อดีตปลัด อบต.กัดฟันสู้ โดนแกล้งถึงขั้นถูกปลด ซ้ำสกัดไม่ให้เงินบำนาญ 9 ปี

อดีตปลัด อบต.กัดฟันสู้ โดนแกล้งถึงขั้นถูกปลด ซ้ำสกัดไม่ให้เงินบำนาญ 9 ปี
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

อดีตปลัด อบต.ไม่ยอมร่วมวงทุจริตด้วย ถูกกลั่นแกล้งถึงขั้นปลดออกจากราชการ ซ้ำยังถ่วงเวลาไม่ให้รับเงินบำเหน็จนานถึง 9 ปี มีชีวิตลำบาก ต้องอาศัยอยู่บ้านโทรมๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางมะลิสิณีย์ อายุ 50 ปี อดีตปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่งในจังหวัดสุรินทร์ ได้ร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวถึงกรณีที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการขอรับเงินบำเหน็จบำนาญแต่ไม่ได้รับมานานนับ 9 ปี

โดยตลอดระยะเวลา 9 ปี ตนได้พยายามทำหนังสือขอรับบำเหน็จบำนาญ ทั้ง อบต.ต้นสังกัด ท้องถิ่นอำเภอรัตนบุรี ท้องถิ่นจังหวัดสุรินทร์ ตลอดจนผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ แต่คำตอบที่ได้ก็คือเอกสารวันสิ้นสุดรับราชการไม่ตรงกับทะเบียนประวัติ ซึ่งเอกสารทั้ง 2 นี้ เจ้าหน้าที่ของ อบต.ต้นสังกัด เป็นผู้รับผิดชอบดูแลดำเนินการทั้งหมด ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเอกสารแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ไปยังบ้านหลังดังกล่าว พบเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวสภาพเก่า พร้อมกับสอบถามอดีตปลัด อบต.คนดังกล่าว ถึงประเด็นที่บอกว่าถูกกลั่นแกล้ง นางมะลิสิณีย์ เล่าว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2553 ศาลมีคำสั่งจำคุกนายก อบต.ที่ตนเคยทำงานอยู่ ตามหมายศาลจำคุกเป็นเวลา 6 เดือน จึงทำให้นายกคนดังกล่าวขาดคุณสมบัติทันที

ต่อมาในห้วงเวลาที่ตำแหน่งผู้บริหารว่างลง นายกท่านนี้ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวและได้วิ่งเต้นกับข้าราชการที่มีอำนาจให้มารับตำแหน่งผู้บริหารตามเดิม โดยใช้อำนาจทั้งสั่งการอนุญาต การอนุมัติเงินโครงการต่างๆ นับสิบล้านบาท การทำนิติกรรม การจดทะเบียนต่างๆ ซึ่งตามระเบียบและกฎหมายแล้วทำไม่ได้ เนื่องจากนายกท่านนี้ถูกจำคุกจึงขาดคุณสมบัติทันที

ทำให้ตนจึงพยายามรายงานผู้บังคับบัญชาหลายครั้ง นายกคนดังกล่าวไม่พอใจ จึงได้ร่วมกันกับข้าราชการเจ้าหน้าที่บางคน ระดมชาวบ้านมาขับไล่ตน และทั้งยังทำเอกสารอันเป็นเท็จปลดตนออกจากราชการในความผิดขาดราชการเกิน 15 วันติดต่อกัน ตนจึงมั่นใจว่าสาเหตุนี้แน่นอนที่ทำให้นายกและข้าราชการเหล่านี้ไม่พอใจ

ต่อมาเมื่อมีคำสั่งปลดตนออกจากราชการแล้ว ตนก็ได้ไปขอใช้สิทธิ์ขอรับบำเหน็จบำนาญจาก อบต.ต้นสังกัด แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ อบต.ทำฐานเงินเดือนเดือนสุดท้ายไม่ตรงกับแบบคำขอบำเหน็จบำนาญ แต่ก็ไม่มีการแก้ไข มีการส่งเอกสารกลับไปมาอย่างนี้ตลอดระยะ 9 ปีจนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังไม่คืบหน้า

นางมะลิสิณีย์ กล่าวอีกว่า ตนได้เดินทางไปทุกที่ทุกองค์กรที่คิดว่าจะพอพึ่งพาได้ แต่ก็ติดที่ระเบียบบ้าง ขอเวลาตั้งคณะกรรมการตรวจสอบบ้าง จึงอยากจะขอวอนผ่านสื่อฯ ไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้โปรดเห็นใจช่วยเร่งดำเนินการให้โดยเร็ว เพราะตอนนี้มีชีวิตลำบากมาก ไม่มีรายได้มาหลายปีแล้ว ลูกๆ ก็ต้องเรียน ตัวเองก็ต้องต่อสู้กับโรคประจำตัวรุมเร้า มีชีวิตที่ยากลำบาก จึงอยากฝากให้ผู้สื่อข่าวช่วยติดตามเรื่องนี้ให้ด้วย และช่วยขอความเป็นธรรมให้กับตนด้วย

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!