"ก๋วยเตี๋ยวผสมฉี่" กินได้แต่ก็ไม่ควร หมอชี้เป็นวิธีรักษาตั้งแต่โบราณ

"ก๋วยเตี๋ยวผสมฉี่" กินได้แต่ก็ไม่ควร หมอชี้เป็นวิธีรักษาตั้งแต่โบราณ
S! News (Rewrite)

สนับสนุนเนื้อหา

หมอสิทธา แพทย์หนุ่มนักสังคมสื่อสารเพื่อคุณธรรม ยืนยันเติมฉี่ลงในหม้อก๋วยเตี๋ยวกินได้ แต่ก็ไม่ควรสักเท่าไหร่ ชี้เคล็ดลับดื่มฉี่เช้าเป็นวัคซีน แนวทางรักษาโรคของคนโบราณ

(21 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่โลกโซเชียลมีเดียให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เพจชื่อดังอ้างว่ามีร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งหนึ่ง ใส่ปัสสาวะตัวเองลงไปผสม เพื่อช่วยให้ลูกค้าแก้อาการปวดเมื่อย และพบว่าได้ผลเป็นอย่างดี ซ้ำยังทำให้มีลูกค้าเพิ่มจำนวนขึ้นด้วย กลายเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันในสังคมเป็นอย่างมาก

ล่าสุด นพ.สิทธา ลิขิตนุกูล แพทย์สังคมสื่อสารเพื่อคุณธรรม ได้เปิดเผยว่า แนวคิดเรื่องของที่ร่างกายขับทิ้ง เช่น กินปัสสาวะเพื่อรักษาโรคนั้น มีมาตั้งแต่โบราณ โดยต้องกินปัสสาวะตัวเองที่บริสุทธิ์ หลังจากการตื่นนอนยามเช้าเท่านั้น ซึ่งเป็นภาวะที่ยังไม่ได้กินอาหารอย่างอื่นเข้าไป เพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต้านภัยตัวเอง รักษาโรคของตัวเองได้ เช่น ไขข้ออักเสบ หรือ รูมะตอย คล้ายกับการฉีดวัคซีน แต่ในปัสสาวะนั้นก็จะมาสารพิษปนเปื้อน ที่ทำให้เกิดกลิ่น เช่น กรดยูเรีย

>> แทบอ้วก แฉร้านก๋วยเตี๋ยวเติมฉี่ในหม้อ โวลูกค้าเพียบกินแล้วหายปวดเมื่อย

ส่วนกรณีที่เทปัสสาวะใส่หม้อก๋วยเตี๋ยวที่เป็นสูตร ทำให้คนอื่นหายเมื่อยนั้น นพ.สิทธา ระบุว่า เมื่อน้ำปัสสาวะถูกความร้อนจากการต้มเดือดในการปรุงน้ำก๋วยเตี๋ยว ก็จะทำให้ แบคทีเรีย เชื้อโรค หรืออสุจิ น่าจะถูกฆ่าเชื้อไปหมดแล้ว จึงไม่ได้เป็นอันตรายใดๆ แต่หากกินเยอะ หรือเป็นประจำ ก็อาจจะทำให้เป็นโรคนิ่วได้

เนื่องจากในปัสสาวะมีกรดยูเรียปะปนอยู่ หากสารตะกอนในกรดยูริกเข้าไปสะสมในร่างกายเยอะขึ้น ก็อาจจะทำให้เป็นนิ่วได้ ส่วนประเด็นที่อ้างว่ากินแล้วหายปวดเมื่อยนั้น ไม่สามารถเป็นไปได้อย่างแน่นอน เพราะเป็นปัสสาวะของคนอื่น ไม่ใช่ปัสสาวะของตัวเอง