อน เพราะขาคงไม่อยากให้ลูกมาอยู่ระหว่างการทำงานเหนื่อยๆ ของเขา”

แล้วเราจะว่ายังไง ในเมื่อเราอยากมีเลย?
“ก็อาจจะต้องคุยให้ชัดเจนว่ากี่ปีแล้วจะมี เรายะได้ตั้งเป้าหมายกันทั้งคู่ แต่ถ้าถามผม ผมอยากมีเลยเพราะพร้อมแล้ว”

ถ้าเขาแต่งงานมีลูกแล้วเราอยากให้เขามาเลี้ยงลูกอย่างเดียวเลยไหม?
“จริงๆ ผมตามใจเขา เพราะเขาเป็นคนอุ้มท้อง เขาต้องดูแลตั้งแต่เริ่มของเขาอยู่แล้ว ผมต้องตามใจเขา เพราะคำว่าแม่เขาต้องเตรียมพร้อมที่สุดตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนลูกโต เราได้แค่ซัพพอร์ตครับ”

คิดว่าอยากจะให้เขามาเป็นแม่ศรีเรือนเต็มตัวเลย?
“ผมว่าเอาตามยุคตามสมัยดีกว่า พูดตรงๆ สมัยนี้บางคนมีลูกก่อนก็ไม่ได้เป็นอุปสรรค เอาจริงๆ สมัยนี้คนที่ทำงานหนักมีลูกยาก เคี้ยวเข็นกันกันกว่าจะมี มีหลายคนพูดกับผมว่ามันยาก อย่ามั่นใจว่าจะมีง่าย เขาเคยคิดแบบเรามาแล้ว ทุกวันนี้ยังไม่มีเลย ให้มั่นใจว่าถ้าพร้อมก็มีเลยดีกว่า”

แล้วเรามั่นใจไหม?
“(หัวเราะ) ผมก็พูดกับเขาตลอดว่าเชื้อผมดี ผมยังไงก็ได้ แต่มีรุ่นพี่ผมที่ก็พูดแบบนี้ จนทุกวันนี้ยังไม่มีเลย เพราะเขาทำงานหนัก เรื่องแบบนี้ต้องพร้อมทั้งสองฝ่าย คนที่พูดกับผมคือ พี่ธัญญ์ ธนากร นี่แหละ ผู้ชายคุยเล่นกัน เรื่องนี้มันเป็นปัญหาจริงๆ อย่างพี่เขต ฐานทัพ กว่าเขาจะมีน้องจ้า เขาก็ผ่านกระบวนการทางการแพทย์มาเยอะกว่าจะมีได้ เมื่อก่อนเราอาจจะให้กำลังใจเขาว่าถ้าน้องจะมา เขาก็จะมาเอง แต่เดี๋ยวนี้คงไม่ได้ มันต้องมีการเตรียมพร้อมกัน และปรึกษาแพทย์ด้วย จะได้โอเคที่สุด ส่วนผมถามว่าจะพึ่งแพทย์เลยไหม ผมว่าผมขอลองด้วยตัวเองก่อน ถ้าพยายามแล้วยังไม่มาก็ไม่ติดที่จะต้องพึ่งแพทย์ครับ”

อยากมีกี่คน?
“2 คนครับ ชายคน หญิงคน ครับ ผมกลัวลูกเหงา”

ปรึกษาพี่ๆ เพื่อนๆ มั้ย เตรียมตัวเป็นพ่อบ้านใจกล้า?
“ส่วนมากเป็นการคุยเล่นกันมากกว่า (หัวเราะ) ไม่มีจุดยืนเลย รุ่นพี่เราที่เคยคุยไว้หนักหนา ที่ว่าใจกล้าเนี้ย ถอยทุกราย”

จะเข้าชมรมกลัวภรรยาไหม?
“ไม่!! (หัวเราะ) ผมว่าแต่ละครอบครัวมันไม่เหมือนกัน แต่เราก็ฟังที่เขาเล่าๆ กัน เผื่อเราเจอเราจะได้รับมือได้ ที่บอกว่าพ่อบ้านใจกล้าทั้งหลาย ผมเห็นรายไหนรายนั้น (หัวเราะ)”