จับครูฝึกสอนปลอมเฟซบุ๊กลวงเด็กสาวส่งคลิปโป๊ สุดช็อกเหยื่ออายุน้อยสุดแค่ 13

จับครูฝึกสอนปลอมเฟซบุ๊กลวงเด็กสาวส่งคลิปโป๊ สุดช็อกเหยื่ออายุน้อยสุดแค่ 13
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

เชียงใหม่ - สืบภาค 5 จับครูฝึกสอนวัย 22 ปลอมเฟซบุ๊กเป็นสาววัยรุ่น ลวงเด็กสาวส่งคลิปโป๊ พบเหยื่อกว่า 20 ราย น้อยสุดอายุแค่ 13

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (7 พ.ย.) เจ้าหน้าที่คุมตัว นายฤทธิเดช อายุ 22 ปี ครูฝึกสอนในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ที่ถูกตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 5 ควมคุมตัวมาสอบสวนที่ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 5 หลังก่อเหตุปลอมเฟซบุ๊กล่อลวงเหยื่อเป็นเด็กหญิงกว่า 20 ราย โชว์ภาพลามกอนาจาร โดยเจ้าหน้าที่บุกเข้าจับกุมได้ในห้องพักหมายเลข 309 หอพักแห่งหนึ่ง ในตำบลบ้านดู่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เมื่อช่วงเที่ยงวานนี้ (6 พ.ย.)

พล.ต.ท.ประจวบ วงค์สุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เปิดเผยว่า ทางตำรวจได้รับร้องเรียนจากผู้ปกครองผู้เสียหายซึ่งเป็นเด็กหญิงจำนวน 2 ราย ให้สืบสวนจับกุมคนร้ายที่สร้างเฟซบุ๊กปลอมตัวตนขึ้นมา ใช้พูดคุยล่อลวงหลอกลวงเด็กหญิงผู้เสียหายทั้ง 2 ราย ให้ส่งภาพอนาจาร

เมื่อได้มาแล้วบอกให้ผู้เสียหายทั้ง 2 ราย ถ่ายคลิปโป๊ให้อีก โดยข่มขู่ว่าหากไม่ทำตามจะปล่อยภาพหรือคลิปวิดีโอที่ใช้กลอุบายหลอกลวงได้มาก่อนหน้านี้ นำไปเผยแพร่ในโลกโซเชียล ทำให้ผู้เสียหายเกิดความกลัวเล่าให้ผู้ปกครองฟังและเข้าร้องเรียนกับตำรวจ กระทั่งมีการสืบสวนและมีหลักฐาน ว่าผู้ที่ใช้เฟซบุ๊กล่อลวงเด็กหญิงคือนายฤทธิเดช จึงขออนุมัติหมายศาลเข้าจับกุมได้ในที่สุด

จากการตรวจค้นห้องพักพบโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง , คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง ตรวจสอบข้อมูลทั้งในมือถือและพบภาพและคลิปวีดีโอของผู้เสียหายจำนวนมาก อายุระหว่าง 10-20 ปี  และ ยังพบการสนทนากับผู้เสียหายผ่านโปรแกรมแชทต่าง ๆ อีกจำนวนมาก

นายฤทธิเดช ยอมรับว่า ได้ปลอมเฟซบุ๊กขึ้นมา โดยใช้โปรไฟล์เป็นหญิงวัยรุ่น เข้าไปพูดคุยกับผู้เสียหายทั้ง 3 ราย โดยใช้เวลาพูดคุยจนเริ่มสนิทสนม จากนั้นได้วาทศิลป์หลอกให้ผู้เสียหายถ่ายภาพอนาจารส่งมาให้ ก่อนจะข่มขู่เอาคลิปเพิ่มเพราะต้องการนำภาพไปสำเร็จความใคร่ โดยเลือกเหยื่อที่เป็นเด็กหญิงอายุน้อย และทำมานานแล้ว

ที่ผ่านมาหลอกผู้เสียหายมาแล้วกว่า 20 คน อายุน้อยสุดคือ 13 ปี และ ยืนยันว่าเก็บไว้ดูเองเท่านั้น หลังถูกจับนายฤทธิเดชยังขอโทษผู้เสียหายกับสิ่งที่ทำลงไป บอกว่าที่ทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ และ ยอมรับผิดกับสิ่งที่ตัวเองได้ก่อขึ้น

เบื้องต้น ตำรวจตั้งข้อหาครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก เพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา 287/1 มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท

ขณะที่ตำรวจจะสืบสวนขยายผลว่ามีใครร่วมกระทำผิดด้วยหรือไม่ รวมทั้งตรวจสอบข้อมูลทางเทคโนโลยีเพิ่มเติม เพราะเชื่อว่าพฤติกรรมดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ค้ามนุษย์ และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หากพบเข้าข่ายจะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมทันที

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ยังฝากเตือนประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น อย่าหลงเชื่อกลุ่มมิจฉาชีพที่เข้ามาตีสนิททางโลกโซเชียล เราพบปัจจุบันมีความเสียหายจากการถูกหลอกลวงในลักษณะนี้เป็นจำนวนมาก พร้อมขอความร่วมมือประชาชนแจ้งเบาะแสหาข้อมูลผู้กระทำผิดผ่านสายด่วน  191