ฆ่าต่อหน้าคนทั้งบ้าน เขยโหดยิงพี่สาวเมียหัวทะลุดับคาที่ อ้างมีญาติเป็นตำรวจ

ฆ่าต่อหน้าคนทั้งบ้าน เขยโหดยิงพี่สาวเมียหัวทะลุดับคาที่ อ้างมีญาติเป็นตำรวจ
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

จากคดีที่ น.ส.ฐานิดา อายุ 37 ปี ถูกน้องเขยคือ นายจักรกฤษณ์ อายุ 37 ปี ยิงด้วยอาวุธปืนเสียชีวิต และ น.ส.ธันย์ชนก อายุ 19 ปี ลูกสาวของ น.ส.ฐานิดา ถูกยิง 2 นัดได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อเวลา 22.20 น.วันที่ 13 ก.ย.62 ที่บ้านเลขที่ 53/1 ถนนอนามัยเจริญ ซอย10 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กทม. พื้นที่ สน.ท่าข้าม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายจับศาลอาญาธนบุรี เลขที่ 494/2562 ลงวันที่ 14 ก.ย.62 

ล่าสุด (23 ต.ค.62) เมื่อเวลา 13.00 น. ที่สำนักงานทนายคู่ใจ ถนนแจ้งวัฒนะ ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายพิกุล อายุ 63 ปี พ่อของผู้เสียชีวิต น.ส.มันตา อายุ 34 ปี น้องสาว น.ส.ธันย์ชนก อายุ 19 ปี ลูกสาว และ ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) อายุ 11 ปี หลาน ด.ญ.บี (นามสมมุติ) ลูกสาว อายุ 10 ปี เดินทางเข้าร้องทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม หลังผ่านมาเดือนกว่าคดีไม่คืบหน้าติดตามจับตัวคนร้ายไม่ได้เกรงว่าคนร้ายจะย้อนกลับมาก่อเหตุซ้ำ จึงมาร้องขอให้ช่วยติดตามคดีเพื่อให้จับตัวคนร้ายให้ได้

น.ส.มันตา อายุ 34 ปี น้องสาวผู้เสียชีวิต และเป็นภรรยาของผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า ตนและผู้ต้องหามีปากเสียงกันประจำ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องหึงหวงกัน ผู้ต้องหาติดยาเสพติดไม่ทำงาน ชอบทำร้ายร่างกายตน ตนจึงได้ย้ายหนีไปอยู่กับครอบครัวที่เป็นบ้านเช่าที่เกิดเหตุ วันเกิดเหตุผู้ต้องหาได้เดินทางมาที่บ้าน มีอาการคล้ายเมายา มาอาละวาดและทะเลาะกับพี่สาว มีการด่าทอกัน หลังมีปากเสียงกัน ผู้ต้องหาได้ชักปืนยิงใส่พี่สาว 1 นัดลูกกระสุนปืนถูกที่เหนือคิ้วซ้ายทะลุศีรษะด้านหลังเสียชีวิต จากนั้นหันปืนไปยิง น.ส.ธันย์ชนก อายุ 19 ปี ซึ่งเป็นลูกของพี่สาวซึ่งกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ ยิงถูกโทรศัพท์ กระสุนเจาะขากรรไกรซ้ายทะลุหลังหูขวา และยิงที่ใต้ชายโครงซ้ายทะลุหลัง รวม 2 นัดบาดเจ็บสาหัส

น.ส.ธันย์ชนก อายุ 19 ปี ผู้ได้รับบาดเจ็บ

จากนั้นผู้ต้องหาพยายามจะยิงมาที่ตนแต่ลูกกระสุนปืนแตกตนจึงไม่ได้รับบาดเจ็บ หลังก่อเหตุผู้ต้องหาได้หลบหนีไป ผ่านมาจนถึงวันนี้สอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถติดตามตัวได้ และทางญาติผู้ต้องหาอ้างว่ามีญาติเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ท่าข้าม ตนและครอบครัวเกรงว่าคดีจะเงียบไปจึงมาร้องให้ทนายรณณรงค์ช่วยติดตามความคืบหน้าคดีให้

น.ส.ธันย์ชนก ลูกสาวผู้เสียชีวิต กล่าวว่าในวันเกิดเหตุตนและน้องสาว น้าสาว หลานสาว อยู่ในที่เกิดเหตุ ผู้ต้องหามาทะเลาะกับแม่เรื่องน้าสาว ตนและแม่จึงถูกยิง คาดว่าผู้ต้องหาน่าจะเมายาเสพติด พูดจาหาเรื่องไปเรื่อย จากนั้นได้ชักปืนยิงแม่เสียชีวิต ส่วนตนถูกยิง 2 นัดบาดเจ็บสาหัส ตอนนี้ความรู้สึกของทุกคนในครอบครัวกลัวว่าผู้ต้องหาจะกลับมาก่อเหตุซ้ำ เนื่องจากตำรวจยังจับตัวไม่ได้ อยู่กันอย่างกวาดระแวง จึงอยากให้ทนายช่วยติดตามคดีและเร่งจับดุมตัวผู้ต้องกามาดำเนินคดี แม่ตนเสียชีวิต ครอบครัวขาดเสาหลักไปตนและน้องก็ลำบากเพราะยังต้องเรียนหนังสือ ทุกวันนี้น้าและตาคอยช่วยส่งเสียให้เรียนและให้ค่าใช้จ่าย ชีวิตลำบากมาก

ทนายรณณงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม กล่าวว่ากลังจากดูเรื่องราวและตรวจสอบเอกสารหลักฐานแล้วถือว่าเป็นคดีอุกฉกรรจ์ยิงต่อหน้าลูกและเด็กๆ และต้องดูว่าคดีนี้ผ่านมาหนึ่งเดือนแล้ว ออกหมายจับแล้ว ติดปัญหาอะไรยังจับตัวคนร้ายไม่ได้หรือเป็นเพราะคนร้ายมีญาติเป็นตำรวจจึงทำให้คดีเงียบไป และเห็นว่าขนาดอาวุธปืนที่ญาติผู้เสียชีวิตเก็บได้เป็น .32 แต่ปืนที่ตำรวจยึดมาจากบ้านผู้ต้องหาเป็นปืนขนาด .38 ซึ่งไม่ตรงกัน อันนี้ก็ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วย ในวันพรุ่งนี้เวลา 10.00 น.จะพาครอบครัวนี้ไปที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อให้ช่วยตั้งชุดสืบสวนคลี่คลายคดี ติดตามจับกุมตัวคนร้ายตามหมายจับมาดำเนินคดี สำหรับคดีนี้ต้องดูอีกทีว่าผู้ต้องหาวางแผนเตรียมอาวุธปืนมาหรือเปล่า ถ้าเตรียมมานั่นหมายความว่า ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน