"ถั่วแระ เชิญยิ้ม" เผยเหตุแยกกันอยู่กับภรรยา รับทำใจหากลูกสาวไม่คิดกลับเมืองไทย

"ถั่วแระ เชิญยิ้ม" เผยเหตุแยกกันอยู่กับภรรยา รับทำใจหากลูกสาวไม่คิดกลับเมืองไทย
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

พักหลังๆ มานี้แฟนๆ ไม่ค่อยได้เห็นผลงานของตลกชื่อดังอย่าง ถั่วแระ เชิญยิ้ม สักเท่าไหร่ ซึ่งก็มีข่าวเม้าท์ออกมาว่าถั่วแระหมดไฟเบื่อวงการแล้ว ล่าสุด ถั่วแระ เชิญยิ้ม ได้ควงภรรยา คุณตุ่น มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บ Show ทางช่อง one31 ที่มี ธัญญ่า ธัญญาเรศ และ กิ๊ฟ วรรธนะ เป็นพิธีกร พร้อมเคลียร์ข่าวเม้าท์แยกกันอยู่กับภรรยา



ช่วงนี้ห่างหายไปไหน?

ถั่วแระ : "อยู่บ้านครับ" 

งานในวงการบันเทิงล่ะครับ?

ถั่วแระ : "งานในวงการก็มันอยู่ที่ผู้จัดนะครับ ความจริงแล้วใจเรายังสู้อยู่นะครับ ไม่ใช่ว่าเราหนีหายไปไหน เพียงแต่ว่าด้วยระบบเศรษฐกิจ ด้วยเรื่องราวการแสดง ไม่ว่าจะเป็นหนัง ละคร หรืออะไรอาจจะเอาวัยรุ่น แล้วเราก็อายุมากขึ้น"

คิดว่าน้าถั่วรวยแล้วก็เลยไม่รับงาน?

ถั่วแระ : "หูย...ใครจะมารวยช่วงวิกฤตแบบนี้ไม่มีใครรวยหรอกครับ"

พูดถึงงานในวงการน้าถั่วห่างหายไปนานยัง?

ถั่วแระ : "นานมาก น่าจะ 3 ปีได้ หลังจากที่เฮง เฮง เฮง จบปุ๊บละคร หนัง ก็เริ่มห่างออกๆ"

รายได้หลักของน้าถั่วตอนนี้มาจากไหน?

ถั่วแระ : "มีร้านก๋วยเตี๋ยวบ้าง แล้วก็ฟรีแลนซ์บ้างอะไรบ้างก็พอจะจุนเจือตัวเราได้"

แต่มันมีข่าวออกมาว่าน้าถั่วไม่มีใจ ไม่มีไฟแล้วในการทำงาน?

ถั่วแระ : "ผมว่าไม่ใช่หรอกครับ คือเอาอะไรมาเกษียณกับมนุษย์ที่ไม่ใช่เงินเดือน มนุษย์ไม่มีเงินเดือนเนี่ยมันไม่มีคำว่าเกษียณหรอกครับ ยังไงเราก็ต้องสู้ ทำงานให้ได้ เพราะฉะนั้นไม่ได้ท้อ ไม่ได้ถอยไปไหน แล้วบอกไว้ก่อน เมื่อไหร่ที่จ้าง เมื่อไหร่ที่ต้องการถั่วแระไปได้ ไปทุกงานไม่ได้เลือกงานครับ เป็นตัวอะไรก็ได้ ไปครับขอให้จ้างเถอะครับ"

แสดงว่าพร้อมเสมอกับการทำงานในวงการ?

ถั่วแระ : "พร้อมครับ"

ถ้าคนนอกมองคือร้านก๋วยเตี๋ยวก็ขายดิบ ขายดี?

ถั่วแระ : "อาจจะด้วยระบบแบบนี้ 1.เป็นนายกสมาคมศิลปินตลก มีฐานะการงาน เป็นจิตอาสา แล้วก็มีธุรกิจส่วนตัวอะไรประมาณนี้ ความจริงมันต้องแยกกันนะ ต้องแยกเป็นส่วน ส่วน ส่วนว่าตัวผมทำอะไร รับงานได้ไหม ไม่ใช่เหมารวมว่ารวยแล้ว งานเยอะอยู่แล้ว ไม่ใช่ครับ"

มีบางคนส่งมาถามหรือว่าติดปาร์ตี้?

ถั่วแระ : "ปาร์ตี้อะไรอ่า ไม่ค่อยมีงานรื่นเริง มีแต่งานจิตอาสาโดยตลอดเลย เป็นคนที่มีใจจิตอาสานะ ช่วงนี้ก็ยังทำอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงนี้ก็รับเป็นนายกสมาคมเชียร์ไทย โดยเจ้าคุณอลงกตมอบตำแหน่งให้เป็นนายก แล้วยังมีเรื่องราวของจิตอาสาอีกเยอะมากที่จะต้องทำ"

แล้วความสัมพันธ์ของน้าตุ่นแล้วน้าถั่วเป็นยังไงบ้าง?

น้าตุ่น : "แยกบ้านกันอยู่ ถ้าเราอยู่ด้วยกันมันต้องมีปัญหาแน่ๆ เลย เพราะว่าเขาจะกลับไม่เป็นเวลา ถ้าเกิดอยู่บ้านเดียวกันก็จะมีคำถามว่า ไปไหน, ทำไมเพิ่งกลับ"

แล้วใครเริ่มก่อน วันหนึ่งฉันอยากจะแยกบ้านอยู่ ใครเป็นคนเริ่มประโยคก่อน?

น้าตุ่น : "เขา เพราะว่าเรามีบ้านอยู่ด้วยกันใช่ไหม ทีนี้บ้านตรงข้ามจะขายเราก็เลยซื้อเพื่อที่จะให้ลูกเราอยู่ พอสร้างเสร็จ ซ้อมเสร็จไม่มีใครอยู่ ก็หาโอกาสจากขยับไปอยู่ห้องลูกสาวในบ้านหลังเดียวกันกับเรา ไม่ถึง 5-7 วัน ขยับไปเรื่อยๆ ก็ไปอยู่บ้านหลังนู้นเลย"

ทำไมน้าถั่วตัดสินใจพูด ก็รู้อยู่ว่าสามี-ภรรยา เวลาอยู่ด้วยกัน ถ้าหนึ่งวันไม่คุยกัน สองวันไม่คุยกัน สามวันไปย้ายห้องนอน สี่วันย้ายบ้านแล้ว?

น้าถั่ว : "เป็นพี่ พี่จะย้ายไหม หลานเต็มบ้าน"

น้าตุ่น : "คือมันจะเป็นเด็กที่เราอุปการะ คือลูกของพนักงาน เราต้องเลี้ยงลูกพนักงานด้วย"

น้าถั่ว : "นอนกับเขา แล้วเราควรไปนอนด้วยไหม คือสรุปอย่างนี้ดีกว่าเดี๋ยวจะไปกันใหญ่ ความจริงเราไม่ได้เตียงหัก เราไม่ได้อะไรกันเลย เราสามารถที่จะปกครองครอบครัวของเราได้อย่างดีที่สุด" 

เกี่ยวไหมพอมีเด็กเข้ามาทำให้ความสวีทของสามีภรรยามันก็เลยจืดจางไป?

น้าถั่ว : "ไม่เกี่ยวหรอกครับ ด้วยวัยมากกว่า พอใกล้แล้วบอกว่าเป็นตะคริว แต่เราก็ห่างกันไม่ได้ เราเคยสัญญาและสาบานกันว่าจะจับมือกันแน่นๆ ไปนานๆ เรายังอยู่ในผ้าห่มผืนเดียวกันตลอดไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็แล้วแต่เราจะอยู่ในผ้าห่มผผืนนั้นตลอด แล้วเราจะจับมือกันเดินไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะมีอะไรกันก็แล้วแต่ นี่คือคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ เพราะฉะนั้นผมจะโกรธหรือเตียงหักได้ยังไง มันไม่มีอะไร เพียงแต่ว่าต่างคนต่างทำมาหากิน"

น้าตุ่น : "ไม่อยากจะใกล้กันแล้ว"

คบกันมา 40 ปี น้าถั่วมีนอกลู่ นอกทางบ้างไหม?

น้าถั่ว : "ไม่มีผู้ชายคนไหน ไม่มีแผลกลางหลังหรอกครับ มันเป็นลิ้นกับฟัน บางทีเราเป็นนักแสดง บางทีทั้งคนดู นักร้อง นักแสดง บางทีมันก็เกินเลยก็มีบ้างเขาก็ไม่เคยจะบ่นอะไรทั้งนั้น ผมก็ไม่รู้ว่าผมผิดอะไร แต่มันก็ไม่แน่นอนหรอกครับ"

เราใช้คำนี้ได้ไหม เราแยกกันอยู่เพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่าย?

น้าตุ่น : "ใช่"

น้าถั่ว : "ตั้งแต่รัก แต่งงาน กันมา 40 กว่าปีไม่เคยตบ ไม่เคยตี ไม่เคยดุ ไม่เคยด่า"  

ลูกที่เรียนอยู่อเมริกาเป็นยังไงบ้าง?

น้าถั่ว : "เรียนจบแล้ว ตอนนี้กำลังหางานทำอยู่ ยังไม่กลับมา" 

เห็นน้าถั่วบอกว่าลูกสาวปล่อยให้ทำอะไรเองตั้งแต่เล็กๆ ?

น้าถั่ว : "ใช่ ให้เขาช่วยดูแลตัวเอง ไม่ว่าจะอาบน้ำกินข้าว ใส่ถุงเท้า รองเท้า ให้เขาแยกห้องตั้งแต่อนุบาล"

แยกห้องตั้งแต่อนุบาล พ่อแม่ทำใจได้เหรอ?

น้าถั่ว : "มันต้องทำ ตอนนั้นเราก็เปิดร้านอาหาร ช่วยกันดูแล มันไม่มีเวลา เราก็มุ่งแต่ตลก กว่าจะกลับก็เที่ยงคืน ตี 1"

น้าตุ่น : "ลูกสาวก็ไปอยู่ต่างประเทศประมาณ 5 ปี ก็ไปเรียนจบโทมา 3 ปีแล้ว พอเขาจบเสร็จก็กลับมาฉลองที่กรุงเทพฯ แล้วก็กลับไปอเมริกาต่อ"

ทำไมเขาไม่อยู่ที่นี่?

น้าตุ่น : "เขาไม่อยากอยู่ เขาอยากค้นหาตัวเองอยู่ที่เมืองนอก"

คุณพ่อ คุณแม่เสียใจไหม?

น้าตุ่น : "ตอนแรกสัญญากันว่าจะกลับมาแล้วนี่เขาไม่กลับก็ไม่รู้จะพูดยังไง"

เห็นว่าช่วงที่ลูกใกล้จะเรียนจบช่วงนั้นมีค่าใช้จ่ายด้วย?

น้าถั่ว : "ใช่ครับ"

ช่วงนั้นงานในวงการของน้าถั่วก็เริ่มน้อยลงด้วย กระทบไหม?

น้าถั่ว : "ก็โยนให้แม่เขาหมด"

น้าตุ่น : "ตอนนั้นเราก็บูมเรื่องก๋วยเตี๋ยวก็เลยมีเงินก้อนหนึ่ง เขาก็มาบอกว่าเขาจะไปเรียนเมืองนอก"

ถ้าตอนนี้ลูกสาวบอกจะไม่กลับไทยแล้ว ถ้าถั่วกับน้าตุ่นโอเคไหม?

น้าตุ่น : "ต้องโอเค มันห้ามกันไม่ได้อยู่แล้ว เขาอยากจะไปตั้งรกรากอยู่ที่นั่นอยู่แล้ว"

แล้วคุยกันบ่อยไหม?

น้าตุ่น : "ไม่ค่อยบ่อย ใช้โทร.คุย บางทีก็เป็นเดือน บางทีเดือนละครั้ง บางทีสองเดือน บางทีคุยกันไม่รู้เรื่องก็ต้องเลิกคุยกัน"

น้าถั่ว : "ทุกวันนี้เขาก็มาบอกว่าทุกวันจันทร์หนูจะโทร.หาพ่อ เวลาประมาณนี้ พ่อรับสายหนูด้วยนะ เราก็บอกว่าได้เลย มีอะไรก็โทร.มาหาพ่อได้ทุกเวลาไม่ต้องนัดแนะพ่อเลย ถ้าพ่อรู้ว่าหนูโทร.มา เดี๋ยวพ่อก็จะโทร.กลับ"

ติดตามรายการคุยแซ่บ Show ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 13.30-14.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama