โซเชียลช็อก เด็กติดเกม "เล่นแพ้แล้วคลั่ง" โมโหจัดคว้ามีดขู่ฆ่าแม่-อาม่า

โซเชียลช็อก เด็กติดเกม "เล่นแพ้แล้วคลั่ง" โมโหจัดคว้ามีดขู่ฆ่าแม่-อาม่า
S! News (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

เด็กติดเกมคลั่ง ทุบพังหน้าจอคอมพิวเตอร์ แม่-อาม่าต้องเข้ามาระงับอารมณ์ ก่อนตำหนิเพราะพฤติกรรมรุนแรง ทำให้เด็กเดินไปคว้ามีดอีโต้ ก่อนพยายามไล่ทำร้ายผู้ปกครองต่อหน้ากล้อง

(21 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดประเด็นเด็กติดเกมมีภาวะทางอารมณ์รุนแรง หลังจากที่เล่นเกมและพ่ายแพ้ ทำให้มีอารมณ์ฉุนเฉียว ทุบคอมพิวเตอร์อย่างบ้าคลั่ง เมื่อผู้ปกครองมาห้ามปรามกลับลามปามคว้ามีดหวังจะทำร้ายร่างกายแม่และอาม่า ประเด็นกลายเป็นที่กล่าวถึงในโซเชียลมีเดียเป็นอย่างมาก

คลิปภาพความรุนแรงของเด็กชายคนหนึ่งที่ระเบิดอารมณ์เพราะความโกรธแค้น หลังติดเกมคอมพิวเตอร์และเล่นเกมพ่ายคู่ต่อสู้ในเกม ทำให้แสดงอาการฉุนเฉียวรุนแรงออกมา พร้อมกับทุบทำลายคอมพิวเตอร์อย่างบ้าคลั่ง ซ้ำยังพูดถึงคู่แข่งในเกมว่า "อย่าให้กูเจอมึงนะ"

เหตุดังกล่าวทำให้แม่และอาม่าที่เห็นเหตุการณ์ได้ออกปากห้ามปราม และถามว่าทำลายข้าวของทำไม ก่อนที่แม่จะเข้าไปตำหนิต่อว่าพฤติกรรมติดเกมของลูกชาย ที่สร้างความเดือดร้อนและทำลายข้าวของพังเสียหาย ก่อนแม่ลูกจะเกิดทะเลาะมีปากเสียงกัน แม่จึงได้คว้าหูฟังและเขวี้ยงลงพื้น ทำให้ลูกชายมีอาการเดือดจัด เดินไปคว้ามีดอีโต้และหวังจะฆ่าแม่และทำร้ายอาม่า

ประเด็นดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก เฟซบุ๊กบางเพจได้นำเหตุการณ์ดังกล่าวไปเผยแพร่ เตือนเป็นอุทาหรณ์สังคมที่เป็นผลกระทบจากภาวะคนติดเกมอย่างหนัก พร้อมกับแสดงความคิดเห็นต่างๆ นานา และแสดงความเป็นห่วงถึงความปลอดภัยของแม่และอาม่าที่อยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ภายหลังเด็กชายคนดังกล่าวได้ทำการแชร์คลิปถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่าแม่กับอาม่ายังปลอดภัย พร้อมกับกราบขอโทษพฤติกรรมที่ทำใส่แม่และอาม่า และยอมรับผิดทุกอย่าง เพราะอารมณ์ชั่ววูบที่เกิดโมโหจากการเล่นเกม เด็กชายยังได้ชี้แจงและขอโทษสังคมด้วย ก่อนจะทำให้การกราบเท้าขอขมาแม่และอาม่า ขณะที่แม่ก็ให้อภัย แต่ก็ตักเตือนว่า หากมีเหตุเช่นนี้อีกจะจัดการขั้นเด็ดขาดกับลูก

กรณีดังกล่าวกลายเป็นอุทาหรณ์ให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองในการดูแลบุตรหลาน ขณะเดียวกันก็มีการรณรงค์ให้งดแชร์เผยแพร่คลิปเหตุการณ์ดังกล่าว เนื่องจากกระทบต่อสิทธิเยาวชน และอาจจะเป็นการแชร์เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมไม่เหมาะสมที่เกิดขึ้นด้วย

ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก Drama-addict ที่ได้เกาะติดประเด็นนี้ยังได้แนะนำให้ผู้ปกครองพาบุตรหลานไปปรึกษาแพทย์เชี่ยวชาญ หากเกิดภาวะทางอารมณ์ที่รุนแรงเพราะสิ่งกระตุ้นเช่นนี้ เนื่องจากพฤติกรรมดังกล่าวอาจจะพัฒนากลายเป็นความรุนแรงมากยิ่งขึ้น หากปล่อยให้กลายเป็นภาวะทางอารมณ์เรื้อรัง