ทั้งขำทั้งอึ้ง ลุงคนขับรถตู้ลืมผู้โดยสาร 10 ชีวิตไว้ที่ปั๊ม เผยคำพูดที่ทำให้โกรธไม่ลง

ทั้งขำทั้งอึ้ง ลุงคนขับรถตู้ลืมผู้โดยสาร 10 ชีวิตไว้ที่ปั๊ม เผยคำพูดที่ทำให้โกรธไม่ลง
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

จากกรณีผู้ใช้ทวิตเตอร์ชื่อ @Rachanoth ได้โพสต์ข้อความเล่าเหตุการณ์ โชเฟอร์รถตู้ขี้ลืมทิ้งผู้โดยสารทั้งคันรถไว้ภายในปั๊มน้ำมัน ท่ามกลางอากาศเย็น ก่อนที่จะตีรถเปล่าไปไกลกว่า 40 กิโลเมตร รู้ตัวอีกทีเมื่อถึงจุดส่งจะจอดให้ผู้โดยสารลงรถ พอหันมาดูไม่เห็นผู้โดยสารสักคน สุดท้ายต้องให้รถตู้คันหลังจอดเพื่อรับผู้โดยสาร ทั้งนี้ เรื่องราวดังกล่าวถูกรีทวีตไปกว่า 53,000 ครั้ง

อย่างไรก็ตาม มีชาวเน็ตจำนวนหนึ่งแสดงความคิดเห็นว่า ถ้าโชเฟอร์มีอายุมากก็ควรจะเลิกขับรถและเปลี่ยนไปทำอาชีพอย่างอื่นจะเหมาะสมกว่า แต่ก็มีชาวเน็ตอีกจำนวนหนึ่งแสดงความคิดเห็นในเชิงเห็นใจและสงสารโชเฟอร์ ที่อายุมากก็ยังต้องประกอบอาชีพเลี้ยงดูตัวเอง

ล่าสุด (9 ธ.ค. 62) ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากเจ้าของทวีตต้นเรื่อง คือ นายรัชชานนท์ อายุ 21 ปี นักศักษามหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต (RBAC) ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดในช่วงคืนวันที่ 7 ธ.ค. ตนได้ขึ้นรถตู้จากสถานีขนส่งเอกมัย กรุงเทพฯ เพื่อเดินทางมาพัทยา โดยมีคนขับชื่อ นายทรงพล อายุประมาณ 60 ปี มีผู้โดยสารร่วมเดินทางมาด้วยประมาณ 10 กว่าคน

กระทั่งเดินทางมาถึงสถานีบริการเชื้อเพลิง เขตพื้นที่อำเภอศรีราชา จ.ชลบุรี ลุงคนขับรถได้จอดรถเติมแก๊ส และถามผู้โดยสารว่าจะลงเข้าห้องน้ำหรือไม่ แต่ผู้โดยสารปฏิเสธ คนขับรถจึงเดินไปห้องน้ำคนเดียว ต่อมาไม่นานพนักงานปั๊มเปิดประตูแล้วบอกให้ผู้โดยสารลงจากรถให้หมด เนื่องจากเป็นกฎของปั๊ม ทางผู้โดยสารจึงลงมาจากรถทั้งหมด ยกเว้นผู้โดยสารด้านหน้า 2 คน ก่อนไปนั่งรอที่หน้าร้านสะดวกซื้อภายในปั๊ม เวลาผ่านไปสักพักจึงเอะใจว่าทำไมคนขับหายไปเป็นเวลานาน เมื่อตรวจสอบดูจึงพบว่าไม่มีรถตู้โดยสารของตนอยู่แล้ว จึงให้รถตู้คันอื่นภายในปั๊มพยายามติดต่อให้ จนกระทั่งทราบว่า ลุงคนขับรถได้เผลอขับออกจากปั๊มไปไกลกว่า 40 กม. เมื่อจอดส่งผู้โดยสารจึงพบว่า ลืมผู้โดยสารไว้ที่ปั๊ม จากนั้นจึงประสานคนขับรถตู้ภายในปั๊มนำผู้โดยสารมาส่งขึ้นรถคันเดิม

นายรัชชานนท์ เจ้าของทวิตเตอร์ต้นเรื่อง

นายรัชชานนท์ เล่าต่ออีกว่า เมื่อพบหน้าลุงคิดว่าจะด่าทอลุงสักหน่อย แต่เมื่อเห็นหน้าลุงคนขับรถกลับพูดว่า "มาๆ กลับขึ้นรถเรา" ทำให้ตนเองและผู้โดยสารคนอื่น ไม่สามารถตำหนิลุงได้ลงคอ และคิดเป็นเรื่องขำขันไป ก่อนลุงคนขับรถจะส่งถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ

หลังจากนั้นตนจึงทวีตข้อความลงทวิตเตอร์ เพื่อแชร์เรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่คาดคิดว่าคนจะรีทวีตและแชร์ไปมากขนาดนี้ หลังจากเห็นกระแสข่าว ตนก็ไม่อยากให้ด่าทอลุงหรือตำหนิลุง เชื่อว่าลุงคงลืมผู้โดยสารจริงๆ และไม่มีเจตนาให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นแต่อย่างใด