หนุ่มใหญ่คิดสั้นถึงตาย ปมเครียดแทนเมีย โดนคำสั่ง ว.33 สั่งให้ออกจากครู

หนุ่มใหญ่คิดสั้นถึงตาย ปมเครียดแทนเมีย โดนคำสั่ง ว.33 สั่งให้ออกจากครู
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

ครูผู้ดูแลเด็กศูนย์ฯ ได้รับคำสั่ง ว.33 ไม่เป็นธรรม กดดันบังคับให้ออกจากการเป็นครู ต่อสู้เรียกร้องสิทธิมาหลายปี ทำสามีครูเครียดจัดแทน ตัดสินใจผูกคอเสียชีวิต

นายสมคิด หอมเนตร นักวิชาการอิสระ ประธานเครือข่ายภาคประชาชนต่อต้านคอร์รัปชั่น สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ได้เดินทางเข้าเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัว นางปิยะวดี ครูผู้ดูแลเด็กศูนย์พัฒนาเด็กบ้านโนนศิลาเลิง ต.โนนศิลาเลิง อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ หลังเกิดเหตุเศร้าสลด นายนิยม อายุ 43 ปี สามีได้ผูกคอเสียชีวิตภายในวัด ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามบ้าน

สำหรับสาเหตุเนื่องจากความเครียดและโรคซึมเศร้าสะสมมานานหลายปี เพราะภรรยาได้รับคำสั่ง ว.33 เป็นหนังสือจากกระทรวงมหาดไทยให้ออกจากข้าราชการครูอย่างกะทันหัน ทำให้ได้มีการต่อสู้เรียกร้องสิทธิมานานหลายปี และกลายเป็นปมปัญหาที่สร้างบาดแผลให้กับคนในครอบครัว กระทั่งนำมาสู่เหตุไม่คาดคิดครั้งนี้ขึ้น

นักวิชาการอิสระประธานเครือข่ายภาคประชาชนต่อต้านคอร์รัปชั่น สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ กล่าวว่า เนื่องจากตนได้รับทราบปัญหาของครูผู้ดูแลเด็กทั่วประเทศมาหลายปี ซึ่งที่ผ่านมาได้ร่วมกันขับเคลื่อนและนำพาต่อสู้เรียกร้องสิทธิให้กับครูกลุ่มนี้ ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกรุงเทพมหานคร 8-9 ครั้ง โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2557 ที่กระทรวงมหาดไทยมีหนังสือเวียนไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ให้ครูผู้ดูแลเด็กองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นออกจากราชการโดยพลัน

นายสมคิด กล่าวอีกว่า จากคำสั่งดังกล่าวมีผลให้ครูผู้ดูแลเด็กทั่วประเทศ 98 คน โดยในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์มี 10 คน ได้รับผลกระทบ และไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงได้ร่วมกันยื่นหนังสือคัดค้านและยับยั้งคำสั่งดังกล่าวไปยังหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีการทบทวนคำสั่งพร้อมทั้งชดเชยเยียวยาด้วย แต่ก็ยังมีคำสั่งดังกล่าวออกมาอีกหลายครั้ง

โดยครั้งล่าสุด หนังสือคำสั่งออกมาเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2562 ให้ออกจากราชการโดยพลัน ตนและกลุ่มครูผู้แลเด็กจึงได้ยื่นหนังสือคัดค้านเพิ่มเติมไปที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และวิปฝ่ายค้าน

ทั้งนี้ยังเตรียมที่จะเดินทางไปขอคำตอบที่ชัดเจนในวันจันทร์ที่ 16 กันยายนนี้ แต่กลับได้ทราบข่าวร้ายว่า สามีของครูปิยะวดี ครูผู้ดูแลเด็กผูกคอเสียชีวิตลง เนื่องจากภาวะเครียดและซึมเศร้า โดยมีสาเหตุมาจากคำสั่งที่ให้ภรรยาออกจากตำแหน่งหน้าที่ครูอย่างกะทันหัน

ขณะที่ นางปิยะวดี เปิดเผยว่า ตนผ่านการสอบเข้ามาเป็นครูผู้ดูแลเด็ก ด้วยความรู้ความสามารถ โดยทำงานที่ศูนย์พัฒนาเด็กบ้านโนนศิลาเลิง ตำแหน่งพนักงานจ้างตามภารกิจ ตั้งแต่ปี 2550 หลังจากนั้นได้ศึกษาต่อ จนได้คุณวุฒิประกอบวิชาชีพครูประถมวัย และสอบบรรจุเป็นข้าราชการในปี 2555 ปัจจุบันได้รับเงินเดือน 27,000 บาท

ขณะที่สามีประกอบอาชีพช่างซ่อมจักรยานยนต์และขายอะไหล่ในหมู่บ้าน มีลูกด้วยกัน 2 คน ตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตร่วมกัน ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะหรือมีปัญหาในครอบครัว ส่วนเรื่องหนี้สินก็มีเป็นเรื่องธรรมดา เพราะต้องกู้มาลงทุนและสร้างฐานะ โดยกู้สินเชื่อทั้ง ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน และ ชปค. รวมประมาณ 1,500,000 บาท ซึ่งก็สามารถผ่อนชำระมาทุกเดือน รายรับรายจ่ายไม่ได้มีอะไรติดขัด

นางปิยะวดี กล่าวอีกว่า หลังจากที่มีคำสั่งออกมาเมื่อปี 2557 ว่า ครูผู้แลเด็กทั่วประเทศ 98 คน พร้อมระบุรายชื่อออกมาด้วย ซึ่งก็มีชื่อของตนเป็นหนึ่งในจำนวนนั้น ที่จะต้องถูกให้ออกจากราชการ ตนจึงได้นำเรื่องมาเล่าและปรึกษาสามีมาโดยตลอด ตามประสาผัวเมีย

หลังจากนั้นตนและกลุ่มครูผู้ดูแลเด็กก็ได้เคลื่อนไหวเพื่อขอความเป็นธรรม ซึ่งเรื่องก็เงียบหายไปพักหนึ่ง ต่อมาก็มีคำสั่งลักษณะเดียวกันออกมาอีกหลายครั้ง ซึ่งทุกครั้งตนก็จะนำมาเล่าให้สามีฟังอีกเสมอๆ จึงทำให้สามีรู้สึกเครียดไปกับตนด้วย บางครั้งเห็นท่าทางสามีออกจะเคร่งขรึมไป และครั้งหลังสุดที่ตนได้เล่าให้สามีฟัง ถึงกับพูดออกมาดังๆ ว่า "อีกแล้วเหรอ ทำไมเรื่องมันไม่จบไม่สิ้นเสียที"

เหตุการณ์ที่ตนกับคนในครอบครัวไม่คาดคิดว่าสามีจะคิดสั้นเช่นนี้ เพราะเครียดกับเรื่องของตน ที่จะถูกบังคับให้ออกจาครู ทำให้ตอนนี้ตนต้องแบกรับภาระหนี้สินกว่าล้านบาทและเลี้ยงลูก 2 คนตามลำพัง เพราะผลพวงจากคำสั่ง ว.33 ที่ไม่เป็นธรรมกับครูผู้ดูแลเด็ก

อย่างไรก็ตาม ตนไม่อยากให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกับครูหรือกับคนรอบข้างที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งนี้อีก เพียงเพราะผู้ใหญ่มองข้ามคุณค่าของผู้ที่ชื่อว่าเป็นครูศูนย์เด็ก จึงเรียกร้องขอความเป็นธรรม ก่อนที่จะมีผู้ได้รับผลกระทบปลิดชีพสังเวยคำสั่งไม่เป็นธรรม เหมือนกับสามีที่ตัดสินใจผูกคอตายไปในครั้งนี้

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง กับ ตายแทนเมีย