เย้ยขสมก.ขโมยรถเมล์ทิ้งโคราช
ทุกคนที่ได้สดับตรับฟังเรื่องนี้ไม่งงก็อมยิ้ม พลางคิดไปไกลต่างๆ นานาว่าใครกันหนออุตริถึงขั้นขโมยรถโดยสารประจำทางคันเบ้อเริ่ม จะขับไปทางไหนก็เป็นที่ผิดสังเกต ไอ้คนขโมยมันเมาหรือบ้าไม่เต็มบาทเต็มหุนหรือเปล่า !?! สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในหัวของใครหลายคนที่ได้ยินได้ฟังข่าว โจรขโมย รถเมล์ สีครีมแดง สาย 24 จากอู่รถประจำทางใกล้สถานีขนส่งหมอชิตใหม่ เมื่อตอนตีสี่ วันที่ 11 มิถุนายน ที่ผ่านมา รถสายดังกล่าววิ่งระหว่างประชานิเวศน์ 3-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หมายเลขข้างรถ 8-50206 ทะเบียน 12-0085 กรุงเทพมหานคร ที่สำคัญเป็น รถเมล์ ฟรีจากภาษีประชาชน คดีที่ค่อนข้างพิลึกพิลั่นนี้เกิดขึ้นตอนตีสี่ แต่กว่าทุกคนจะรู้ว่า รถเมล์ ในอู่หายไปก็ปาเข้าไปรุ่งเช้า เมื่อคนขับ รถเมล์ สาย 24 ทยอยนำรถออกไปวิ่งตามปกติ จู่ๆ คนขับรถคันที่ว่าก็หารถตัวเองไม่เจอ ค้นหาจนทั่วจนมั่นใจแล้วว่าถูกขโมยไป เพราะ รปภ.อู่สังเกตเห็นวัยรุ่นคนหนึ่งขับออกจากอู่ไปตามปกติ เข้าใจว่าเป็นคนขับรถเจ้าประจำจึงไม่เอะใจอะไร สุดท้ายจึงแจ้งให้ อภิวัฒน์ แสงประทุม หัวหน้าส่วนกองเดินรถที่ 1 เขต 8 องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) วัย 28 ปี ทราบแล้วเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ ตอนที่ลูกน้องมาบอกผมตกใจมาก คิดว่าเป็นไปได้อย่างไร รถประจำทางคันใหญ่ใครจะเอาไป เลยเรียกลูกน้องทั้งหมดมาสอบถาม ก็ไม่มีใครรู้ใครเห็น แล้วก็ไม่มีลูกน้องคนไหนขับออกไปเลย พอสอบถาม รปภ.บอกว่าเห็นวัยรุ่นขับออกไปเท่านั้นละ แรกๆ อภิวัฒน์เข้าใจไปใน 2 ทิศทาง คือ เกิดจากการกลั่นแกล้ง จากนั้นก็นึกทบทวนว่าเคยไปก่อศัตรูที่ไหนเอาไว้บ้าง สร้างความขุ่นข้องหมองใจไว้กับลูกน้องคนใดหรือเปล่า สุดท้ายก็ได้คำตอบว่าไม่มี ที่สำคัญลูกน้องในอู่ก็สมัครสมานสามัคคีกันดีอยู่ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมาจากสาเหตุนี้ จึงเหลือประเด็นขโมยไปชำแหละเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ 20 ปีก่อน...นั่นทำให้เขาและเพื่อนร่วมงานเริ่มเป็นกังวล รถเมล์ สีครีมแดงแรกซื้อมีราคา 1.3 ล้านบาท หากสูญหายไปคนที่เกี่ยวข้องอาจจะต้องเฉลี่ยเงินกันชดใช้ค่าเสียหาย แม้ว่าเมื่อผ่านการใช้งานมาระยะหนึ่งแล้วราคาจะไม่สูงเหมือนแรกซื้อ แต่ก็เป็นเงินมากพอให้ทุกคนวิตกกังวล นอกจากนี้ ยังมีเรื่องตั้งกรรมการสอบสวนและมีโทษทางวินัยตามมาด้วย ดังนั้น ทุกคนจึงช่วยกันตามหารถ โดยอภิวัฒน์เดินทางไปแจ้งความ ที่เหลือประสานงานไปยังสถานีวิทยุ จส.100 และ สวพ.91 ให้ช่วยประชาสัมพันธ์ติดตาม รถเมล์ สาย 24 ที่สูญหายไป โดยขอความร่วมมือจากผู้ใช้รถใช้ถนนช่วยกันเป็นหูเป็นตาแล้วแจ้งเบาะแสผ่านรายการ นอกจากนี้ ยังมีพนักงานอีกกลุ่มที่ขับรถส่วนตัวแยกย้ายกระจายกันติดตามไปยังเส้นทางสายต่างๆ เช่น นครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี สมุทรสาคร ชลบุรี สมุทรสาคร สระบุรี และนครนายก แต่ก็ไม่พบวี่แววและเบาะแสใดๆ แต่ทุกคนก็ยังมีความหวัง เพราะลิมิตน้ำมันในถังมีเพียง 90 ลิตรจากความจุทั้งหมด 150 ลิตร ทุกคนจึงเชื่อว่าน่าจะไปได้ไม่ไกล หรือถ้าแวะเติมน้ำมันทุกคนคงจะสังเกตเห็นบ้าง ในที่สุดความพยายามของพนักงาน ขสมก.ทุกคนก็ได้รับการตอบแทนเป็นความสำเร็จ แม้จะไม่ได้เกิดขึ้นโดยตรง แต่พวกเขาก็ได้ รถเมล์ คืน เมื่อพนักงานวิทยุ สน.บางซื่อ ได้รับการประสานจากตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา ว่ามีชาวบ้านพบรถประจำทางสาย 24 จอดอยู่ข้างโบสถ์วัดศาลาลอย จึงรายงานให้ พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ ผลวานิชย์ ผกก.สน.บางซื่อ แล้วแจ้งไปยังหัวหน้ากองเดินรถให้ไปตรวจสอบ และนำรถกลับมาไว้ที่อู่ ทันทีที่ได้รถกลับคืนมา อภิวัฒน์ หัวหน้ากองเดินรถได้สำรวจความเสียหายคร่าวๆ พบว่ามีความเสียหายเกิดขึ้นกับตัวรถรวม 5 จุด ได้แก่ บริเวณกระจกหน้าซ้ายแตก กันชนหน้าซ้ายบุบ กระจกมองข้างซ้ายชำรุด ตัวถังซ้ายบริเวณซุ้มล้อหน้า ช่วงกลาง และท้ายบุบ บริเวณกันชนท้ายยุบ ค่าเสียหายประเมินไว้เบื้องต้น 2 หมื่นบาท จากการสอบถามข้อมูลจากพยานที่เห็นเหตุการณ์ ระบุว่า คนที่ขับ รถเมล์ สาย 24 มาจอดไว้ที่วัดศาลาลอยเป็นวัยรุ่น รูปร่างผอม สูง ผิวค่อนข้างดำ สวมเสื้อสีดำ กางเกงยีน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะช่วยให้ ขสมก.และผู้เกี่ยวข้อง ทบทวนมาตรการรักษาความปลอดภัยทรัพย์สินมากยิ่งขึ้น เนื่องจากหลังเกิดเหตุทำให้หลายฝ่ายได้รู้ว่า รถเมล์ ที่จอดอยู่ในอู่จะมีกุญแจรถเสียบคาอยู่ทุกคัน หรือถ้าไม่มีก็สามารถใช้กุญแจดอกอื่นเสียบแทนได้ ที่สำคัญนอกจาก รปภ.ที่ดูแลอยู่บริเวณประตูทางเข้าออกแล้ว ไม่มีวิดีโอวงจรปิดหรืออุปกรณ์อื่นใดคอยสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่เลย
หยุดคิดถึงเรื่องเช่าหรือซื้อ รถเมล์ ใหม่ แล้วหันมาให้ความสำคัญกับที่มีอยู่บ้างก็ดี !?!
ข่าวที่เกี่ยวข้อง ปชป.โต้กลับพท.อภิปรายแก้เกี้ยวป้ายสีรัฐบาล อภิปรายพรก.กู้เงิน(3)
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

