ไวพจน์ ส.ส.พลังประชารัฐ เจอหมายจับ! ศาลลากตัวฟังคดีล้มประชุมอาเซียน

ไวพจน์ ส.ส.พลังประชารัฐ เจอหมายจับ! ศาลลากตัวฟังคดีล้มประชุมอาเซียน
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

ศาลจังหวัดพัทยา เตรียมออกหมายจับ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคพลังประชารัฐ เพื่อมารับฟังคำพิพากษาในวันที่ 15 ม.ค. ปีหน้า ในคดีแกนนำแนวร่วมประชาธิป ไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นำพากลุ่มคนเสื้อแดงบุกล้มการประชุมอาเซียนที่ โรงแรมรอยัลคลิฟ เมืองพัทยา เหตุการณ์เมื่อวันที่ 11 เม.ย. 2552

สาเหตุที่ศาลจังหวัดพัทยาต้องออกหมายจับในครั้งนี้ เป็นเพราะ พ.ต.ท.ไวพจน์ ขอเลื่อนการฟังคำพิพากษา เพราะอ้างว่าติดประชุมอยู่ในสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร แต่ศาลมองว่าไม่มีเหตุผลเพียงพอ เพราะแม้ว่ายังอยู่ในสมัยการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ก็ไม่ใช่ข้ออ้างให้ไม่มาฟังคำสั่งศาล

ส่วนจำเลยอีก 2 คน ที่มาฟังคำพิพากษาในวันนี้ คือ นายวรชัย เหมมะ และนายสำเริง ประจำเรือ ได้รับโทษจำคุกเป็นเวลา 4 ปี

คดีแกนนำ นปช. พากลุ่มคนเสื้อแดงบุกล้มการประชุมอาเซียนเมื่อ 10 ปีที่แล้วนั้น มีจำเลยในคดีนี้ถึง 13 คน ได้แก่

  1. นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง
  2. นายนพพร นามเชียงใต้
  3. พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์
  4. นายสมญศฆ์ พรมภา
  5. นายนิสิต สินธุไพร
  6. นายสำเริง ประจำเรือ
  7. นายศักดา นพสิทธิ์
  8. นายสิงห์ทอง บัวชุม
  9. นายธนกฤต หรือวันชนะ ชะเอมน้อย หรือเกิดดี
  10. นายวรชัย เหมะ
  11. นายพายัพ ปั้นเกตุ
  12. นายวัลลภ ยังตรง
  13. นายพิเชฐ สุขจินดาทอง

แต่พักคดี พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ และนายสุรชัย แซ่ด่าน เนื่องจากหลบหนี ขณะที่นายธรชัย ศักดิ์มังกร และ พ.ต.อ.สมพล รัฐกาญจน์ ศาลชั้นต้นยกฟ้อง

 

เมื่อ 11 ก.ย. ที่ผ่านมา ศาลฎีกานัดอ่านคำพิพากษาคดีดังกล่าว แต่ปรากฏว่า นายศักดา นพสิทธิ์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อชาติ มาฟังคำพิพากษาเพียงคนเดียว 

กระทั่งวันที่ 31 ต.ค. ที่ผ่านมา จำเลย 3 คนคือ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์, นายสำเริง ประจำเรือ และนายวรชัย เหมมะ เดินทางมารับฟังคำพิพากษาของศาล แต่ทนายความยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอถอนคำให้การเดิมจากปฏิเสธเป็นขอรับสารภาพ และยื่นคำร้องประกอบขอให้ศาลลงโทษสถานเบา รวมทั้งการที่ไม่ได้รับหมายศาลในครั้งแรกด้วย กระทั่งศาลได้กำหนดให้มารับฟังคำพิพากษาใหม่ในวันนี้ (3 ธ.ค.)

อย่างไรก็ตาม นายณัฐพล ปัญญาสูง ทนายความของจำเลยเปิดเผยว่า ศาลได้ยกคำร้องถอนคำให้การ ด้วยเหตุว่า การยื่นแก้ไขคำให้การเดิม จะต้องดำเนินการยื่นก่อนที่ศาลชั้นต้นจะตัดสิน จึงไม่มีเหตุให้รับคำร้องหรือยกคำร้องแถลงคำให้การจากปฏิเสธเป็นรับสารภาพด้วย ส่วนการยื่นคำร้องขอเลื่อนฟังคำพิพากษาโดยอ้างเหตุว่าจำเลยมารับฟังคำพิพากษาไม่ครบทั้ง 3 ราย เพราะอีก 1 รายติดภารกิจสมัยการประชุมสภาผู้แทนราษฎรไม่มีเหตุ จึงได้ยกคำร้องเช่นกัน ก่อนจะอ่านคำพิพากษาให้จำเลยทั้ง 2 รายรับฟัง

คาดว่าจากนี้จำเลยที่เหลือก็คงจะทยอยเดินทางเข้ามามอบตัว เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนตามขบวนการของกฎหมายจนครบถ้วน ขณะที่หลายคนที่รับโทษไปก่อนหน้านี้แล้วประมาณ 4-5 เดือนก็คงจะทำให้เหลือโทษอีกเพียง 3 ปีเศษเท่านั้น