เต้ มงคลกิตติ์ เปิดใจเฉลยเหตุเลิกเป็น "ฝ่ายค้านอิสระ" เพราะลุงตู่ชวนมาร่วมรัฐบาล

เต้ มงคลกิตติ์ เปิดใจเฉลยเหตุเลิกเป็น "ฝ่ายค้านอิสระ" เพราะลุงตู่ชวนมาร่วมรัฐบาล
Thai Quote

สนับสนุนเนื้อหา

มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ "ส.ส.เต้" หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ เอ่ยถึงบรรยากาศภายในงานเลี้ยงระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลว่า บรรยากาศถือว่าโอเค เป็นการพูดคุยกันของแต่ละพรรคร่วมรัฐบาล กลุ่มพรรคเล็ก และฝ่ายค้านอิสระ โดยส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของการทำงานที่ไม่เข้าใจกันระหว่างรัฐมนตรี หัวหน้าพรรค และ ส.ส.

ส่วนเรื่องที่หลายคนสงสัยว่า ทำไม “ฝ่ายค้านอิสระ” จึงเข้าร่วมงานดังกล่าว และ “ส.ส.เต้” เอง ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านอิสระ ก็ได้รับการกอดรัดฟัดเหวี่ยงจาก “บิ๊กตู่”

“พรรคร่วมเขาเชิญผมมา นายกฯ ก็บอกผมว่า อย่าไปอยู่เลยฝ่ายค้านอิสระ มาช่วยกันทำงานดีกว่า ซึ่งเป็นครั้งแรกที่นายกฯ เอ่ยปากชักชวน โดยที่ผ่านมาที่เป็นการแถลงข่าวร่วมของ 10 พรรคเล็ก ก็มีเพียงนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ในฐานะเลขาธิการ พรรคพลังประชารัฐ ที่ชักชวนผมเข้าร่วม ตอนนั้นยังไม่มีการแต่งตั้งนายกฯ ด้วยความที่นโยบายขัดกัน เราจึงตัดสินใจออกมาตั้งฝ่ายค้านอิสระ แม้จะมีครั้งหนึ่งซึ่งเคยมีข่าวว่า นายกฯ จะขอร่วมรับประทานอาหารกับพรรคเล็ก แต่ผมก็ได้ปฏิเสธที่จะไม่ไป”

นั่นเท่ากับว่าครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่นายกฯ ชวนให้ฝ่ายค้านอิสระเข้าร่วมรัฐบาล ต่อจากนี้จะมีการตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายมงคลกิตติ์ให้คำตอบว่า จะต้องฟังเสียงของมติพรรค

“นายกฯ ชวนให้เข้าร่วมเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งผมจะต้องหารือกับกรรมการบริหารพรรคก่อนตัดสินใจ เนื่องจากตอนที่ออกมาจากพรรคร่วมเพื่อมาเป็นฝ่ายค้านอิสระนั้น ก็เป็นมติพรรคที่เป็นความเห็นร่วมกัน ซึ่งจะมีการประชุมในช่วงก่อนสิ้นปีนี้ และหากมีท่าทีอย่างไรก็จะมีการแถลงข่าวหลังวันหยุดปีใหม่ไปแล้ว โดยแนวโน้มเป็นไปในทางบวก”

สำหรับเรื่องที่ฝ่ายค้านอิสระและพรรคเล็กได้นำเสนอต่อนายกฯ นั้น มีเรื่องของการเกณฑ์ทหารที่ควรมีการทำความเข้าใจกับคนรุ่นใหม่ เรื่องของการลงทุน การต่อสัญญาสัมปทานต่างๆ เรื่องของการศึกษา

“ผมได้นำเสนอเรื่องของการเกณฑ์ทหาร ซึ่งผมได้ทำความเข้าใจกับคนรุ่นใหม่ เพราะคนรุ่นใหม่ฟังผม เรื่องเดียวกันคนอื่นพูดกับผมพูดน้ำหนักอาจจะต่างกัน วันนี้รัฐบาลยังอ่อนด้านการประชาสัมพันธ์ โดยผมมองว่าวันนี้นอกจากการประชาสัมพันธ์ผลงานของรัฐบาล และก็มีเรื่องการหาเงินเข้าประเทศ หลายอย่างต้องรีบลงมือทำ อย่าศึกษานาน เช่น การผลักดันกฎหมายการเปิดบ่อนคาสิโน ซึ่งผมเคยพูดตั้งแต่การแถลงนโยบายในวาระ 1 ซึ่งขณะนี้ก็อยู่ในขั้นตอนการตั้งคณะกรรมการศึกษา ซึ่งคาดว่าน่าจะผ่านการศึกษา การผลักดันเรื่องการขุดคอคอดกระ เป็นต้น ส่วนนายกฯ จะให้นั่งทำงานในคณะอะไรหรือไม่ ก็ยังไม่มีการคุยในรายละเอียด”

ขณะที่การพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลอย่าง "พรรคประชาธิปัตย์" และ "พรรคภูมิใจไทย" ก็มีการพูดคุยกันกับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กรณี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 6 คน โหวตสวนมติพรรคร่วมในญัตติการแต่งตั้ง กมธ.ม.44 ว่า อย่างไรก็ขอให้นายเฉลิมชัยได้พูดคุยกันกับ ส.ส.ทั้ง 6 คนว่าพวกตนยังไม่พร้อมที่จะเลือกตั้งใหม่ ก็เป็นการแซวกันในฐานะที่คุ้นเคยกันอยู่ ส่วนทางด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สธ. หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก็มาขอดูพระกริ่งปวเรศอีกด้วย

“ก็มีการแซวกันบ้าง ทั้งเรื่องภายในสภาฯ เรื่องพระเครื่อง ที่รองนายกฯ หนู (อนุทิน ชาญวีรกูล) ก็ขอดูพระในคอ ท่านก็บอกว่าเนื้อดีนะ แล้วก็มีการพูดคุยปรับความเข้าใจกับนายอุตตม เรื่องน้ำมัน เรื่องการหาเงิน ส่วนกับ โฆษกพรรค พปชร. แด๊ก (นายธนกร วังบุญคงชนะ) กับผมรู้จักกันมา 14 ปีแล้วนะ ตั้งแต่อยู่พรรคมัชฌิมาธิปไตยมาด้วยกัน รวมทั้งพี่สมศักดิ์ (นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม) ก็เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องพระจอมฯ กับผม ท่านจบลาดกระบัง ผมจบพระนครเหนือ ก็แซวกันระหว่างผมกับแด๊กว่า ทำไมพี่สมศักดิ์ถึงไม่โดนผมซักบ้าง ก็คนบ้านเดียวกัน พี่สมศักดิ์คนสุโขทัย ผมคนพิษณุโลก” มงคลกิตติ์ กล่าวในตอนท้าย