ฉันก็สู้คน "กบ สุวนันท์" เปิดตัวตนเบื้องหลังนางเอกเจ้าน้ำตาที่ไม่ได้ร้องไห้เป็นแค่อย่างเดียว

ฉันก็สู้คน "กบ สุวนันท์" เปิดตัวตนเบื้องหลังนางเอกเจ้าน้ำตาที่ไม่ได้ร้องไห้เป็นแค่อย่างเดียว

หากพูดถึงนางเอกตำนานจอแก้ว เชื่อว่าชื่อที่ทุกคนต้องคิดถึงเป็นอันดับแรกคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากนางเอกเจ้าน้ำตา กบ-สุวนันท์ คงยิ่ง หรือ กบ-สุวนันท์ ปุณณกันต์ ที่โลดแล่นในวงการบันเทิงมีผลงานละครสร้างชื่อนับไม่ถ้วน อาทิ ดาวพระศุกร์, สายโลหิต, ทัดดาวบุษยา, ด้วยแรงอธิษฐาน และอีกมากมาย ส่งผลให้เธอกลายเป็นนางเอกเบอร์หนึ่งที่มีคิวถ่ายละครแทบทุกวันติดต่อกันแบบเรื่องชนเรื่องตั้งแต่เป็นเด็กสาววัยใส และด้วยคาแร็กเตอร์นางเอกสาวคนดี ร้องไห้เก่ง ทำให้ผู้ชมอินตาม รักนางเอกคนนี้เสมือนญาติของตัวเองคนหนึ่งและกลายเป็นดาวค้างฟ้าดาวที่อยู่ในใจแฟนละคร มีแฟนๆ คอยถามไถ่ถึงผลงานเสมอมา

และตอนนี้สาวกบก็ได้ฉีกคาแร็กเตอร์นางเอกชีวิตรันทด สาวเจ้าน้ำตามารับหน้าที่เป็นกรรมการรายการประกวดร้องเพลง "The Golden Song เวทีเพลงเพราะ" ช่องวัน 31 ซึ่งเป็นบทบาทใหม่ที่แฟนๆ ไม่เคยได้เห็นมาก่อน โอกาสพิเศษแบบนี้เราจึงขอบุกไปหานางเอกในตำนานถึง แอ็กซ์ สตูดิโอ สถานที่ถ่ายทำรายการThe Golden Song เวทีเพลงเพราะ เพื่อพูดคุยถึงการมารับหน้าที่กรรมการรายการนี้ พร้อมเจาะลึกตัวตนที่แท้จริงของดาวค้างฟ้าคนนี้ที่รับรองว่าคาดไม่ถึงอย่างแน่นอน

พลิกบทบาทมานั่งเป็นกรรมการประกวดร้องเพลงกระแสตอบรับเป็นยังไงบ้าง?

"ฟีดแบ็คกลับมาดีมาก คนชอบรายการโดยรวมทั้งหมดเพราะรายการเพลงลักษณะนี้ยังไม่เคยมี เป็นเพลงที่ทุกคนร้องตามได้ ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อคุณแม่หรือรุ่นลูกๆ คนจะชื่นชอบตัวรายการมาก ส่วนตัวกบเองครั้งนี้ถือว่าเป็นโอกาสครั้งแรกที่ได้ทำงานแบบนี้ ได้มานั่งเป็นกรรมการซึ่งก็ถือว่าผ่าน เพราะคนไม่ได้เข้ามาติติงอะไรเราก็แฮปปี้"

ทำไมถึงตัดสินใจรับมาเป็นกรรมการเวทีนี้?

"เริ่มแรกเลยกบเคยได้มีโอกาสได้ร่วมเป็นกรรมการรายการหนึ่งของช่องวัน เป็นกรรมการรับเชิญรายการ "ดวลเพลงชิงทุน" กบเป็นคนชอบฟังเพลงอยู่แล้วแต่ครั้งนั้นเป็นประกวดเพลงลูกทุ่ง ซึ่งกบก็คุ้นอยู่บ้าง กบก็ฟังเพลงลูกทุ่งนะไม่ใช่ไม่ฟังเลย เราก็ลองไปทำดู จากโอกาสในครั้งนั้นเลยทำให้ได้รับการติดต่อให้มาทำโปรเจ็กต์นี้ ทางทีมงานอาจจะเห็นว่าเราพอทำได้และเขาอยากได้กรรมการที่เป็นตัวแทนของคนดูบ้างเพราะการมาเป็นกรรมการในรายการนี้เขาไม่ได้ให้กบมาฟังมาตัดสินเรื่องของเพลงจ๋ามากขนาดนั้น แต่กบดูในส่วนที่เราพอจะทำได้มาฟังในเรื่องของอารมณ์ การสื่อสารอะไรแบบนั้นมากกว่ากบก็เลยคิดว่าเราทำได้"

กรรมการรายการ the golden song

 

กำลังจะมีซีซั่น 2 ตามมาติดๆ ใช่ไหม?

"ใช่ค่ะ ดีใจมากๆ ตอนนี้เปิดรับสมัครแล้ว จนถึงวันที่ 16 ต.ค. นี้ค่ะ ต้องรีบมาสมัครกันเลยนะคะ กบเองก็มีความสุขเพราะกบมีความสุขกับการได้ทำรายการนี้จริงๆ ค่ะ และเชื่อว่าคนดูจับทางไม่ถูกแน่นอน เซอร์ไพรส์เยอะ ขนาดกบเป็นกรรมารเองยังไม่รู้เลยว่าแต่ละครั้งเราจะเจออะไรบ้างสนุกมากจริงๆค่ะ กบฝากติดตามรายการ The Golden song เวทีเพลงเพราะ ดัวยค่ะ เป็นรายการที่สร้างความสุขให้ทุกคนในครอบครัวได้จริงๆ ทำให้หลายๆ คนผ่อนคลายจากโลกภายนอกได้ดี จากวันที่เราผ่านอะไรมาเยอะ แล้วเราโหยหาความสุขวัยเด็ก รายการนี้เราจะได้ฟังเพลงที่เหมือนพาเราย้อนกลับไปวัยนั้น ได้ฟังเพลงที่พ่อแม่ชอบฟัง กบว่าสิ่งต่างๆเหล่านี้มันเติมพลัง เติมความสุขให้กับใจเราได้ดีมากเลย เพลงเพราะมาก เป็นการแข่งขันร้องเพลงที่ไม่เครียด เป็นเวทีแห่งความสุข ไม่รุนแรง (หัวเราะ) ไม่ได้มีการคอมเมนต์รุนแรงหรือดราม่าจนคนดูเครียดตาม กบมองว่าการที่คนเขามานั่งดูนั่นคือช่วงเวลาความสุขที่คนในครอบครัวได้มาใช้เวลาร่วมกัน เป็นเพลงที่คุณพ่อคุณแม่ต้องร้องได้ ในขณะที่คุณลูกก็ต้องชอบ บางเพลงพ่อแม่ฟังแล้วได้ย้อนไปถึงอดีตได้ถ่ายทอดให้ลูกๆฟัง บางทีลูกบางคนอาจจะได้เห็นคุณพ่อคุณแม่ร้องตามเพลงนั้นๆด้วย อะไรจะสุขเท่าลูกได้เห็นพ่อแม่เรามีความสุขจริงไหมคะ"

รู้ไหมว่าคนชอบที่ได้เห็นมุมตลกๆ ของ กบ สุวนันท์ ?

"กบอยู่วงการมานานก็จะมีภาพที่คนคิดว่า "สุวนันท์" จะต้องเรียบร้อย น่าสงสาร ร้องไห้เก่ง ซึ่งจริงๆ ต้องบอกว่าจริงๆ แล้วตัวกบเป็นคนสนุกๆ และในการทำรายการนี้กบมีความสุขมากมันเลยทำให้เราเป็นตัวของตัวเองได้เต็มที่ได้เจอผู้ร่วมงานที่น่ารักมากกันทุกคนทำให้เรารู้สึก สบายเนื้อสบายตัว โดยเฉพาะกรรมการแต่ละคนที่มารวมตัวกัน พี่โจ้ สุธีศักดิ์, แม่เมาท์-สุดา ชื่นบาน, น้องกัน นภัทร ที่กบแปลกใจมากว่าเรามาเจอกันแค่ไม่กี่ครั้งแต่เราทำไมถึงสนิทกันมากได้เลยในทันที นี่คือความสบายใจส่วนหนึ่งที่ทำให้กบเป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่"

กบ สุวนันท์

นอกจากเป็นกรรมการ รายการThe Golden Song แล้ว ละครก็กำลังจะได้เห็นเร็วๆ นี้ด้วย?

"ตอนนี้มีละครเรื่อง "รักแลกอุ้ม" กับทางช่องวันนี่แหละค่ะ ฟิตติ้ง เปิดกล้องกันไปแล้ว เล่นกับพี่ป้อง ณวัฒน์, น้องโดนัท มนัสนันท์, พี่ดอม เหตระกูล และนักแสดงอีกเยอะมาก"

กดดันไหมแฟนละครรอคอยละครของเราเยอะมาก?

"กบก็เสียวๆ เหมือนกันนะ (หัวเราะ) คาแร็กเตอร์เรื่องนี้ คือ กบตัดผมสั้นเพื่อให้ดูคล่องตัวขึ้น เพราะในเรื่องเล่นเป็นตัวแสบ ไม่ใช่นางเอกแบบที่เคยเห็นกันมาที่จะมานั่งร้องไห้ ดราม่าหนักๆ บทนี้จะเป็นตัวเดินเรื่องที่แสบมากๆ พูดจริงๆ ก็มีส่วนที่เหมือนตัวจริงกบนะ เพราะความจริงกบไม่ใช่คนยอมคนนะ บางทีฉันก็สู้คนนะคะ(หัวเราะ) ถ้าถามในแง่ของเรตติ้งจะต้องถล่มทลาย หรือ สมการรอคอยของคนดูอันนี้กบก็เสียวๆ เนาะ เพราะไม่รู้ว่าคนดูเขารอดูเราร้องไห้ หรือ พร้อมจะยอมรับความแสบของตัวละครตัวนี้หรือเปล่าค่ะ หลังจากภาพฟิตติ้งออกไปก็มีฟีดแบ็กกลับมาจากแฟนละครเหนียวแน่นของเราเพราะเขาก็รอละครกบมา 2 ปี แต่ส่วนใหญ่แฟนละครจะคาดหวังว่าอยากเห็นกบร้องไห้ดราม่าจะเป็นจะตาย บางครั้งกบก็อยากบอกว่า เอ่อ..ดิฉันไม่ได้ร้องไห้เป็นอย่างเดียวนะคะ (หัวเราะ) ร้องไห้หนักๆ บางทีก็เหนื่อยบ้างนะคะ"


ละคร รักแลกอุ้ม

"อย่างเรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งความท้าทายของกบที่อยากทำดูบ้าง เพราะมีโอกาสได้คุยกับ พี่ป้อน นิพนธ์ ว่ากบร้องไห้ทุกเรื่องบางทีกบก็เบื่อ อันนี้ต้องพูดจริงๆ เพราะเบื่อการร้องไห้ และยิ่งเราเล่นแต่บทร้องไห้ที่เราเล่นมาตลอดอยู่แล้ว ในแง่การทำงานพัฒนาฝีมือของเรามันก็ไม่หลุดจากเซฟโซนสักที เพราะเราจะมีวิธีเล่นแบบเดิมๆ แต่พอมาถ่ายเรื่องนี้หลุดจากกรอบเดิมของเรา เรางงเลยค่ะ เล่นไม่ถูกเลย ต้องเล่นแค่ไหนถึงจะพอดี เป็นตัวแสบต้องแสบแค่ไหนถึงจะไม่กลายเป็นตัวร้ายเพราะตัวร้ายมันกึ่งไปทางการทำเลว แต่ตัวแสบคือ สู้คน ไม่ยอมคน ไม่ทำเลวแต่เอาเรื่องนะ นี่คือความท้าทายที่กบอยากทำค่ะ และเรื่องนี้เล่นเหมือนไม่ต้องเล่นเลย เหมือนตัวเองมาก (หัวเราะ)"

 ตัวตน "กบ สุวนันท์" แสบแค่ไหน?

"เมื่อก่อนอาจจะแสบกว่านี้ แต่ด้วยอายุ ด้วยสถานะภาพ ด้วยความเป็นคุณแม่ ตอนนี้ก็ไม่ได้แสบมาก และกบเป็นคนไม่หาเรื่องใคร แต่เป็นคนไม่ยอมคน ถ้าหมั่นไส้ใครอะไรก็จะไม่ยุ่ง เป็นสไตล์ไม่ยุ่ง ไม่เข้าไปปะทะ แต่ตัวละครในรักแลกอุ้มคือปะทะค่ะ (หัวเราะ) ซึ่งต่างจากตัวจริงของกบคือ ฉันไม่ยุ่งกับใคร แต่ถ้ามายุ่งกับฉันฉันไม่ยอมนะ ใครมาว่าเราถ้าไม่มากจนเกินไปเราก็นิ่ง แต่ถ้าเกินไปเราก็สู้นะ"

คนเข้าใจผิดกันทั้งประเทศว่า "กบ สุวนันท์" เป็นคนเรียบร้อย ใช่ไหม?

"กบเป็นคนสนุกๆ นะ ตัวตนจริงๆ ออกแนวบอยๆ แมนๆ ลุยๆ มากกว่า เป็นคนสนุกสนาน แต่ไม่ได้ยอมคนแบบเรียบร้อย ยอมทุกเรื่องทุกอย่างอะไรแบบนั้น เป็นคนตรง อะไรถูกว่าไปตามถูก อะไรผิดว่าไปตามผิด ถ้าทำผิดเรายอมรับผิดแต่ถ้าฉันถูก ฉันก็สู้ตายนะ ซึ่งเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว เพียงแต่ว่าด้วยลุค ด้วยคาแร็กเตอร์จากละครที่คนเห็นกบเป็นลุคสาวเรียบร้อยยอมคน บวกกับในยุคๆ หนึ่งของวงการบันเทิงไทย ตอนนี้กบอยู่วงการมา 25 ปี ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปี ที่แล้วตอนนั้นคนชอบคนเรียบร้อย ยุคนั้นยังไม่เปิดกว้างพอสำรับคนที่ลุกขึ้นมาตอบโต้ทุกคนในทุกเรื่อง ไม่ชอบคนที่พูดเร็วๆ"

ละคร สายโลหิต

"อย่างกบอยู่กองถ่ายฯ มีแต่ผู้ชายพูดทะลึ่งตึงตังกบอยู่ได้หมด เพียงแต่ว่ายุคนั้นผู้หญิงยังไม่ได้รับการยอมรับให้ทำแบบนั้นได้ ไม่ยอมรับให้ มึงมาพาโวย พูดจาไม่เพราะอะไรแบบนั้น เพราะฉะนั้นเวลาเราไปออกรายการต่างๆ ลุคของเราก็จะเป็นลุคนั้น เรายังคงต้องคีพลุคแบบนั้นไว้ ซึ่งตอนนี้คนรับได้มากขึ้น กบก็ยังรู้สึกว่าเวลากบฉีกจากบทเดิมๆไปเล่นบทใหม่เราควรจะทำอะไรแค่ไหนเพราะคนเขาไม่เคยเห็นเราในรูปแบบนั้นเลย และในบางครั้งคนที่เป็นแฟนคลับกบจริงๆ ในรุ่นหนึ่งอาจจะไม่ชอบ เขาอาจจะรับไม่ได้ในความพูดเร็ว ห้าวหาญ ไม่ยอมคน เพราะคาแร็กเตอร์แบบนี้ดูไม่นางเอกอะไรแบบนั้น แต่สำหรับคนรุ่นใหม่ก็เข้าใจ เพราะสมัยนี้ต้องสู้คนค่ะ”

ในยุคที่เราดังมากๆ เราต้องแบกรับความคาดหวังของผู้คนมากมาย รู้สึกเครียดหรือกดบ้างไหม?

“ตอนนั้นด้วยความที่จำนวนนักแสดงไม่ได้เยอะเหมือนทุกวันนี้ คนก็จะรู้จักเราเพราะเราก็เป็นเหมือนนางเอกช่อง 7 ที่เล่นละครวนไปเรื่อยๆเพราะตอนนั้นนางเอกก็มีอยู่ไม่กี่คน ตอนนั้นคนจะเน้นดูละคร หนังก็ไม่ดู ทำให้เขาเห็นเราตลอด แต่ถามว่าเราแบกรับความคาดหวังเยอะไหมก็เยอะเหมือนกันนะคะ แต่ไม่ได้ถึงขนาดทำให้เราทรมาน ไม่ไหวแล้ว เยอะเกินไปอะไรขนาดนั้น และช่วงนั้นอาจจะเพราะกบอยู่แต่ในกองละครถ่ายเรื่องชนเรื่อง ไม่ได้ไปพบเจอใครนอกจากคนในกองถ่ายทำให้เราไม่ค่อยรู้เรื่องฟีดแบ็กสักเท่าไหร่ แต่เวลาเราออกไปคนดูส่วนมากก็เข้ามาแต่ความรู้สึกบวกๆ ชอบละครอะไรแบบนั้น ไม่มีใครมาด่ากัน เลยไม่ได้สร้างแรงกดดันให้เรามากขนาดนั้นค่ะ แต่อาจจะรู้สึกในแง่ของผลงานที่ออกไปมากกว่า สมมติว่าเรื่องนี้ตอบรับดี แต่อีกเรื่องไม่ดีอันนี้เราก็เริ่มคิดละว่าเราทำตรงไหนไม่ดีบ้าง”

บทดราม่าของกบ สุวนันท์

มีช่วงหมดพลังบ้างหรือเปล่า?

“เหนื่อย ตอนนั้นรู้สึกเหนื่อยจังเลยจนบ่นกับพี่ผู้จัดการว่าจะไม่เล่นละครแล้วนะ เหนื่อยมาก ไม่อยากเล่นแล้ว พอมีโอกาสก็บอกผู้ใหญ่ว่าขอพักสักเดือนเพราะไม่ไหวแล้วจริงๆ ซึ่งก็ได้พักนะ พอเราได้พักเราก็ดีขึ้น ได้ไปเล่นกีฬา ไปเล่นสเก็ต ไปออกกำลังกาย ไปเรียน ไปดูหนังบ้าง ซึ่งต้องบอกว่าน้อยมาก (ลากเสียง) พอบทเรื่องใหม่มาเราก็รู้สึกว่าโอเคเราได้พักแล้วเราก็ทำต่อได้ แล้วตอนนั้นเรายังเป็นเด็กที่ไม่ได้ใช้ชีวิตที่ไหนเลยนอกจากกองถ่าย นอกจากเหนื่อยเราก็เบื่อด้วย แต่พอพักแล้วอ่านบทก็รู้สึกสนุกก็เล่นอีกวนไป แต่บางเรื่องที่เราไม่ได้อยากเล่นแต่ต้องเล่นก็มีนะ เพราะเหมือนเราเข้ามาทำตรงนี้แล้วเราก็ต้องทำให้เสร็จสิ้น ต้องบอกตรงๆว่า บางครั้งไม่ใช่กบจะแฮปปี้กับทุกงานที่ทำนะ แต่สิ่งที่เราคำนึงถึงคือความรับผิดชอบ เราลงมือไปแล้ว เช่น เปิดกล้องไปแล้ว แต่ถ่ายไปแล้วไม่ชอบไม่สนุก เราก็หยุดไม่ได้เพราะเราต้องรับผิดชอบ”

กบ สุวนันท์

เคยคิดอยากไปทำอาชีพอื่นบ้างหรือเปล่า?

“ไม่รู้จะทำอาชีพอะไรเลยกบพูดจริงๆ เพราะกบเริ่มตรงนี้มาตั้งแต่เด็ก เอาจริงๆ ตอนเด็กๆ อยากเป็นหมอ แต่ไม่ได้แล้วล่ะ เราไม่ได้เรียนหนักขนาดนั้นเราทำแต่งาน พูดตรงๆ ทุกวันนี้ยังงงว่าอะไรคือสิ่งที่เราชอบ อะไรที่เราอยากอยู่กับมันจริงๆ เพราะกบเชื่อว่าเมื่อเราได้ทำในสิ่งที่เรารักเราชอบ และทำแล้วมีความสุข เราจะทำมันได้โดยไม่เหนื่อยและไม่เบื่อ ตอนแรกที่ได้เข้ามาก็สนุก ไม่ใช่สนุกที่มีชื่อเสียงอะไรนะ แต่สนุกที่ได้ทำโน่นนี่นั่น แต่พอมันผ่านเวลามา 20 ปี เราก็เหนื่อย และด้วยความที่เราเริ่มอาชีพนี่ตั้งแต่เด็กทำให้เราไม่ได้มีเวลาไปเรียนหาความรู้ในวิชาชีพอื่นแต่กบเป็นคนชอบเขียน และที่ชอบที่สุดคือสอน ถ้าไม่มาเป็นนักแสดงอาจจะเป็นครูโรงเรียนอนุบาลเพราะชอบสอน และชอบเด็ก จนเรามีลูกเองเราไม่อยากเป็นครูอนุบาลแล้ว (หัวเราะ) เพราะอยู่กับเด็กเหนื่อยมาก (ลากเสียง) หรืออีกอย่างคงพวกนักให้คำปรึกษาต่างๆ ชอบฟังคน ให้คำปรึกษา ถึงตัวเองจะทำได้บ้างไม่ได้บ้าง(หัวเราะ) แต่ตอนนี้ไม่ไปไหนยึดเก้าอี้กรรมการรายการนี้แล้วเพราะแฮปปี้มาก แล้วอีกอย่างคือ กำลังจะเปิดร้านไอติม แต่เดี๋ยวรอบอกพร้อมๆ เปิดตัวอีกทีเดือน พ.ย. นี้ กบกับพี่บรู้คอยากทำเพราะลูกเลยค่ะ”