เผยสาเหตุ หลวงตาอาพาธลุกมาแทงผู้ป่วยร่วมห้อง เป็นอาการทางจิตเฉียบพลัน

เผยสาเหตุ หลวงตาอาพาธลุกมาแทงผู้ป่วยร่วมห้อง เป็นอาการทางจิตเฉียบพลัน
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

 

จากกรณีพระสงฆ์ได้ก่อเหตุแทงผู้ป่วยรายอื่นภายในโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี ได้รับบาดเจ็บขณะนอนรักษาตัวด้วยอาการป่วย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

>> โรงพยาบาลแตกตื่น! หลวงตานอนป่วย จู่ๆ ลุกขึ้นมาแทงคนไข้ในห้องปลอดเชื้อ

ล่าสุด (22 ต.ค.62) เมื่อเวลา 13.00 น. ทางผู้บริหารโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี และสาธารณสุขจังหวัด นำโดย นายมนู ศุกลสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด พร้อมด้วย นายกิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ ผู้อำนวยการ รพ.สุราษฎร์ฯ ร่วมในการแถลงข้อเท็จจริงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

โดยจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุสุดวิสัย ซึ่งนายกิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ ผู้อำนวยการ ได้ชี้แจงว่า ผู้ป่วยทั้งสองไม่เคยรู้จักกันมาก่อน โดยผู้ก่อเหตุเข้านอนโรงพยาบาล ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม 62 ด้วยอาการปวดบริเวณมะเร็งที่ลิ้น และอาการหายใจเหนื่อยจากโรคถุงลมโป่งพอง ซึ่งปี 2562 ได้เข้ามานอนรักษาในโรงพยาบาลสุราษฎร์ฯ จำนวน 4 ครั้ง

ทางด้านผู้ป่วยอีกฝ่ายหนึ่งที่ถูกทำร้ายเพิ่งเข้ามานอนโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานีได้ประมาณไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ก่อนถูกแทงของมีคมที่หลังด้านขวา 1 แผล แผลขนาด 2 เซนติเมตร ขอบเรียบ หลังเกิดเหตุได้นำผู้ป่วยที่ถูกทำร้ายไปตรวจ และรักษาฉุกเฉินตามขั้นตอนที่ห้องฉุกเฉิน ขณะนี้ผู้ป่วยอาการคงที่ บาดเจ็บที่ปอดด้านขวาใส่สายระบายเลือด และลมจากช่องปอด ทั้งนี้ได้ตรวจละเอียดอีกครั้งหนึ่งโดยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ไม่พบการบาดเจ็บของอวัยวะอื่นๆ แม้อาการไม่ถึงขั้นต้องเข้าห้อง ICU แต่ทางโรงพยาบาลได้นำเข้าเพื่อให้การช่วยเหลืออย่างดีที่สุด

ส่วนผู้ป่วยที่เป็นฝ่ายทำร้ายได้รับการตรวจร่างกายและตรวจเลือดตรวจเอกซเรย์สมอง ไม่พบสิ่งผิดปกติ จิตแพทย์ได้ประเมินเบื้องตันเป็นภาวะทางจิตประสาทอย่างเฉียบพลัน

ซึ่งนายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ ผู้อำนวยการบอกว่า การเกิดอาการภาวะทางจิตประสาทเฉียบพลันสามารถเกิดขึ้นได้จากภาวะความเครียดโดยเฉพาะผู้ป่วยสูงอายุ  ส่วนตามข้อสังเกตของเจ้าอาวาส ว่ายาที่ใช้ในการรักษาโรคส่งผลต่อระบบประสาทหรือไม่ จากการตรวจสอบข้อมูลการใช้ยา พบว่ายาที่ใช้ประจำเป็นยาขยายหลอดลม ยาแก้ปวด ยาพ้น ยาชา ซึ่งเป็นยาที่ไม่ส่งผลต่อสมอง

ในส่วนของอาการผู้ป่วยที่เป็นพระสงฆ์ ยังอยู่ในการดูแลของ รพ.สวนสราญรมย์ ซึ่งอาการสงบและดีขึ้น โดยหลังจากนี้จะได้มีการประเมินสภาวะทางจิต ก่อนจะรับตัวมารักษาอาการป่วยทางกายที่ รพ.สุราษฎร์ฯ อีกครั้ง

ทางด้านผู้บาดเจ็บจากการถูกแทง อาการก็ดีขึ้นตามลำดับ แพทย์ดูแลใกล้ชิด ซึ่งจากการสอบถามก็พร้อมอภัยให้กับพระที่ทำร้ายร่างกายตนเอง

สำหรับมาตรการความปลอดภัย ทางโรงพยาบาลก็มีระบบคัดกรองผู้ป่วย ทั้งอาการป่วย และสภาพจิต หากพบมีอาการทางจิตจะตรวจสอบอย่างละเอียดถ้าประเมินพบ ก็จะส่งไปที่ รพ.สวนสราญรมย์ รักษาอาการทางจิตก่อน แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดอาการอย่างเฉียบพลันจนเกิดเหตุสุดวิสัย

ทางด้านการตรวจสอบอาวุธ ก็มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ในการเฝ้าระวังสังเกตพฤติกรรมบุคคลที่อาจเป็นภัยต่อผู้อื่น แต่ไม่ได้มีถึงระบบสแกนอาวุธ เพราะโรงพยาบาลเป็นที่พึ่งของผู้ป่วย ซึ่งในรอบ 10 ปี เกิดเหตุ ญาติทำร้ายกันเอง และญาติทำร้ายเจ้าหน้าที่ ซึ่งก็มีการตั้งแผนเพื่อเฝ้าระวังไม่ให้เกิดเหตุ ขอให้ประชาชนมั่นใจในการให้บริการและการดูแลความปลอดภัยของทางโรงพยาบาล