ตำรวจโต้ หนิง ปณิตา ยืนยันเรียกจับเพราะผิดกฎจราจร รอสอบทะเบียนเพื่อแจ้งข้อหา

ตำรวจโต้ หนิง ปณิตา ยืนยันเรียกจับเพราะผิดกฎจราจร รอสอบทะเบียนเพื่อแจ้งข้อหา
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

จากกรณีนักแสดงชื่อดัง หนิง-ปณิตา ธรรมวัฒนะ ซึ่งมีบัญชี IG ชื่อ “ningpanita” ได้โพสต์ภาพและข้อความต่อว่าตำรวจจราจร หลังถูกจับแต่เจอพฤติกรรมที่คล้ายกับเจ้าหน้าที่จะเรียกรับเงินโดยไม่ออกใบสั่ง พร้อมแคปชั่นยาวฉะเดือดถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่

ซึ่งต่อมาภายหลัง เพจเฟซบุ๊ก ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร – บก.02 ได้ชี้แจงถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการออกใบสั่งให้กับนักแสดงสาว แต่ปรากฏว่าเมื่อตรวจสอบฐานข้อมูลเลขทะเบียนรถ พบว่าไม่ตรงกันกับที่ลงทะเบียนไว้ จึงคาดว่าน่าจะเป็นการนำรถหรูซึ่งเป็นรถที่ไม่ได้จดทะเบียนมาขับขี่

โดยในวันนี้ (22 ต.ค.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.พันษา อมราพิทักษ์ รองผู้กำกับการ จราจร สน.วิภาวดี กองกับกำการ 2 บก.จร. ชี้แจง

ด้าน พ.ต.ท.พันษา อมราพิทักษ์ รองผู้กำกับการ จราจร สน.วิภาวดี ระบุว่า ในวันเกิดเหตุ ส.ต.ท.ธีรพงษ์ ขาบจันทึก (รหัส 5513) ผบ.หมู่ งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดี/รังสิต ได้เรียกรถนักแสดงสาวให้หยุด เนื่องจากพบว่าขับรถผิดกฎจราจร จึงเรียกตรวจสอบและสอบถามถึงยี่ห้อรถยนต์ ก่อนจะเดินวนรอบรถเพื่อดูคำสะกดยี่ห้อรถมาเซราติ นั้น เพื่อนำไประบุในใบสั่ง

แต่จากการตรวจสอบ พบว่าทะเบียนรถไม่ตรงกับรถที่จับกุมและลงทะเบียนไว้ในฐานข้อมูล เนื่องจากพบว่ารถคันดังกล่าวเป็นทะเบียนของรถยี่ห้อ BMW รุ่น 740 LexDrive pure excellence สีเทา และฐานข้อมูลออนไลน์แจ้งว่า ใบขับขี่หมดอายุ ถือเป็นการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.จราจร, พ.ร.บ.รถยนต์ ไม่มีใบขับขี่ และขาดการชำระภาษีประจำปี

ทั้งนี้ ถือเป็นความผิดทางคดีอาญา ดังนั้นการชำระค่าปรับจะต้องมาชำระค่าปรับด้วยตนเอง โดยหลังจากนี้จะต้องไปตรวจสอบเอกสารของรถมาเซราติกับกรมการขนส่งทางบกและกรมศุลกากร อีกครั้งว่าเป็นของใครและนำเข้ามาถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ รวมทั้งเป็นรถที่จดทะเบียนถูกต้องหรือไม่ ก่อนจะพิจารณาว่าจะสามารถดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีกหรือไม่ รวมถึงกรณีการเข้าข่ายหมิ่นประมาททางโซเชียลมีเดียด้วย

อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่มีการออกใบสั่งให้ตามขั้นตอนของกฎหมาย และการสอบถามถึงยี่ห้อรถยนต์ที่ดาราสาวคนดังขับ ก็เพื่อนำมาระบุลงในใบสั่ง เป็นรายละเอียดที่สำคัญจึงต้องทำให้ถูกต้องและครบถ้วนที่สุด ซึ่งเรื่องนี้ไม่อยากให้โทษใครและขอให้เป็นบทเรียนของสังคม เพราะกฎหมายจราจรเป็นกฎหมายแห่งความปลอดภัย