สลด สาวบ้านยากจนวัย 28 ปี ใกล้จะเป็นบัณฑิต ถูกรถพ่วงเหยียบดับ

สลด สาวบ้านยากจนวัย 28 ปี ใกล้จะเป็นบัณฑิต ถูกรถพ่วงเหยียบดับ
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

สาวอายุ 28 ปี ใกล้จะเป็นบัณฑิต ขี่รถจยย.กลับไม่ถึงบ้าน ระหว่างทางเกิดไปชนเนินลาดยาง เสียหักล้มเข้าไปใต้ท้องรถ 18 ล้อพ่วงเหยียบดับ

(19 ต.ค.) เมื่อเวลา 06.30 น. สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุมีรถจยย.เสียหลักล้ม เข้าไปใต้รถ 18 ล้อพ่วง ที่บริเวณถนนเลี่ยงเมือง สกล- อุดร ตำบลหนองขอนกว้าง อ.เมืองอุดรธานี  ทำให้มีเสียชีวิต 1 ราย

ที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิตเป็นหญิง นอนคว่ำหน้าอยู่กลางถนน ทราบชื่อ น.ส.วันนิษา อายุ 28 ปี สวมเสื้อยืดสีเทา นุ่งกางเกงยีนส์ สะพายเป้สีดำอยู่ด้านหลัง ซึ่งรถจยย.ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงินดำ ที่ผู้ตายขี่มาพลิกคว่ำอยู่บนถนน

ห่างจากศพไป 100 เมตร เลยสี่แยกไฟแดง ถนนอุดร- ขอนแก่น ขาออก มีรถพ่วง 18 ล้อ สีขาวเขียว จอดอยู่ริมทาง ซึ่งเป็นรถเหยียบผู้ตาย โดยมี นายบุญช่วง อายุ 46 ปี คนขับรถพ่วง 18 ล้อ ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นายบุญช่วง คนขับรถพ่วง 18 ล้อ ให้การว่า หลังจากตนเอาหินไปส่ง อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร แล้วเดินทางจะเดินไปรับหินต่อ ที่ จ.หนองบัวลำภู แล้วขับมาจะแวะไปเติมแก๊สที่ปั๊มเสียก่อน พอถึงที่เกิดเหตุเป็นถนนเลี่ยงเมือง แต่ไปยังไม่ถึงปั๊ม มีรถจยย.ขี่แซงขึ้นมาด้านซ้าย แต่รถจยย.ได้เสียหลักล้ม เนื่องจากผิวถนนลาดยางเป็นเนินปูดขึ้นมาทำให้ถนนไม่เรียบ

แล้วคนขี่รถจยย. ตัวได้ไถลเข้าไปอยู่ใต้ท้องรถ ซึ่งตนได้พยายามจะเลี้ยวหักหลบพร้อมกับเบรกด้วย เพื่อจะไม่ให้ล้อรถด้านหลังเหยียบ แต่ก็ไม่พ้นผู้ตายถูกล้อรถเหยียบ เข้าที่ศีรษะและขาด้านซ้ายทำให้เสียชีวิตดังกล่าว

พ.ต.ท.ทวี ไชยสีดา สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า ได้ทำการสอบถามเบื้องต้นกับแม่ผู้เสียชีวิต โดย น.ส.วันนิษา ทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟอยู่ร้านอาหารในตัวเมืองอุดรธานี ได้เช่าหอพักอยู่ โดยได้หาเงินส่งตัวเองเรียน เพื่อให้จบระดับปริญญาตรีที่วิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งใน อ.เมืองอุดรธานี ซึ่งใกล้จะเรียบจบ พร้อมกับส่งเงินไปให้ทางบ้าน เพราะฐานะทางครอบครัวยากจน

โดยผู้ตายได้ขี่รถจยย. กำลังจะเดินทางกลับบ้าน อ.หนองแสง แต่รถจยย. ที่ขี่มาเสียหลักล้ม เนื่องจากผิวถนนไม่เรียบ เป็นเนินลาดยาง ทำให้ร่างไถลเข้าไปใต้รถ 18 ล้อพ่วงถูกล้อรถเหยียบ

ทั้งนี้ แพทย์ระบุว่ากะโหลกศีรษะถูกเหยียบเละ พร้อมทั้งขาด้านซ้ายหัก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงให้มูลนิธินำร่างผู้เสียชีวิตไปไว้ที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เพื่อให้ญาติไปติดนำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี ส่วนคนขับรถ 18 ล้อพ่วง จะทำการสอบปากคำเพิ่มเติม แล้วถึงดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป