ขนหัวลุกป่าอาถรรพ์ เมียผู้ใหญ่ถ่ายภาพติดชายไร้หัว เผยจุดนี้เคยมีคนผูกคอตาย

ขนหัวลุกป่าอาถรรพ์ เมียผู้ใหญ่ถ่ายภาพติดชายไร้หัว เผยจุดนี้เคยมีคนผูกคอตาย
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

(11 ธ.ค.62) เวลา 17.30 น. นางธนัชชา อายุ 38 ปี ชาวบ้านอ้อน ม.7 ต.บ้านอ้อน อ.งาว จ.ลำปาง ภรรยาผู้ใหญ่บ้านอ้อน ได้เปิดดูภาพชวนขนหัวลุก เมื่อถ่ายติดอะไรบางสิ่งที่หลายคนเห็น ก็ต้องบอกเป็นเสียงเดียวกัน ว่า เป็นภาพผีหัวขาดยืนอยู่ใกล้กับกองข้าวโพดและคอกวัว ภายในป่าท้ายหมู่บ้านอ้อน ขณะที่นางธนัชชา เอาวัวเป็นฝูงกว่า 10 ตัว ไปเลี้ยงกินหญ้า ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วถ่ายรูปภาพนิ่ง จำนวน 6 รูป

จากนั้น นายสุริยัน อายุ 49 ปี ผู้ใหญ่บ้านอ้อน สามีของนางธนัชชาก็ได้ส่งข้อความมาถามว่าทำอะไรอยู่ นางธนัชชาจึงได้ส่งภาพนิ่งทั้ง 6 รูป ไปให้สามีตัวเองดู ว่ากำลังเลี้ยงวัวอยู่ที่คอก แต่เมื่อนายสุริยันซูมภาพเข้าไป ก็พบเหมือนมีคนยืนอยู่บนเนินอีกฝั่งคอกเลี้ยง ซึ่งอยู่บริเวณใกล้กับกองเศษข้าวโพด โดยสวมเสื้อสีน้ำเงิน กางเกงขายาวสีดำ เอามือไขว้หลัง รูปร่างคล้ายผู้ชายและไม่มีหัว

นายสุริยัน ได้ซูมภาพดูทุกภาพ พบว่ามีเพียง 2 รูป เท่านั้น ที่ถ่ายติดสิ่งนั้นในลักษณะยืนท่าเดิม เมื่อนำไปให้คนอื่นดู หลายคนก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าผีแน่นอน โดยต่างคิดว่า อาจจะเป็นสิ่งเร้นลับ ทั้งเจ้าที่หรือคนที่เคยตายบริเวณนี้ เพราะเมื่อสิบกว่าปีก่อนก็เคยมีคนมาผูกคอตายที่บริเวณดังกล่าวมาแล้ว และป่าแห่งนี้ชาวบ้านในพื้นที่ต่างรู้ดีว่า เป็นป่าที่มีความเฮี้ยน ห้ามใครมาลบหลู่ ซึ่งในแต่ละปีก็จะมีการนำเครื่องเซ่นไหว้เป็นไก่คู่ และเหล้า รวมถึงอาหารคาวหวานอื่นๆ มาเลี้ยงตามประเพณีความเชื่อ

นางธนัชชา ได้พาผู้สื่อข่าวไปชี้จุดที่เอาวัวไปเลี้ยง และชี้จุดที่ยืนถ่ายรูปในคอกเลี้ยง โดยบอกว่า ยืนอยู่ใต้ต้นสักอีกฝั่งกับกองเศษข้าวโพด และยืนยันว่าขณะนั้นไม่มีใครยืน หรืออยู่ข้างนอกบริเวณที่สีข้าวโพดแน่นอน เพราะทุกคนต่างออกไปพัก เพื่อรอข้าวโพดล็อตใหม่เข้ามาสี เหลือไว้แต่รถไถนาที่จอดอยู่ และตนเองที่อยู่ในคอกเลี้ยงวัว สำหรับภาพที่ถูกถ่ายไว้ได้นั้น จำได้ว่าถ่ายเมื่อวันอังคารที่ 3 ธันวาคม 2562 เวลา 11.00 น. ซึ่งในวันดังกล่าวถือว่าเป็นวันพระใหญ่ ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 12

นายสุริยัน เล่าอีกว่า ป่าแห่งนี้เรียกว่า ป่าห้วยเตีย เป็นป่าที่มีความศักดิ์สิทธิ์มีเจ้าป่าเจ้าเขาคุ้มครอง ซึ่งขณะนี้ก็ใกล้ที่จะถึงประเพณีเลี้ยงและเซ่นไหว้เจ้าป่าเจ้าเขาแล้ว สิ่งที่พบเห็นนั้นตนเชื่อว่า เป็นสิ่งที่ย้ำเตือนให้ทราบว่า ใกล้ถึงเวลาที่จะทำพิธีเลี้ยงเซ่นไหว้แล้ว และตนเองเชื่อว่าที่ป่าแห่งนี้ มีสิ่งเร้นลับที่มองไม่เห็นซ่อนอยู่ เพราะครั้งนี้ไม่ใช่เป็นเหตุการณ์แรกที่ตนเองเจอ โดยก่อนหน้านี้เมื่อหลายปีก่อน เคยเจอกรณีวัวตัวใหญ่หายไป 1 ตัว ตนเองก็เดินออกตามหาบริเวณนี้แต่ไม่พบ จึงคิดว่ามีอะไรบางอย่างซ่อนวัวไว้ จึงกลับมาบ้านเพื่อกราบไหว้พระว่าตนเองรู้แล้วว่าจะถึงเวลาเลี้ยงเซ่นไหว้ ก่อนที่จะย้อนกลับไปดูอีกครั้ง ก็พบวัวนั่งอยู่ในจุดที่ตนเองเดินตามหาหลายครั้งนั่นเอง 

นอกจากนี้ สิ่งที่ตนเองพบเจอ คือ วัวถูกอะไรบางสิ่งโน้มคอวัวลงกับพื้น ไม่สามารถเดินกลับไปคอกได้ ลักษณะวัวดิ้นเหมือนถูกอะไรบางสิ่งรัดและโน้มคอวัวให้ลงกับพื้น ตนเองจึงตั้งจิตอธิษฐานขอเจ้าป่าเจ้าเขาเจ้าที่ ก่อนที่จะดึงวัวขึ้นมายืน และเดินกลับคอกได้ นับเป็นสิ่งที่เหลือเชื่อ เป็นเรื่องส่วนบุคคลที่ตนเองเจอ ส่วนชาวบ้านนั้นก็ทราบกันดีถึงความศักดิ์สิทธิ์ของป่าแห่งนี้ จึงไม่มีใครกล้าลบหลู่ หรือบุกรุก