เกรียตา ธุนแบร์ สาวน้อยสวีเดน จวกทรัมป์ "เชื่อวิทยาศาสตร์เถอะค่ะ" หลังล่องเรือถึงนิวยอร์ก

เกรียตา ธุนแบร์ สาวน้อยสวีเดน จวกทรัมป์ "เชื่อวิทยาศาสตร์เถอะค่ะ" หลังล่องเรือถึงนิวยอร์ก

นางสาวเกรียตา ธุนแบร์ นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมชาวสวีเดน อายุ 16 ปี กล่าวเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (28 ส.ค.) ตามเวลาท้องถิ่นของนครนิวยอร์ก สหรัฐ หรือช่วงเช้ามืดวันนี้ (29 ส.ค.) ตามเวลาไทย ถึงนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เรียกร้องให้เชื่อวิทยาศาสตร์ ว่าปัญหาโลกร้อนมีอยู่จริง และเป็นปัญหาเร่งด่วน

"หนูบอกเลยว่า 'เชื่อวิทยาศาสตร์บ้างเถอะค่ะ' และก็เห็นเต็มตาอยู่แล้วว่า ท่านคงไม่เชื่อ เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีใครโน้มน้าวให้ท่านเชื่อเรื่องวิกฤตภูมิอากาศโลกว่าเป็นปัญหาด่วน แล้วหนูจะทำได้เหรอคะ" นางสาวเกรียตา กล่าว

วอนทั่วโลกแก้โลกร้อนตอนนี้!

นักเคลื่อนไหวรายนี้ พูดระหว่างการแถลงข่าวอีกว่า ทุกคนลนโลกควรมาร่วมมือกันแก้ไขปัญหาโลกร้อนก่อนที่ทุกอย่างจะไสายไป

"เราต้องยืนหยัดไปด้วยกันแล้วลงมือทำ เพราะไม่อย่างนั้น ก็อาจจะสายไปนะคะ เรารอไม่ได้แล้วค่ะ ทำตอนนี้เลย"

ล่องเรือ 15 วันมาประชุมยูเอ็น

การแถลงครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากนางสาวเกรียตา และคณะ ล่องเรือนาน 15 วัน จากเมืองพลีมัธ ประเทศอังกฤษ มายังนครนิวยอร์ก ของสหรัฐ เพื่อร่วมประชุมเกี่ยวกับสภาพอากาศโลกที่จัดขึ้นที่สำนักงานองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) 

ส่วนสาเหตุที่นางสาวเกรียตาและคณะเลือกเดินทางมาด้วยเรือ เป็นเพราะเครื่องบินปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ซึ่งจะอาจจะขัดแย้งกับจุดยืนของตนและกลุ่มได้

ย้อนเส้นทางชื่อเสียง "เกรียตา ธุนแบร์" 

นางสาวเกรียตา เริ่มได้รับความสนใจจากคนทั่วโลกตั้งแต่ปีที่แล้ว จากการที่เธอเริ่มโดดเรียนไปประท้วงนักการเมืองทุกวันศุกร์ เพราะเห็นว่าคนเหล่านี้ไม่ใส่ใจแก้ปัญหาโลกร้อน จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้นักเรียนในหลายร้อยเมืองทั่วโลกทำตาม

หลังจากนั้นเธอได้รับเชิญไปพูดตามงานสัมมนาและงานประชุมเกี่ยวกับโลกร้อนหลายครั้ง และทุกครั้ง นางสาวเกรียตาก็จะเดินทางไปด้วยรถไฟ รถเมล์ หรือแม้แต่ปั่นจักรยาน เพื่อให้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยที่สุด

Getty Imagesนางสาวเกรียตา ธุนแบร์ก กล่าวต่อหน้านักการเมือง สื่อมวลชน และแขก ในรัฐสภา กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2562

หนึ่งในงานที่เธอได้รับเชิญไปร่วม คือ การประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลกของยูเอ็น ที่ชื่อว่า คอป ครั้งที่ 24 ที่ประเทศโปแลนด์ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว งานนี้ถือเป็นการแจ้งเกิดอย่างเป็นทางการของเธอ เพราะสุนทรพจน์ที่เธอกล่าวในงานนี้ แม้ยาวแค่ 3 นาทีครึ่ง แต่มีเนื้อหาที่จับใจ และทำให้ผู้ใหญ่ทั่วโลกแสบถึงทรวงอกชั้นในสุด

เคยกล่าวสุนทรพจน์ตบหน้าผู้นำโลก

เธอกล่าวในงานนี้ว่า ผู้นำต่างๆ ที่มาร่วมงานนี้กลัวที่จะเสียอำนาจ มัวแต่สนใจแต่การเติบโตทางเศรษฐกิจ และไม่เป็นผู้ใหญ่พอที่จะกล้าพูดถึงปัญหาตามจริง แล้วยังทิ้งภาระให้กับเด็กๆ อย่างตนอีก

"สวัสดีค่ะ หนูชื่อเกรียตา ธุนแบร์ อายุ 15 ปี และมาจากสวีเดน วันนี้มาพูดในนามกลุ่ม ไคลเมท จัสติซ นาว! หลายคนบอกว่าสวีเดนเป็นแค่ประเทศเล็กๆ และสิ่งที่เราทำไม่สำคัญ แต่หนูเรียนรู้ว่า เราไม่ได้เล็กเกินไปที่สร้างการเปลี่ยนแปลง และถ้าเด็กๆ อย่างเรากลายเป็นข่าวไไปทั่วโลกได้ แค่เพราะเราโดดเรียน (มาประท้วง) ก็คิดเอาเองนะคะว่า เราจะทำอะไรได้อีกถ้าเราร่วมมือกันทำจริงๆ

แต่การจะทำให้ได้ เราต้องพูดก่อนว่า เราอึดอัดแค่ไหนที่พวกคุณเอาแต่พูดถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน (ที่ฉาบด้วย) สีเขียว เพราะพวกคุณกลัวที่จะเสียความนิยม คุณเอาแต่พูดถึงการก้าวไปข้างหน้ากับแนวคิดแย่ๆ เดิมๆ ที่ทำให้เราตกระกำลำบากแบบนี้ ทั้งทีทางออกที่ถูกต้องทางเดียวของเรื่องนี้คือการดึงเบรกฉุกเฉิน

พวกคุณไม่โตพอที่จะกล้าพูดความจริง แถมยังทิ้งภาระมาให้เด็กๆ อย่างเราอีก

แต่หนูไม่สนที่จะเสียความนิยมค่ะ หนูสนแค่ความยุติธรรมด้านสภาพอากาศกับโลกที่เราอาศัยอยู่ อารยธรรม (มนุษย์) ของเรากำลังถูกปู้ยี่ปู้ยำ เพียงเพื่อให้คนแค่ไม่กี่คนมีโอกาสโกยเงินเข้าตัวเอง ชั้นบรรยากาศของเรากำลังถูกปู้ยี่ปู้ยำ เพื่อให้คนรวยในหลายประเทศ อย่างประเทศของหนู ได้อยู่แบบหรูหรา แต่คนจำนวนมากต้องทรมานเพื่อชีวิตที่หรูหราของคนไม่กี่คน

ปี 2621 หนูจะฉลองวันเกิดครบ 75 ปี ถ้าหนูมีลูก พวกเขาก็คงอยู่ฉลองกับหนูในวันนั้น แล้วพวกเขาอาจจะถามหนูเกี่ยวกับพวกคุณ พวกเขาอาจจะถามว่าทำไมพวกคุณไม่ทำอะไรเลยตอนที่ยังมีเวลาทำ

พวกคุณบอกว่าพวกคุณรักลูกๆ มากกว่าอะไร แต่พวกคุณก็ยังขโมยอนาคตไปต่อหน้าต่อตาพวกเขา จนถึงวันที่พวกคุณจะใส่ใจกับสิ่งที่ต้องทำมากกว่าเล่นการเมือง ก็คงยังไม่มีความหวังหรอกค่ะ เราไม่มีทางแก้วิกฤตได้ถ้าเราไม่ปฏิบัติกับมันเหมือนเป็นวิกฤต เราต้องเก็บเชื้อเพลิงฟอสซิลไว้ใต้ดิน และเราต้องสนใจกับความเสมอภาคสักที ถ้าทางออกภายใต้ระบบที่เป็นอยู่ หาไม่ได้แล้ว เราก็ควรเปลี่ยนระบบสิคะ

เราไม่ได้มาที่นี่เพื่ออ้อนวอนให้พวกผู้นำใส่ใจ เพราะที่ผ่านมาพวกคุณไม่สนใจเรา และคุณก็จะไม่ใส่ใจเราอีก เราไม่เหลือข้อแก้ตัวและเวลาอีกแล้ว

เรามาที่นี่ เพื่อบอกให้คุณรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงกำลังจะมาถึงแน่ ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ก็ตาม อำนาจที่แท้จริงเป็นของประชาชน ขอบคุณค่ะ"