ตามล่าจนเจอ ไอ้โรคจิตวัย 17 บังคับเด็กชายอมนกเขา บอกดูหนังแล้วอยากลอง

ตามล่าจนเจอ ไอ้โรคจิตวัย 17 บังคับเด็กชายอมนกเขา บอกดูหนังแล้วอยากลอง
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

(14 พ.ย. 62) เวลา 17.30 น. พล.ต.ต. นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.จว.อุดรธานี ,พ.ต.อ.สรายุทธ ฉ่ำผิว ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พร้อมด้วยตำรวจ ชุดสืบสวน ได้ร่วมกันแถลงข่าว จับกุม นายคิก (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี   ชาว อ.หนองแสง จ.อุดรธานี พร้อมของกลางเสื้อผ้าทีใส่ก่อเหตุ มีเสื้อกันหนาวแขนยาวสีเหลืองเขียว เสื้อยืดแขนสั้นสีดำ กางเกงขายาว และกระเป๋าสะพาย สีม่วง โดยจับกุมตัวได้ที่ บริเวณถนนอำเภอ เขตเทศบาลนครอุดรธานี ขณะกำลังขนสินค้าลงจากรถบรรทุกสิบล้อ

พล.ต.ต. นันทชาติ ศุภมงคล เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ  ได้รับแจ้งว่า มีคนร้ายได้ทำการกระชำเราเด็กชาย ในป่าข้างวัดซอยประชาราษฏ์ ที่ชุมชนหนองตุ 2  ตำบลหมากแข้ง อ.เมืองอุดรธานี ซึ่งพบชาวบ้านจำนวนหนึ่งพร้อมกับนางน้อย (นามสมมุติ) อายุ 62 ปี และหลานชาย ด.ช.บี (นามสมมุติ) อายุ 12 ปี  พาไปจุดที่เกิดเหตุที่ถูกคนร้ายทำอนาจาร 

>> ไอ้โรคจิตยิ้มให้ ก่อนบีบคอเด็กชาย 12 ขวบ ลากเข้าป่าข้างวัดบังคับอมนกเขา

พล.ต.ต. นันทชาติ ศุภมงคล กล่าวว่า ทางตำรวจใช้ 4 วัน สามารถติดตามจับกุมตัวคนร้ายรายนี้ โดยได้เบาะแสจาก นางเตือนใจ อายุ 58 ปี  ประธานชุมชนบ้านหนองตุ 3 ทำให้รู้ว่าคนร้าย ทำงานอยู่บริษัทรับขนส่งสินค้า ตั้งอยู่บนถนนเลี่ยงเมือง อุดร-สกล ตำบลหมากแข้ง ทราบชื่อคือ นายคิก ซึ่งเป็นลูกจ้างขนสินค้าประจำรถบรรทุกสิบล้อ จากนั้นตำรวจได้เดินทางไปทำการจับกุม ขณะกำลังขนสินค้าจากรถบรรทุกสิบ บริเวณถนนอำเภอ เขตเทศบาลนครอุดรธานี แล้วพาไปตรวจยึดเสื้อผ้าที่ใส่ในวันก่อเหตุ ที่บ้านพักคนงาน แล้วนำตัวมาที่โรงพัก

จากการสอบสวน นายคิก สารภาพว่า ได้ดูหนังรักร่วมเพศ ทางอินเตอร์เน็ต แล้วอยากลองดูบ้าง ในวันเกิดเหตุได้ไปเติมเงินโทรศัพท์มือถือ แล้วเห็น ด.ช.บี จึงได้บังคับไปทำอนาจารอมนกเขา  ซึ่งทำเป็นครั้งแรก หลังจากก่อเหตุก็กลับไปทำงานและใช้ชีวิตตามปกติ เบื้องต้นแจ้งข้อ หาข่มขืนกระทำชำเรา ด.ช.อายุไม่เกิน 13 ปี แล้วนำตัวส่งสถานพินิจ แล้วให้สหวิชาชีพ มาร่วมสอบต่อไป

นางเตือนใจ กล่าวว่า หลังจากเกิดเรื่องขึ้น มีคนร้ายมากระทำอานาจาร ด.ช. อายุ 12 ปี ซึ่งเป็นลูกหลานคนในชุมชน  หลังจากตนได้ประกาศหอกระจายข่าว เตือนให้ชาวบ้าน ดูแลบุตรหลานของตนเอง ซึ่งตนก็ไม่สบายใจ พอตำรวจนำภาพใบหน้าของคนร้ายจากกล้องจรปิดมาให้ดู ทำให้รู้ว่า คนร้ายไม่ใช่คนในชุมชน ตนก็ได้ส่งรูปคนร้ายไปยังไลน์กลุ่มที่ตั้งขึ้นมา เพื่อหาเบาะแส ว่าใครจะรู้จักหรือเห็น คนร้ายว่าอยู่ที่ไหน แล้วตนก็นำรูปใบหน้าของคนร้ายไปที่โรงงาน และบริษัทต่างๆ ทำให้รู้ว่าคนร้ายทำงานอยู่บริษัทขนส่งสินค้าที่อยู่ใกล้กับชุมชน จึงได้แจ้งตำรวจมาทำการตรวจสอบ และสามารถจับกุมคนร้ายเอาไว้ได้

จากนั้น พล.ต.ต. นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.จว.อุดรธานี ได้มอบเงินรางวัลให้ กับประธานชุมชนบ้านหนองตุ 3   ที่แจ้งเบาะแสของคนร้ายทำให้ ทำให้ตำรวจสามารไปทำการจับกุมคนร้ายรายนี้ไว้ได้ ในที่สุด