หนุ่มรับเหมาขับปิกอัพวูบกลางทาง พุ่งชนพัลวัน-ร้านค้าพังกระจุย ดับ 2 ศพ

หนุ่มรับเหมาขับปิกอัพวูบกลางทาง พุ่งชนพัลวัน-ร้านค้าพังกระจุย ดับ 2 ศพ
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

ภาพจากกล้องวงจรปิดจับนาทีหนุ่มรับเหมา พาครอบครัวไปเที่ยว แต่เกิดวูบระหว่างทาง รถชนจักรยานยนต์ ก่อนจะพุ่งใส่ร้านน้ำมะพร้าว เสียชีวิตเศร้า 2 ศพ

(10 ธ.ค.) พ.ต.ท.ทวี ไชยสีดา สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถกระบะชนท้ายรถยนต์ปิกอัพ และพุ่งไปชนรถจักรยานยนต์ซ้ำ ก่อนไปพุ่งใส่ร้านขายมะพร้าวน้ำหอมข้างทาง บนถนนสกลนคร-อุดรธานี ขาเข้าตัวเมืองอุดรธานี ทำให้มีผู้เสียชีวิตและหมดสติ จากนั้นแพทย์เวรโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี และหน่วยกู้ชีพมูลนิธิอุดรส่งเสริมธรรม รุดไปตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิตเป็นหญิง ทราบชื่อคือ นางสายพิณ อายุ 62 ปี สภาพนอนคว่ำหน้าอยู่ข้างทาง พร้อมกับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน ที่ผู้เสียชีวิตขี่มาในสภาพพังยันเยิน อยู่ที่หน้าร้านขายมะพร้าวน้ำหอม ซึ่งอยู่ในสภาพข้าวของกระจัดกะจายพังเสียหาย เพราะถูกรถกระบะอีซูซุ สีดำ ชนติดกับเสาปูนหน้าร้าน และยังทำให้มีรถกระบะโตโยต้า สีบรอนซ์เงิน ที่จอดอยู่หน้าร้าน ได้รับความเสียหายไปด้วยอีกคัน

ส่วนคนขับรถยนต์กระบะ สีดำ คันที่เกิดเหตุ ยังติดอยู่ภายในรถ สภาพหมดสติ ต.ต.เจริญ จันทร์รักษ์ ผบ.หมู่งานจราจร สภ.เมืองอุดรธานี พร้อมกับหน่วยกู้ภัยได้ทำการปั๊มหัวใจช่วยเหลือ และจึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลวัฒนาอุดรธานี แต่ปรากฏว่าได้เสียชีวิตลงในเวลาต่อมา ทราบชื่อคือ นายวันชัย อายุ 38 ปี ขณะที่รถคันดังกล่าวมีผู้โดยสารมาด้วย 5 คน ประกอบด้วย ภรรยา ลูกชาย 2 คน แม่ภรรยา และหลานสาวอีกคน โดยมีลูกชาย 2 คนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

นายสำรอง อายุ 65 ปี และ นายอุทิศ อายุ 40 ปี สามีและลูกชายของนางสายพิน ได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ พร้อมกับร้องไห้ด้วยความเวทนาใจ โดยระบุว่า ผู้เสียชีวิตขี่รถออกมาซื้อกับข้าวที่ตลาด เพื่อเตรียมวัตถุดิบทำอาหารเย็น ขณะเกิดเหตุน่าจะกำลังขี่รถกลับเข้าบ้าน แต่มาประสบเหตุในอุบัติเหตุดังกล่าวเสียก่อน

นอกจากนี้ ช่วงก่อนเกิดเหตุ ตนนั่งเล่นอยู่หอพักที่ตนดูแลอยู่ เกิดลางสังหรณ์บางอย่างที่ไม่ค่อยดี เพราะได้กลิ่นคล้ายธูปและบรรยากาศคล้ายๆ กับอยู่ในงานศพ ซึ่งในตอนนั้นยังรู้สึกเอะใจเหมือนกัน ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับแม่ของตน กระทั่งได้รับแจ้งว่าเกิดเรื่องขึ้นกับแม่

ขณะที่ น.ส.ดวงดาว อายุ 32 ปี ภรรยาของชายคนขับรถกระบะคันสีดำคันที่เกิดเหตุ ให้การว่า สามีทำงานรับเหมาเจาะน้ำบาดาล โดยก่อนเกิดเหตุสามีตั้งใจจะพาครอบครัวไปเที่ยวงานประจำปี ทุ่งศรีเมืองอุดรธานี โดยขับรถออกมาจากบ้านที่ อ.หนองหาน

แต่ปรากฏว่าระหว่างทางเข้าตัวเมือง อยู่ๆ สามีก็เกิดอาการตัวเกร็งขึ้นกะทันหัน ก่อนจะมีอาการวูบลงไป โดยสามีมีโรคประจำตัวคือโรคหัวใจ ตนพยายามช่วยบังคับพวงมาลัยเอาไว้ แต่ก็ได้ทำได้แค่หักพวงลัยเลี้ยวไปด้านซ้าย และจำได้ว่าไปชนท้ายรถกระบะข้างทางก่อน แต่หลังจากนั้นไปชนอะไรอีกบ้างก็ไม่ทราบ เพราะตนตนใจและไม่กล้ามองดู

ขณะที่ นางอะภิชญา อายุ 49 ปี แม่ค้าขายน้ำมะพร้าวน้ำหอม ให้การว่า ตนได้มาเช่าบ้านหลังนี้อยู่ได้ประมาณเดือนเศษ เปิดร้านขายมะพร้าวน้ำหอมอยู่หน้าบ้าน ขณะที่ตนยืนก้มหน้าดูของในร้านอยู่นั้น ได้มองเห็นรถกระบะสีดำชนรถจักรยานยนต์ของคุณป้าก่อน ร่างคุณป้ากระเด็นมาที่หน้าร้านของตน ตอนแรกว่าจะไม่ไปไหนและช่วยเหลือ แต่พอเห็นรถกระบะคันสีดำวิ่งพุ่งเข้ามาร้านของตน ตนจึงได้กระโดดวิ่งหนีแบบไม่คิดชีวิตตามสัญชาตญาณ

อย่างไรก็ตาม แพทย์ได้ทำการชันสูตรพลิกศพ นางสายพิน พบว่ามีอาการกะโหลกศีรษะแตกเป็นแผลฉกรรจ์ และขาด้านขวาหัก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน หลังจากนั้นได้ทำการสอบปากคำแม่ค้าขายน้ำมะพร้าว และภรรยาของคนขับรถกระบะคันสีดำอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป